ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๘ หน้าที่ ๓๖๒ พระสุตตันตปิฎก
อสังขตะเป็นไฉน
(อสังขตสังยุตต์ วรรคที่ ๑)
[๖๗๔] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณ
ฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงอสังขตะ และทางที่จะให้ถึง อสังขตะ แก่ท่านทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงฟัง
ดูกรภิกษุทั้งหลายก็อสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสิ้นราคะ ความสิ้น
โทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า อสังขตะ
(ทางที่จะให้ถึงอสังขตะคือ กายคตาสติ)
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึง อสังขตะเป็นไฉน
กายคตาสติ นี้เรียกว่า ทางที่จะให้ถึงอสังขตะ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตะเราแสดงแล้วแก่เธอ
ทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึง อสังขตะเราแสดงแล้ว แก่เธอทั้งหลาย ดังนี้แล
-------------------------------------------------------
(ทางที่จะให้ถึงอสังขตะคือ สมถะและวิปัสสนา)
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กิจใดอันศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์ พึงกระทำแก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นอันเรา
อาศัยความอนุเคราะห์ กระทำแล้วแก่เธอ ทั้งหลาย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้ นั่นเรือนว่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเพ่ง อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้เดือดร้อนในภายหลังเลย นี้เป็นอนุศาสนีของเรา เพื่อเธอทั้งหลาย ฯ
[๖๗๕] ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราจะแสดงอสังขตะและทางที่จะให้ถึง อสังขตะ แก่เธอทั้ง
หลาย เธอทั้งหลายจงฟัง ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อสังขตะเป็นไฉน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ นี้เรียกว่าอสังขตะ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สมถะและวิปัสนา นี้เรียกว่า ทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯลฯ
-------------------------------------------------------
(ทางที่จะให้ถึงอสังขตะคือ สุญญตสมาธิ อนิมิตตสมาธิ อัปปณิหิตสมาธิ )
[๖๗๖] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สมาธิที่มีทั้ง วิตกวิจาร
สมาธิที่ไม่มีวิตก มีแต่วิจาร สมาธิที่ไม่มีทั้งวิตกวิจาร นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึง อสังขตะ ฯ
[๖๗๗] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สุญญตสมาธิ อนิมิตตสมาธิ อัปปณิหิตสมาธิ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
-------------------------------------------------------
(ทางที่จะให้ถึงอสังขตะคือ โพธิปักคิยธรรม ๓๗)
[๖๗๘] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สติปัฏฐาน ๔ นี้เรียกว่า ทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
[๖๗๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน สัมมัปปธาน ๔ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
[๖๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน อิทธิบาท ๔ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
[๖๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน อินทรีย์ ๕ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
[๖๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน พละ ๕ นี้เรียกว่า
ทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
[๖๘๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน โพชฌงค์ ๗ นี้เรียก
ว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ
-------------------------------------------------------
(ทางที่จะให้ถึงอสังขตะคือ อริยมรรคมีองค์ ๘)
[๖๘๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน อริยมรรค ประกอบ
ด้วยองค์ ๘ นี้เรียกว่าทางที่จะให้ถึงอสังขตะ ฯ ดูกรภิกษุทั้งหลาย อสังขตะเราแสดง แล้วแก่เธอทั้งหลาย ทางที่จะให้ถึงอสังขตะ เราแสดงแล้ว แก่เธอทั้งหลาย ดังนี้แล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย กิจใดอันศาสดาผู้แสวงหาประโยชน์เกื้อกูล ผู้อนุเคราะห์ พึงกระทำ แก่สาวกทั้งหลาย กิจนั้นเราอาศัยความอนุเคราะห์กระทำแล้ว แก่เธอทั้งหลาย
ดูกรภิกษุทั้งหลาย นั่นโคนไม้นั่นเรือนว่าง ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย จงเพ่ง อย่าประมาท อย่าได้เป็นผู้เดือดร้อนในภายหลังเลย นี้เป็นอนุศาสนีของเรา เพื่อเธอทั้งหลาย ฯ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
ต่อวรรค ๒ ทางที่จะให้ถึงอสังขตะเป็นไฉน
|