เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
  พระสูตร : สุตตะ (คำสอนพระศาสดา)
ค้นหาคำที่ต้องการ    

 
   
   

  พระสูตรชุดเต็ม ชุด 18    
1801 คันธสูตร (ว่าด้วยกลิ่นหอม) กลิ่นที่ฟุ้งตามลมก็ได้ ทวนลมก็ได้ ฟุ้งไปทั้งตามลม และทวนลมก็ได้..มีอยู่
1802 ปังกธาสูตร ภิกษุกัสสป รู้สึกขัดใจ (ไม่ชอบใจ) ว่าพระพุทธเจ้าทรงชี้แจงเหล่าภิกษุให้สมาทาน อาจหาญ ด้วยธรรมีกถา ยิ่งนัก
1803 อุทัยสูตรที่ ๒ อุทัยพราหมณ์ ทูลว่า พระสมณโคดมนี้ ติดในรสอาหาร จึงเสด็จมาบิณฑบาตรถึง 3 ครั้ง
1804 บุคคลไม่ควรให้อุปสมบท (บวชพระ) ๒๐ จำพวก กุลบุตรผู้ไม่มีอุปัชฌาย์ มีสงฆ์เป็นอุปัชฌาย์ มีคณะเป็นอุปัชฌาย์ มีบัณเฑาะก์..
1805 บุคคลไม่ควรให้บรรพชา (บวชเณร) ๓๒ จำพวก คนมือด้วน คนเท้าด้วน คนทั้งมือและเท้าด้วน คนหูขาด คนจมูกแหว่ง ฯลฯ
1806 ธรรมทายาทสูตร กรณีอาหารเหลือของพระพุทธเจ้า ภิกษุ 2 รูปต่างความเห็น รูปหนึ่งบอกไม่ควรฉัน(แม้ยังหิว) อีกรูปหนึ่งบอกควรฉัน
1807 การไม่ตามศึกษาความสงัด (ธรรมทายาทสูตร) สาวกไม่ศึกษาความสงัด ไม่ละธรรมตามที่ทรงตรัส เป็นผู้มักมาก ย่อหย่อน ท้อถอย
1808 การศึกษาความสงัด (ธรรมทายาทสูตร) สาวกพึงศึกษาความสงัด ละธรรมตามที่พระองค์ทรงตรัส ไม่เป็นผู้มักมาก ย่อหย่อน ท้อถอย
1809 การปฏิบัติสายกลาง ธรรมลามกมีอยู่ ความโกรธ ความผูกโกรธ นี้เป็นธรรมลามก อริยมรรคมีองค์ ๘ นี้แล เป็นไปเพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน
1810 ภยเภรวสูตร ภัยและน่าหวาดกลัว เมื่อเสพเสนาสนะอันสงัด ย่อมเกิดแก่ผู้ที่มีกายกรรมไม่บริสุทธิ์
1811 เหตุสะดุ้งกลัวการอยู่เสนาสนะป่า ๑๖ ประการ เสนาสนะอันเงียบสงัด ป่าโปร่งป่าทึบ อยู่ลำบากทำวิเวกได้ยาก ด้วยเหตุ ๑๖ ประการ
1812 อากังเขยยสูตร เหตุแห่งความสมปราถนา ๑๗ อย่าง บริบูรณ์ในศีล มีธรรมเครื่องระงับจิต ไม่เหินห่างจากฌาน ประกอบวิปัสสนา
1813 อนังคสูตร บุรุษเลวทราม บุรุษประเสริฐ (แสดงธรรมโดยพระสารีบุตร)
1814 สัมมาทิฏฐิสูตร (แสดงโดยพระสารีบุตร) อกุศลเป็นไฉน? ได้แก่ อกุศลกรรมบถ๑๐ รากเหง้าของอกุศลเป็นไฉน โลภะโทสะโมหะ
1815 สัมมาทิฏฐิสูตร (พระสารีบุตร) รู้ชัดซึ่งธรรมเหล่าใด..เหตุเกิด..ความดับ และทางดำเนิน...แม้ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ ชื่อว่าเป็นสัมมาทิฏฐิ
1816 อสงไขย กัป (นับไม่ได้) สังวัฏฏกัป สังวัฏฏฐายีกัป วิวัฏฏกัป วิวัฏฏฐายีกัป รวบรวมจาก ฉบับหลวง มหาจุฬา จากพระโอษฐ์
1817 ธรรมอันกระทำที่พึ่ง ๑๐ ประการ (นาถสูตร) เป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ทรงสุตะ มีมิตรดี ว่าง่าย ขยัน ใคร่ในธรรม ปรารภความเพียร
1818 เรื่องอัมพัฏฐมาณพเข้าเฝ้าฯ แต่แสดงอาการไม่เคารพ โดยเดินปราศรัยบ้าง ยืนปราศรัยบ้าง กับพระผู้มีพระภาคผู้ประทับนั่งอยู่
1819 รวม 16 พระสูตร (วินัยปิฎก) พระผู้มีพระภาคพร้อมภิกษุหมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ - ๑,๒๕๐ รูปจาริกไปในที่ต่างๆ
1820 รวม 18 พระสูตร (สุตตันตปิฎก) พระผู้มีพระภาคพร้อมภิกษุหมู่ใหญ่ ประมาณ ๕๐๐ - ๑,๒๕๐ รูปจาริกไปในที่ต่างๆ
1821 การลอยบาปของพราหมณ์ (สังครวสูตรที่ ๑๑) ห้วงน้ำคือธรรม มีศีลเป็นท่าไม่ขุ่น .. บุคคลผู้มีตัวไม่เปียกเท่านั้นจึงจะข้ามถึงฝั่งได
1822 คาถาของเทวดาเรื่องทานและความตระหนี่ (มัจฉริสูตรที่ ๒) เพราะความตระหนี่และความประมาทบุคคลจึงให้ทานไม่ได้ ...
1823 กันทรกสูตร ประทานพระโอวาทแก่กันทรกปริพาชก สิ่งที่รกชัฏคือมนุษย์ สิ่งที่ตื้นคือสัตว์
1824 การจับลูกธนู (ธนุคคหสูตร) สังขารที่สิ้นไปเร็วกว่าความเร็วของพระจันทร์ และพระอาทิตย์ เพราะเหตุนี้เธอจักเป็นผู้ไม่ประมาท
1825 โสณทัณฑสูตร พระพุทธเจ้าพร้อมภิกษุประมาณ 500 รูป เสด็จจาริกถึงนครจัมปา พราหมณ์โสณทัณฑะถวายการต้อนรับ
1826 ว่าด้วยอภิสัญญานิโรธ เหตุเกิดและเหตุดับสัญญา
1827 อุทุมพริกสูตร การหน่ายบาป (การบำเพ็ญตบะ) ที่ไม่บริสุทธิ์ และการหน่ายบาปที่บริสุทธิ์
1828 วนปัตถสูตร ว่าด้วยการอยู่ป่า และไม่ควรอยู่ป่า.. การอยู่นิคม ไม่ควรอยู่ และควรอยู่ ..การอาศัยกับบุคคล ไม่ควรอยู่ และควรอยู่
1829 กกจูปมสูตร พระโมลิยผัคคุนะคลุกคลีกับภิกษุณี เรื่องฉันอาหารที่อาสนะ แม่เรือนเวเทหิกา ถ้อยคำที่คนอื่นจะพึงกล่าว ๕ ประการ
1830 นิวาปสูตร อุปมากามคุณ 5 เหมือนฝูงเนื้อที่เข้าไปเล็มหญ้าในทุ่งหญ้า ที่นายพรานปลูกหญ้าล่อไว้
1831 ปาสราสิสูตร เมื่อก่อนเราเป็นโพธิสัตว์ ยังไม่ได้ตรัสรู้ และอุทกดาบส การเข้าหาอาฬารดาบส
1832 การแสวงหา2 อย่าง แสวงหาที่ไม่ประเสริฐ (แสวงหาความเกิดความแก่..) การแสวงหาที่ประเสริฐคือแสวงหาความไม่เกิดคือนิพพาน
1833 มหาหัตถิปโทปมสูตร อุปมาอริยสัจกับรอยเท้าช้าง มหาภูตรูป ๔ ผู้ใดเห็นปฏิจจสมุปบาท ผู้นั้นชื่อว่าเห็นธรรม
1834 มหาสาโรปมสูตร อุปมาพรหมจรรย์กับแก่นไม้ สะเก็ดพรหมจรรย์ เปลือกพรหมจรรย์ กระพี้พรหมจรรย์ แก่นพรหมจรรย์
1835 มหาสัจจกสูตร สัจจกนิครนถ์ทูลถามปัญหา กายภาวนา-จิตภาวนา.. ความต่างกันในการบำเพ็ญทุกกรกิริยา ..ผู้หลงและไม่หลง
1836 จูฬตัณหาสังขยสูตร ข้อปฏิบัตที่สิ้นตัณหา.. ท้าวสักกะ (เทวดาชั้นดาวดึงส์) เข้าเฝ้า พ. และชวนพระโมคชมเวชยันตปราสาท
1837 จูฬธรรมสมาทานสูตร (ธรรมสมาทาน ๔) ธรรมสมาทานที่มีสุขปัจจุบันแต่มีทุกข์เป็นวิบาก มีทุกข์ในปัจจุบันและมีทุกข์เป็นวิบาก..
1838 รถวินีตสูตร ภิกษุชาวชาติภูมิ ยกย่อง พระปุณณมันตานีบุตร ว่า สมบูรณ์ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ และวิมุตติญาณทัสสนะ
1839 เสขปฏิปทาสูตร ว่าด้วยเสขปฏิปทา ทางดำเนินของพระเสขะ-แสดงโดยพระอานนท์ คุ้มครองอินทรีย์ ฌานทั้ง๔ วิชชาและจรณะ
1840 อัมพัฏฐสูตร พราหมณ์โปกขรสาติ อัมพัฏฐมาณพ (ศิษย์) ผู้ทรงจำมนต์ จบไตรเพท คัมภีร์โลกายตะ และมหาปุริสลักษณะ ๓๒
1841 โลหิจจสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโลหิจจะ (พระไตรปิฎก ฉบับมหาจุฬา)
1842 โลหิจจสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโลหิจจะ (พระไตรปิฎก ฉบับหลวง)
1843 กีฏาคิริสูตร คุณของการฉันอาหารน้อย..เวทนา ๓ ระหว่างกุศลกับอกุศล..บุคคล ๗ จำพวก..อรหัตตผลต้องทำตามลำดับ
1844 สันทกสูตร เรื่องสันทกปริพาชก แสดงธรรมโดยพระอานนท์
1845 มหาสกุลุทายิสูตร ว่าด้วยปริพาชกชื่อสกุลุทายี สูตรใหญ่
1846 รัฐปาลสูตร พราหมณ์และคฤหบดีชาวถุลลโกฏฐิตะเข้าเฝ้า
1847 โกสลสังยุตต์ พระผู้มีพระภาคปราศัยกับพระเจ้าปเสนทิโกศล
1848 พระเจ้าปเสนทิโกศลเข้าเฝ้าฯ..ปุถุชนไม่อาจรู้ได้ว่าใครเป็นพระอรหันต์..ยอดสุดแห่งความพอใจนั่นแหละ เป็นยอดในเบญจกามคุณ
1849 บุคคล ๔ จำพวกเป็นไฉน บุคคลผู้มืดแล้วมืดต่อไป..ผู้มืดแล้วกลับสว่างต่อไป..ผู้สว่างแล้วกลับมืดต่อไป..ผู้สว่างแล้วคงสว่างต่อไป
1850 เทศนาสูตร เราจักแสดงปฏิจจสมุปบาท แก่พวกเธอ พวกเธอจงฟัง
1851 มารผู้มีบาป กลั่นแกล้งขัดขวางพระพุทธเจ้า ต้องการให้เกิดความกลัว จึงกลิ้งศิลาก้อนใหญ่ๆ ไปใกล้พระผู้มีพระภาค
1852 มารผู้มีบาป นิรมิตเพศเป็นพราหมณ์ ถือไม้เท้าเข้าไปหาหมู่ภิกษุ ยุให้บริโภคกาม พ.นั่นไม่ใช่พราหมณ์ แต่เป็นมารบังตาเธอ
1853 มารผู้มีบาป ทราบความปริวิตกของท่านสมิทธิ จึงทำเสียงดังน่ากลัวดุจแผ่นดินจะถล่ม พ.ตรัสว่านั่นเป็นมาร มาเพื่อบังตาเธอ
1854 มารผู้มีบาป ทราบความปริวิตกของท่านโคธิกะ และเห็นท่านโคธิกะนำศัตรามาเพื่อฆ่าตัวตาย
1855 มารผู้มีบาป เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค หลังหาโอกาสมานานถึง 7 ปี ท่านถูกความโศกทับถมหรือ จึงซบเซามาอยู่ในป่าอย่างนี้
1856 มารธิดาทั้ง ๓ จำแลงเพศเป็นหญิงเข้าเฝ้า เพื่อขอบำเรอบาทของพระองค์
1857 มารผู้มีบาป ขัดขวางรังควานภิกษุณี ชื่อ อาฬวิกา โสมา กิสาโคตมี วิชยา อุบลวรรณ จาลา อุปจาลา สีสุปจาลา เสลา วชิรา
1858 สุพรหมปัจเจกพรหม และ สุทธาวาสปัจเจกพรหม เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค
1859 พรหมเข้าเฝ้า..สนังกุมารพรหม ท้าวสหัมบดีพรหม รื่องพระพุทธเจ้าสิขี ลำดับการปริพนิพพาน
1860 พราหมณ์ภารทวาชโคตร จำนวน 10 คน เข้ามาบวชในสำนักโคดม ไม่นานได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์
1861 พราหมณสังยุตต์ พราหมณ์ 12 คนเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค 1.กสิภารทวาชพราหมณ์ 2.อุทัยพราหมณ์3.เทวหิตพราหมณ์ ฯลฯ
1862 รวมพระสูตรเรื่องป่า 14 สูตร ภิกษุพำนักอยู่แนวป่าในแคว้นโกศล เรื่องเทวดาสิงอยู่ในป่า (14พระสูตรนี้ น่าจะเป็นเรื่องแต่งใหม่)
1863 รวมพระสูตรเรื่องยักษ์ 12 สูตร ยักษ์มีชื่อว่า อินทกยักษ์ สักกะ ขระ มณีภัท ..(12พระสูตรเรื่องยักษ์ น่าจะเป็นเรื่องแต่งใหม่)
1864 อเจลกัสสปสูตร (ตรัสกับอเจลกกัสสป) ความทุกข์ตนเองกระทำ หรือผู้อื่นกระทำ หรือทั้งตนเองและผู้อื่นกระทำ ภ. อย่ากล่าวอย่างนั้น
1865 ติมพรุกขสูตร ตถาคตแสดงธรรมสายกลางไม่เข้าไปใกล้ส่วนสุดทั้งสอง ว่าสุขทุกข์ตนเองกระทำ ผู้อื่นกระทำ หรือทั้งตนเองและผู้อื่นกระทำ
1866 พาลปัณฑิตสูตร (ความแตกต่างระหว่างกายของบันฑิตกับกายของคนพาล)
1867 ทสพลสูตรที่ ๑ ทสพลญาณ และ จตุเวสารัชชญาณ การเกิดการดับของรูป เวทนา สัญญา...เมื่อปัจจัยนี้มีอยู่ ผลนี้ย่อมมี
1868 ทสพลสูตรที่ ๒ เมื่อปัจจัยนี้มีอยู่ผลย่อมมี เมื่อปัจจัยไม่มีอยู่ผลย่อมไม่มี กุลบุตรผู้บวชควรปรารภความเพียร เพื่อถึงธรรมที่ยังไม่ถึง
1869 อุปนิสสูตร เมื่อเรารู้อยู่เห็นอยู่ เราจึงกล่าวความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เมื่อเราไม่รู้ไม่เห็น เราก็มิได้กล่าว
1870 อัญญติตถิยสูตร พระสารีบุตรตอบคำถามปริพาชก ทุกข์เป็นของอาศัยเหตุเกิดขึ้น คือผัสสะ
1871 ภูมิชสูตร กรรมหรือสุขทุกข์ หากเว้นผัสสะเสีย เขาย่อมเสวยสุขและทุกข์ดังนี้ มิใช่ฐานะที่จะมีได้
1872 อุปวาณสูตร (ตรัสกับอุปวาณะ) ผัสสะคือเหตุเกิดของทุกข์ ผู้ใดกล่าวเช่นนี้ชื่อว่ากล่าวตามที่เรากล่าว
1873 ปัจจยสูตร กาลใดแลอริยสาวกรู้ทั่วถึงปัจจัยเหตุเกิด ความดับ ข้อปฏิบัติ ในกาลนั้น ชื่อว่าเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทิฐิ สมบูรณ์ด้วยทัศนะ
1874 ภิกขุสูตร ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมรู้ทั่วถึงชรามรณะ เหตุเกิด ความดับ ข้อปฏิบัติ..ย่อมรู้ทั่งถึง ชาติ อุปาทาน ตัณหา..สังขารทั้งหลาย
1875 สมณพราหมณสูตรที่ ๑ สมณะหรือพราหมณ์ กำหนดรู้ชรามรณะ เหตุเกิด ความดับ และข้อปฏิบัติ ย่อมทำให้แจ้ง ย่อมหลุดพ้นได้
1876 สมณพราหมณสูตรที่ ๒ผู้ไม่รู้อริยสัจสี่ ไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุเกิด ไม่รู้ความดับ ไม่รู้ข้อปฏิบัติ..จักล่วงพ้นชรามรณะ มิใช่ฐานะที่จะมีได้
1877 ภูตมิทสูตร (ตรัสกับพระสารีบุตร) ความต่าง ภิกษุตรัสรู้แล้ว กับ เสขะบุคคล (ยังไม่ตรัสรู้)
1878 ญาณวัตถุสูตรที่ ๑ (ญาณวัตถุ ๔๔) ความรู้ในชราและมรณะ เหตเป็นแดนเกิด ความดับ ปฏิปทา
1879 ญาณวัตถุสูตรที่ ๒ (ญาณวัตถุ ๗๗) ปฏิจจ ๑๑ อาการ ทั้งในปัจจุบัน อดีต อนาคต และธรรมฐิติญาณว่า มีความสิ้นไป ดับไป
1880 อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๑ ชรามรณะเป็นไฉน และชรามรณะนี้ เป็นของใคร พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ตั้งปัญหายังไม่ถูก
1881 อวิชชาปัจจยสูตรที่ ๒ ชรามรณะเป็นไฉน และชรามรณะนี้เป็นของใคร ชาติ ภพ เวทนา อุปาทาน ตัณหา ผัสสะ..เป็นของใคร
1882 นตุมหากํสูตร (นตุมหสูตร) กายนี้ไม่ใช่ของเธอทั้งหลาย ทั้งไม่ใช่ของผู้อื่น กรรมเก่า(กาย)นี้ พึงเห็นว่าเป็นปัจจัยปรุงแต่ง
1883 ปัญจเวรภยสูตรที่ ๑ เมื่อใดภัยเวร ๕ ประการ (ศีล ๕) สงบแล้ว แทงตลอดด้วยปัญญา พึงพยากรณ์ตนว่าเราเป็นโสดาบัน
1884 ปัญจเวรภยสูตรที่ ๒ (คุณสมบัติของโสดาบัน) เลื่อมใสพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ มีศีลไม่ด่างไม่พร้อย พระอริยะเห็นดีแล้ว
1885 ญาติกสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสธรรมปริยายในที่เร้นใกล้บ้านพระญาติ ความเกิด-ความดับ แห่งกองทุกข์ มีภิกษุรูปหนึ่งแอบฟัง
1886 อัญญตรสูตร กรรมหรือการกระทำ ไม่มีผู้กระทำ ไม่มีใครรับผลกรรม ตถาคตบัญญัติทางสายกลาง เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี (ปฏิจจ)
1887 อริยสาวกสูตรที่ ๑ ผู้ได้สดับย่อมมีญาณหยั่งรู้ว่า เมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้ไม่มีสิ่งนี้จึงไม่มี เมื่ออะไรไม่มี อะไรจึงไม่มี
1888 อริยสาวกสูตรที่ ๒ ผู้ได้สดับมิได้สงสัยว่าเมื่ออะไรมีอะไรจึงมี.. มีญาณหยั่งรู้ว่าเมื่อสิ่งนี้มีสิ่งนี้จึงมี..เมื่ออะไรไม่มี อะไรจึงไม่มี
1889 ทุติยมหารุกขสูตร เหตุเกิดเหตุดับของทุกข์ ความพอใจเป็นปัจจัยแห่งอุปาทาน (อุปมาต้นไม้ใหญ่ดูดอาหารจากราก)
1890 ตรุณรุกขสูตร เหตุเกิดเหตุดับของทุกข์ ความพอใจเป็นปัจจัยแห่งอุปาทาน (อุปมาต้นไม้อ่อนได้รับการพรวนดินใส่ปุ๋ย)
1891 นามรูปสูตร ความพอใจเป็นปัจจัยแห่งสังโยชน์ นามรูปย่อมหยั่งลง นามรูปเป็นปัจจัยจึงมีสฬายตนะ ..กองทุกข์ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้
1892 วิญญาณสูตร ความพอใจเป็นปัจจัยแห่งสังโยชน์ วิญญาณย่อมหยั่งลง เพราะวิญญาณเป็นปัจจัยจึงมีนามรูป กองทุกข์ย่อมมีด้วยอาการ
1893 เรื่องปริพาชกโปฏฐปาทะ พระผู้มีพระภาคเสด็จไปหา โปฏฐปาทปริพาชก ณ มัลลิการาม อันเป็นสถานที่โต้ลัทธิ
1894 เรื่องสุภมาณพ หลังปรินิพพานได้ไม่นาน สุภมาณพเข้าหาพระอานนท์ ถามว่า พ. สรรเสริญธรรมเหล่าไหน ให้ตั้งอยู่ ให้ดำรงอยู่
1895 อปัณณกสูตร พ.เสด็จจาริกไปถึงพราหมณคามนามบ้านศาลา ชาวบ้านรับฟังธรรมเทศนาเรื่อง อปัณณกธรรม และเรื่องอื่นๆ
1896 สมณมุณฑิกสูตร อุคคาหมานปริพาชก และ ช่างไม้ปัญจกังคะ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค
1897 จูฬสกุลุทายิสูตร เรื่องสกุลุทายีปริพาชก พระผู้มีพระภาคเสด็จไปยังปริพาชิการาม อันเป็นที่ให้เหยื่อแก่นกยูง
1898 โพธิราชกุมารสูตร เรื่องโพธิราชกุมาร ขอพระพุทธเจ้าเหยียบผ้าขาวเพื่อความเป็นมงคล
1899 โฆฏมุขสูตร :โฆฏมุขพราหมณ์ สนทนากับพระอุเทน เรื่องบุคคล ๔ จำพวก บริษัท ๒ จำพวก ติตถิยวัตร ผู้ถึงพร้อมด้วยสิกขาสาชีพ
1900 จังกีสูตร เรื่องจังกีพราหมณ์ ชาวโอปาสาทพราหมณคาม และจังกีพราหมณ์ เข้าเฝ้า
   
 
   



หนังสือพุทธวจน ออนไลน์
90 90 90 90  
 
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์
อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
 
   
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์