เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
  พระสูตร : สุตตะ(คำสอนพระศาสดา)
ค้นหาคำที่ต้องการ    

 
  พระสูตรชุดเต็ม ชุด 11 พระสูตร-ชุด พระสูตร-สั้น
 
1101 ขันธ์ ๕ และ อุปมาขันธ์ ๕
(1) ขันธ ๕ คือมาร
(2) ขันธ์ ๕ เป็นผู้ทำให้ตาย เป็นผู้ตาย เป็นโรค เป็นหัวฝี เป็นลูกศร เป็นความยากลำบาก...
(3) ขันธ์ ๕ เป็นทั้งผู้ฆ่า และผู้ตาย
(4) คือ ปัญจุปาทานขันธ์ (ขันธ์ที่ยังมีอุปาทาน) คือที่ตั้งแห่งอุปาทาน
(5) ขันธ์ ๕ คือ สักกายะ และสักกายันตระ
(6) ขันธ์ ๕ เป็นที่บัญญัติกฎแห่งสังขตะ : กฎแห่งความบังเกิดขึ้น กฎแห่งความเสื่อมไปก็ดี
(7) ขันธ์ ๕ เป็นทุกข์ เป็นทุกขธรรม (มีทุกข์เป็นธรรมดา) เป็นอนัตตา นั้นไม่ใช่ของเรา
(8) เหตุปัจจัยของ ขันธ์ ๕ ก็เป็นทุกข์ เมื่อเหตุปัจจัยเป็นทุกข์แล้ว จักเป็นสุขได้อย่างไร
(9) เหตุปัจจัยของ ขันธ์ ๕ ก็เป็นอนัตตา
(10) สุข-ทุกข์ เนื่องจากการมีอยู่แห่งขันธ์ทั้ง ๕
(11) อุปมาแห่ง ขันธ์ ๕
(12) ขันธ์ ๕ เป็นสิ่งที่ควรรอบรู้
(13) มูลฐานแห่งการบัญญัติ ขันธ์ ๕ (แต่ละขันธ์)
(14) การถูกตราหน้าเพราะอนุสัยใน ขันธ์ ๕
(15) การถูกตราหน้าเพราะตายตาม ขันธ์ ๕
(16) สัญโญชน์ และที่ตั้งแห่งสัญโญชน์
(17) ความลับของ ขันธ์ ๕
(18) ขันธ์ ๕ เป็นธรรมฝ่ายที่แตกสลายได้
(19) ขันธ์ ๕ ไม่เป็นไปตามความต้องการของเรา
(20) สิ่งใดมิใช่ของเรา
(21) ขันธ์ ๕ เป็นภาระที่หนัก
(22) ขันธ์ ๕ เป็นกองถ่านเถ้ารึง(กองเถ้าที่ยังร้อนระอุ)
(23) ขันธ์ ๕ เป็นเครื่องผูกพันสัตว์
(24) เรียกกันว่า “สัตว์” เพราะติด ขันธ์ ๕
(25) ไม่รู้จัก ขันธ์ ๕ ชื่อว่ามีอวิชชา
(26) เพลินใน ขันธ์ ๕ เท่ากับเพลินในทุกข์
(27) ขันธ์๕ คือที่สุดแห่งโลก คือที่สุดแห่งทุกข์
(28) กายนี้( ขันธ์ ๕) เป็น “กรรมเก่า” เป็นเพียงกระแสปฏิจจสมุปบาท
(29) ขันธ์ ๕ เป็นไฉน
(30) อุปาทานขันธ์ ๕ (ขันธ์ เป็นที่ตั้งแห่งอุปทาน)
(31) “สิ่งนั้น” หาพบในกายนี้ (ขันธ์ ๕) คือที่สุกแห่งโลก ที่สุดแห่งทุกข์
(32) ขันธ์ ๕ ไม่เที่ยง คำสอนที่ทรงสั่งสอนบ่อยมาก
(33) ย่อมยุบ ย่อมไม่ก่อ ย่อมขว้างทิ้ง ย่อมไม่ถือเอา ซึ่ง..ขันธ์ ๕
(34) ธรรมชาติของ ขันธ์ ๕ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ
(35) เราถูกขันธ์ ๕ เคี้ยวกินอยู่ จึงไม่เพ่งต่อขันธ์ ๕ อันเป็นอดีต ไม่เพลินต่ออนาคต
(36) ขันธ์๕ ไม่เที่ยงเป็นทุกข์.. ควรหรือหนอ ? ที่จะตามเห็นสิ่งนั้นว่า “นั่นของเรา นั่นเป็นเรา
(37) ขันธ์๕ ที่เป็นอดีต-อนาคต-ปัจจุบัน มีภายใน-ภายนอก
(38) ขันธ์๕ (ระดับเสขะ) เธอย่อมยุบ ย่อมไม่ก่อ ย่อมขว้างทิ้ง ย่อมไม่ถือเอา
(39) ขันธ์๕ (ระดับอเสขะ) ไม่ก่อไม่ยุบแต่ยุบแล้วดำรงอยู่ ไม่ขว้างทิ้งไม่ถือเอาแต่ทิ้งแล้วดำรงอยู่
(40) ขันธ์ ๕ เป็นของเร่าร้อน รูป เวทนา สัญญาเป็นของเร่าร้อน ผู้ใดเห็นอยู่แบบนี้ย่อมเบื่อหน่ายคลายกำหนัดจึงหลุดพ้น
 
1102 ผู้เข้าถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ แต่กายแตกดับก่อนบรรลุอรหันต์ แล้วจะไปเกิดที่ไหน (นิโรธสูตร)  
1103 ทดสอบความเป็นอรหันต์ อรหันต์ 3 รูป เหตุแห่งความสามัคคี (จูฬโคสิงคสาลสูต) พระอนุรุทธ พระนันทิยะ พระกิมิละ  
1104 ภัยในอนาคต ๕ ประการ อนาคตสูตรที่ ๔ ภิกษุเป็นผู้ชอบจีวร ชอบบิณฑบาต ขอบเสนาสนะ คลุกคลีภิกษุณี คลุกคลี...  
1105 สมาธิแบ่งตามความประณีตของธาตุ มี 2 ประเภท...1.สัมมาสมาธิอันเป็นอริยะ 2 สมาธิ 9 ระดับ และ สัญญาเวทยิต(ช่วงลำแสง)  
1106 อนุปุพพนิโรธสูตร ๙ ประการ จิตตั้งมั่น-ความดับไปตามลำดับ อกุศลย่อมดับในปฐมฌาน..วิตกวิจารของผู้เข้าตติยฌานย่อมดับ  
1107 ธนัญชานีสูตรที่ ๑ บุคคลฆ่าอะไรได้ ย่อมนอนเป็นสุข...ฆ่าความโกรธ  
1108 เรื่องชนะความโกรธ อักโกสกสูตรที่ ๒ บุคคลไม่โกรธตอบ บุคคลผู้โกรธแล้ว ชื่อว่าย่อมชนะสงคราม อันบุคคลชนะได้โดยยาก  
1109 ใครพึงสางตัณหาพายุ่งนี้ได้ ชฏาสูตรที่ ๖ ..คนมีปัญญา ตั้งมั่นในศีล อบรมจิตและปัญญา ให้เจริญมีความเพียร พึงสางได้...  
1110 ปฏิจจสมุปบาท ที่ตรัสระคนกับปัญจุปาทานขันธ์ ดูก่อนภิกษุ ท. อาชีพต่ำที่สุด ในบรรดาอาชีพทั้งหลาย คือการขอทาน  
1111 ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีเหตุเกิดจึงเกิดขึ้น ไม่มีเหตุเกิดย่อมไม่เกิด นัยยะแห่งขันธ์ 5 ...ธรรมที่เป็นบาปมีรูปจึงเกิดขึ้น ไม่มีรูปไม่เกิด  
1112 สุขของปุถุชน กับ สุขของพระอริยะเจ้า อย่างใดเลิศกว่ากัน สุขอิงอามิส- สุขไม่อิงอามิส ...สุขไม่อิงอามิสเป็นเลิศ  
1113 อสังขตะ (๑) คือ ความสิ้นราคะ โทสะ โมหะ ทางที่จะไปให้ถึงอสังขตะ คือ...(1) กายคตาสติ (2) สมถะ และวิปัสนา  
1114 อสังขตะ (๒) ทางที่จะไปให้ถึงอสังขตะคือ สมถะและวิปัสสนา /สมาธิ 8 ระดับ / โพธิปักขิยธรรม 37 / กายคตาสติ  
1115 ปัญหาที่พระศาสดาไม่ทรงพยากรณ์ (เขมาเถรีสูตร)สัตว์ตายแล้วย่อมเกิดหรือหนอ,ไม่เกิดอีกหรือ,เกิดอีกก็มีไม่เกิดอีกก็มีหรือหนอ  
1116 เทศนาสูตร พ.จะแสดงธรรมให้บุคคลจำพวกใดก่อน ทรงอุปมาชาวนาหว่านกล้าว่าจะเลือกนาไหนก่อน นาดี ปานกลาง หรือนาเลว  
1117 บุคคล ๔ จำพวก(สังโยชน์สูตร) อริยะบุคคล ตั้งแต่สกทาคามีขึ้นไป ที่ยังละสังโยชน5 ได้-ไม่ได้, สร้างการเกิดและภพได้-ไม่ได้  
1118

อัจฉริยัพภูตธัมมสูตร

 
1119 ปฏิปักษ์ ๑๐ ประการ กัณฏกสูตร คลุกคลีปฏิปักษ์ยินดีในที่สงัด เสียงเป็นปฏิปักษ์ต่อปฐมฌาน วิตกวิจารเป็นปฏิปักษ์ต่อทุติยฌาน  
1120 ความตระหนี่ ๕ อย่าง (มัจฉริยะ๕) ตระหนี่ที่อยู่ ตระหนี่สกุล ตระหนี่ลาภ ตระหนี่วรรณะ ตระหนี่ธรรม (ตระหนี่ธรรมน่าเกลียดยิ่ง)  
1121 สังคีติสูตร พระสารีบุตรแสดงธรรมแทนพระพุทธเจ้าให้กับภิกษุ 500 ที่แคว้นมัลละ เรื่องธรรมที่มีประเภทละ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ ..๑๐  
1122 ธรรมมีประเภทละ ๑ ธรรมมีประเภทละ ๒ นาม - รูป/อวิชชา - ภวตัณหา/ ภวทิฐิ - วิภวทิฐิ/ความไม่ละอาย - ความไม่เกรงกลัว  
1123

ธรรมมีประเภทละ ๓ (60เรื่อง) อกุศลมูล-กุศลมูล๓อย่าง,ทุจริต-สุจริต๓,อกุศลวิตก-กุศล, อกุศลสังกัปปะ-กุศล,ธาตุอีก๓, ตัณหา๓

 
1124 ธรรมมีประเภทละ ๔ (50 เรื่อง) ธาตุ ๔ อย่าง.. อาหาร๔ ..วิญญาณฐิติ ๔ ..ธรรมขันธ์ ๔.. กรรม ๔ ..การก้าวลงสู่ครรภ์ ๔ อย่าง  
1125 ธรรมมีประเภทละ ๕ (26 เรื่อง) ขันธ์ ๕ .อุปาทานขันธ์ ๕ ..กามคุณ ๕..คติ ๕ มัจฉริยะ ๕ นีวรณ์ ๕ สิกขาบท ๕ (ศีล๕)  
1126 ธรรมมีประเภทละ ๖ (22 เรื่อง) อายตนะภายใน ๖ ภายนอก ๖.. วิญญาณ๖ ผัสสะ๖ เวทนา๖ สัญญา๖ สัญเจตนา ๖ ตัณหา๖ ธาตุ ๖  
1127 ธรรมมีประเภทละ ๗ (14 เรื่อง) อริยทรัพย์ ๗ อย่างโพชฌงค์บริขารของสมาธิ อสัทธรรม สัทธรรม สัปปุริสธรรม นิทเทสวัตถุ สัญญา
 
1128 ธรรมมีประเภทละ ๘ (8 เรื่อง) มิจฉัตตะ ๘ สัมมัตตะ ทักขิเณยยบุคคล กุสีตวัตถุ๘ อารัพภวัตถุ อย่างทานวัตถุ ทานุปบัติ โลกธรรม  
1129 ธรรมมีประเภทละ ๙ (6 เรื่อง) อาฆาตวัตถุ ๙ อาฆาตปฏิวินัย สัตตาวาส อนุปุพพวิหาร อนุปุพพนิโรธ  
1130 ธรรมมีประเภทละ ๑๐ (6 เรื่อง) นาถกรณธรรม๑๐ กสิณายตนะ๑๐ อกุศลกรรมบถ๑๐ กุศลกรรมบถ๑๐ อริยวาส๑๐ อเสกขธรรม ๑๐  
  ธรรมที่มีอุปาระมาก (แสดงธรรมีกถาโดยพระสารีบุตร)  
1131 ธรรมอย่างหนึ่ง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) -ทสุตตรสูตร  
1132 ธรรม ๒ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1133 ธรรม ๓ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1134 ธรรม ๔ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1135 ธรรม ๕ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1136 ธรรม ๖ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1137 ธรรม ๗ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1138 ธรรม ๘ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1139 ธรรม ๙ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1140 ธรรม ๑๐ อย่าง มีอุปการะมาก (พระสารีบุตรแสดงธรรมให้กับภิกษุ ๕๐๐ รูป) - ทสุตตรสูตร  
1141 สังโยชน์ในภายใน-นอก บุคคล ๓ จำพวก อาคามี และอนาคามี แสดงธรรมโดยพระสารีบุตร แต่มีเทวดาพรหมเข้าฟังจำนวนมาก  
1142 ธรรมสมาทาน ๔ อย่าง คือ 1.แบบสุขปัจจุบัน..มีทุกข์เป็นวิบาก 2.ทุกข์ปัจจุบัน.. ทุกข์เป็นวิบาก 3. ทุกข์ปัจจุบัน.. สุขเป็นวิบาก  
1143 อนุสสติ ๖ ประการ อริยสาวก 1.ย่อมระลึกถึงตถาคต 2.พระธรรม 3.พระสงฆ์ 4.ศีลของตน 5.จาคะของตน 6.ระลึกถึงเทวดาว่ามีอยู่  
1144 อัคคิขันธูปมสูตร คำเตือนของ พ.เรื่องภิกษุทุศีล หลังตรัสจบภิกษุ ๖๐ รูป เลือดพุ่งออกจากปาก,๖๐ รูปลาสิกขา,๖๐รูป จิตหลุดพ้น  
1145 แก้ว ๗ ประการ (ย่อ) ของพระเจ้าจักรพรรดิ (พาลบัณฑิตสูตร) 1.จักรแก้ว2.ช้างแก้ว3.ม้าแก้ว4.มณีแก้ว5.นางแก้ว6.ขุนคลังแก้ว  
1146 แก้ว ๗ ประการ ของพระเจ้าจักรพรรดิ (พาลบัณฑิตสูตร) พระสูตรเต็ม พระเจ้าจักรพรรดิ ประกอบด้วยความสัมฤทธิผล ๔ อย่าง  
1147 จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล (วินัยสงฆ์) รวม 307เรื่อง .. พระสมณโคดม ละการฆ่าสัตว์ เว้นจาการฆ่าสัตว์ มีเมตตา เอ็นดูสัตว์  
1148 อาบัติ อนาบัติ (แสดงสิ่ง ที่ตรงตามคำสอนของพระศาสดา และแสดงสิ่งที่ตรงกันข้าม)  
1149 เหตุปัจจัยทำให้ศาสนาเสื่อม.. พุทธบริษัท๔ ไม่สนใจคำสอน.. เหมือนกลอง อานกะ ของพวกทสารหะ แตกแล้วก็เอาไม้อื่นตีเสริม  
1150 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๑ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัสของสตรี.... ย่อมครอบงำจิตของบุรุษ  
1151 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๒ เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่จะเป็นเหตุให้ กามฉันทะ ที่ยังไม่เกิด เกิดขึ้น  
1152 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๓ เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่ไม่อบรมแล้ว ย่อมไม่ควรแก่การงาน  
1153 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๔ เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่ไม่ฝึกแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์ อย่างใหญ่  
1154 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๕ เดือยข้าวสาลี ข้าวยวะที่ตั้งไว้ผิด จักทำลายมือและเท้า เปรียบได้คืออวิชชา ที่ต้องทำลาย  
1155 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๖ จิตนี้ผุดผ่อง แต่จิตเศร้าหมอง เป็นอุปกิเลสที่จรมา ผู้ไม่ได้สดับย่อมเห็นจิตนั้นตามความเป็นจริง  
1156 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๗ เมื่อเป็นผู้ปรารภความเพียร กุศลธรรมที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้วย่อมเสื่อมไป  
1157 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๘ เมื่อบุคคลมีมิตรดี กุศลธรรม ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น อกุศลธรรมที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมไป  
1158 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๙ ความเจริญด้วยยศมีประมาณน้อย ความเจริญ ด้วยปัญญา เลิศกว่าความเจริญทั้งหลาย  
1159 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๑๐ ความประมาท ย่อมเป็นไปเพื่อมิใช่ประโยชน์อย่างใหญ่  
1160 บาลีแห่งเอกธรรม วรรค ๑๑ ภิกษุแสดง อธรรมว่า ธรรม ย่อมประสบบาปเป็นอันมาก..แสดง ธรรมว่า ธรรม ย่อมประสบบุญ  
1161 เอกบุคคลบาลี บุคคลผู้เอกเป็นไฉน คือ พระตถาคต อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า คือผู้อัจฉริยะ ประเสริฐกว่าสัตว์ทั้งหลาย  
1162

ภิกษุผู้ฉลาดใน ฐานะ และ อฐานะ คือผู้ถึงพร้อมด้วยทิฐิ ย่อมรู้ชัดว่า นี่มิใช่ฐานะ เช่นเห็นว่าสังขารเป็นของเที่ยง นี่ไม่ใช่ฐานะ

 
1163 อุปมาเรื่อง ผ้าเปลือกปอ กับภิกษุ 3 ประเภท 1.ภิกษุบวชใหม่ผู้ทุศีล 2.ภิกษุมัชฌิมภูมิ(ยังไม่เป็นเถระ) 3.ภิกษุเถระ  
1164 ธรรมิกสูตรที่ ๑๔ ผู้ออกบวช(ภิกษุ)กับ อุบาสก(ชาย)ผู้ครองเรือน ทำอย่างไรจึงจะยังประโยชน์ให้สำเร็จทั้งของโลก และเทวโลก  
1165 สัญญา ๗ ประการ ๑.อสุภสัญญา ๒.มรณสัญญา ๓.อาหาเรปฏิกูล ๔.สัพพโลเกอนภิรต ๕.อนิจจ ๖.อนิจเจทุกข ๗.ทุกเขอนัตต  
1166 เรื่องพระนางมัลลิกา อะไรหนอ เป็นปัจจัยให้มาตุคาม มีผิวพรรณทราม ยากจน ต่ำศักดิ์ หรือ มีผิวพรรณงาม มั่งคั่ง และสูงศักดิ์  
1167 สักกะสูตร (อุโบสถ๘ประการ) ว่าด้วยการรักษาอุโบสถอันประกอบด้วยองค์ ๘ ภิกษุไม่พึงประมาท มีความเพียร มีจิตมุ่งพระนิพพาน  
1168 อนิยต ห้ามภิกษุนั่งในที่ลับกับมาตุคาม ตัวต่อตัว เรื่องพระอุทายีกับนางวิสาขา มิคารมาตา สิกขาบทที่ ๑ และ สิกขาบที่ ๒  
1169 เมถุนสูตร ข้อห้ามเรื่องการคลุกคลีกับมาตุคาม..ไม่ยืน ไม่เดิน ไม่นั่งสนทนาเป็นคู่ๆ ไม่เล่นหัว สัพยอก ไม่เพ่งดูด้วยความพอใจ  
1170 ปาสาทิกสูตร : สามเณรจุนทะเข้าเฝ้า พ. หลัง นิครนฐ์ ทำกาละ สาวกแบ่งเป็น 2 ฝ่ายจากการทะเลาะกันว่า ฝ่ายตนเหนือกว่า  
1171 มธุปิณฑิกสูตร โดยพระมหากัจจานะ"ธรรมบรรยายที่ไพเราะ" ส่วนแห่งสัญญาเครื่องเนิ่นช้าย่อมครอบงำบุรุษเพราะเหตุแห่งอนุสัย๗  
1172 หมอชีวกโกมารภัจจ์ ประวัติ และการรักษาโรคให้กับบุคคลต่างๆ รวมทั้งเป็นหมอรักษาพระพุทธเจ้า ด้วย  
1173 ภิกษุณี สุนทรีนันทา ต้องปาราชิก เพราะเหตุเค้าคลึงกายกับบุรุษ ด้วยความกำหนัด พระศาสดาเพ่งโทษ พร้อมบัญญัติสิกขาบท  
1174 เรื่องพระฉัพพัคคีย์ หลงไหลสตรีรูปงามที่มีสามีแล้ว จึงวางแผน ให้สามีของนางเสียชีวิต พ.ทรงติเตียน ว่าไม่เหมาะ ไม่ควร  
1175 ธรรม ๔ ประการ : เพื่อความเจริญแห่งปัญญา : มีอุปการะมาก : โวหารอันมิใช่ของพระอริยะ และ ไม่ใช่ของพระอริยะ
 
1176 ทำความเพียรเผากิเลส แม้เดิน ยืน นั่ง นอน หากละ อกุศลวิตก คือ ๑.กามวิตก ๒. พยาปาทวิตก ๓. วิหิงสาวิตก (เบียดเบียน)  
1177 ความปรากฏแห่ง โลกธาตุ การจุติของสัตว์(ในช่วงแรกๆ) การกำเหนิดดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ง้วนดิน เครือดิน กะบิดิน สะเก็ดดิน  
1178 สาติภิกษุ มีทิฏฐิลามก คิดว่า วิญญาณท่องเที่ยวไปแล่นไปไม่ใช่สิ่งอื่น พระผู้มีพระภาคเรียกมาสอบ.. ตรัสว่า "โมษะบุรุษ"  
1179 คนชั่ว- คนดี และ ผู้มีธรรมอันงาม- ผู้มีธรรมอันลามก ในแบบของพระพุทธเจ้า  
1180 อนุศาสนีปาฏิหาริย์นั้น อย่างไรเล่า? นัยยะที่1.เป็นผู้รักษาศีล สร้างกุศล ละอกุศล 2.ผู้เข้ามาบวช 3.ภิกษุผู้ปฏิบัติจนสิ้นอาสวะ  
1181 ทรงติเตียนเรื่องอวดอุตริ ... ยอดมหาโจร คืออวดคุณวิเศษที่ไม่จริง เพื่อการได้มาซึ่งอาหาร และโภคทรัพย์  
1182 ห้ามอวดธรรมแก่ อนุสัมปัน (สามเณร และคฤหัสถ์) ต้องอาบัติปาจิตตีย์ เช่น ว่าตนได้ฌาน ได้ญาณ ได้สมาธิระดับต่างๆ  
1183 ขันธ์ ๕ เป็นของเร่าร้อน (กุกกุฬสูตร) รูป เวทนา สัญญาเป็นของเร่าร้อน ผู้ใดเห็นอยู่แบบนี้ย่อมเบื่อหน่าย คลายกำหนัดจึงหลุดพ้น  
1184 เรื่องที่ควรคิด-ไม่ควรคิด อย่าตรึกอกุศลวิตกอันลามก คือกามวิตก พยาบาท วิหิงสา เรื่องที่ควรคิดคือ(อริยสัจสี่) นี้ทุกข์ นี่เหตุเกิด  
1185 เรื่องที่ควรพูด-ไม่ควรพูด อย่าพูดแก่งแย่งในภูมิธรรม อย่าพูดเรื่อง ราชา โจร กองทัพ เรื่องสตรี บุรุษ ความเจริญ เรื่องทางโลก  
1186 ผลแห่งการละกิเลส (ตามลำดับ) แม้ระดับต่ำสุด เพียงแค่มีความเชื่อพระศาสดา รักพระศาสดา ก็ยังได้โบนัส ไปเกิดในสวรรค์  
1187 กามธาตุ กามสัญญา กามสังกัปปะ กามธาตุ-กามสัญญาละได้จะได้ธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข ละกามสังกัปปะจะได้ธรรมเครื่องอยู่สงบ  
1188 กามวิตก พยาบาทวิตก วิหิงสาวิตก (เบียดเบียน) ผู้ยินดีไม่ละไม่บรรเทาเรียกว่าผู้ไม่มีความเพียร..ผู้ไม่ยินดีเรียกว่าผู้มีความเพียร  
1189 อนุปุพพวิหารสมาบัติ ๙ ประการ..กามย่อมดับในที่ใด..วิตกและวิจารย่อมดับในที่ใด..ปีติย่อมดับในที่ใด.. อุเบกขาและสุขดับที่ใด  
1190 กุศลวิตก (สัมมาสังกัปปะ-ดำริชอบ)เนกขัมมวิตก(ดำริออกจากกาม) อัพ๎ยาปาทวิตก(ไม่พยาบาท) อัพ๎ยาปาทวิตก (ไม่เบียดเบียน)
 
1191 บาลีแห่งเอกธรรม รูป เสียง กลิ่น รส โผฐฐัพพะของสตรี ย่อมครอบงำจิตของบุรุษ ตรงกันข้ามย่อมครอบงำจิตของสตรีเช่นเดียวกัน  
1192 วัตถุกามเป็นไฉน? รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อันน่าพอใจ.. กิเลสกามเป็นไฉน? ฉันทะ ราคะ ฉันทราคะ สังกัปปะ ราคะ ...  
1193 การเว้นขาดกามด้วยเหตุ ๒ ประการ 1.โดยการข่มไว้โดยเห็นโทษ เจริญสติ เจริญภาวนา 2.เว้นขาดด้วยการเจริญอริยมรรค
 
1194 กามเสื่อมไปได้อย่างไร ถูกพระราชาริบไปบ้าง ถูกโจรลัก ถูกไฟไหม้ เสื่อมสลาย เมื่อกามอยู่ ย่อมกระสับกระส่ายเหมือนถูกศร  
1195 ว่าด้วยวิเวก ๓ อย่าง กายวิเวก (ความสงัดกาย) จิตตวิเวก (ความสงัดใจ) อุปธิวิเวก (ความสงัดอุปธิ)  
1196 กามทั้งหลายในโลก เป็นของที่นรชนละได้ยาก คือสละได้ยาก สละออกได้ยาก ข้ามได้ยาก  
1197 การดำรงสมาธิจิต เมื่อถูกเบียดเบียนทางวาจา - ทางกาย เราจักไม่แปรปรวน จักไม่กล่าววาจาอันเป็นบาป เราจักเป็นผู้มีเมตตา  
1198 นันทนสูตรที่ ๘ คาถาของมาร คนมีบุตรย่อมเพลินในบุตร..คาถา พ.คนมีบุตรย่อมเป็นทุกข์เพราะบุตร ผู้ไม่มีอุปธิ หาเป็นทุกข์ไม่  
1199

ธรรมของพระเจ้าจักรพรรดิ (จักกวัตติสูตร) เจ้าจงอาศัยธรรม จงสักการะธรรม เคารพธรรม นับถือธรรม บูชาธรรม ยําเกรงธรรม

 
1200 รวมเรื่องขุนเขาสิเนรุ อุปมาเรื่องขุนเขาสิเนรุ  
   


 

พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดา อ่านแบบสบายตา โดยคัดลอกหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ (คลิกอ่านพร้อมดาวน์โหลดไฟล์ pdf)
90 90 90 90  
 
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์
อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
 
   
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์