เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  มหาปรินิพพานสูตร ๑๑/๑๔ เสด็จถึงเมืองกุสินารา เทวดาเข้าเฝ้า บางพวกร้องให้คร่ำครวญ 634
 
 มหาปรินิพพานสูตร(๑-๑๔) ตอนที่ ๑๐  ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔
 

มหาปรินิพพานสูตร #๑๑ (เนื้อหาพอสังเขป)

รับสั่งให้อานนท์ตั้งเตียงหันศรีษะไปทิศอุดร
พระผู้มีพระภาคเสด็จถึงเมืองกุสินารา ให้อานนท์ตั้งเตียง หันศรีษะไปทิศอุดร (ตะวันออกเฉียงเหนือ) ระหว่างต้นสาละคู่ ทรงสำเร็จสีหไสยา ต้นสาละคู่ ดอกสพรั่งนอกฤดู ดอกไม้ทิพย์ตกลงมาจาก อากาศ ดนตรีทิพย์ ประโคมอยู่ในอากาศเพื่อบูชาพระตถาคต..

ความศรัทธาอย่างสูงสุดต่อตถาคต
ตรัสว่า ภิกษุภิกษุณี อุบาสกอุบาสิกา ปฏิบัติธรรมสมควร แก่ธรรม ปฏิบัติชอบปฏิบัติตามธรรมอยู่ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าบูชาตถาคต ด้วยการบูชาอย่างสูงสุด 


ภิกษุบังเทวดา
สมัยนั้นท่านพระอุปวาณะยืนถวายงานพัด พระผู้มีพระภาคให้หลีกไป ตรัสถึง 3 ครั้ง พระอานนท์ สงสัย จึงทูลถาม พระองค์ตรัสว่า เทวดาในหมื่นโลกธาตุมาประชุมกันที่เมืองกุสินาราสาลวัน อยู่โดยรอบ ถึง ๑๒ โยชน์ (๑๙๒ กม.) พวกเทวดา มาแต่ที่ไกลเพื่อจะเห็น พระตถาคตเป็นครั้ง สุดท้าย  ก็ภิกษุรูปนี้ ยืนบังอยู่เบื้องพระพักตร์ ทำให้พวกเทวดามองไม่เห็น

เทวดาร้องให้คร่ำครวญ
ในราตรีนั้นเทวดาบางพวก คร่ำครวญ่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา รำพันว่าพระผู้มีพระภาค พระสุคต จะเสด็จปรินิพานเสียเร็วนัก ส่วนเทวดาพวกที่ปราศจากราคะแล้ว มีสติสัมปชัญญะ อดกลั้นโดย ธรรมสังเวช ว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง

ตรัสกับอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง
เป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา ๑. สถานที่พระตถาคตประสูติ ๒. สถานที่ตรัสรู้ ๓. สถานที่ แสดงอนุตตรธรรมจักร ๔. สถานที่เสด็จปรินิพพานแล้ว ผู้ใดมีจิตเลื่อมใสแล้ว เมื่อทำกาละลงจักเข้าถึ สุคติโลกสวรรค์

ทรงแนะอานนท์ การจัดการพระสรีระของพระองค์ทรงให้พึงปฏิบัติเหมือนที่ปฏิบัติในพระสรีระ พระเจ้าจักรพรรดิ ....ให้สร้างสถูปไว้ที่หนทางใหญ่ ๔ แพร่ง ให้ผู้คนสักการะ บูชาด้วยมาลัย ของหอม ผู้ที่ยังจิตให้เลื่อมใส จักเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แก่ชนเหล่านั้น สิ้นกาลนาน

 
 
 


พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๐ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค หน้าที่ ๘๗ -๑๑๑


มหาปรินิพพานสูตร (๑๑)
[๑๒๘] [๑๓๓]


ดอกสาละบานนอกฤดู ดอกไม้ทิพย์ร่วงหล่น
ดนตรีทิพย์ประโคมอยู่ในอากาศ



[๑๒๘] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า

ดูกรอานนท์  มาไปกันเถิดเราจักไปยังฝั่งโน้นแห่งแม่น้ำหิรัญวดี
เมืองกุสินารา และสาลวันอันเป็นที่แวะพักแห่งพวกเจ้ามัลละ

ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จไปยังฝั่งโน้นแห่งแม่น้ำหิรัญวดี เมืองกุสินารา และสาลวันอันเป็นที่แวะพักแห่งพวกเจ้ามัลละ ครั้นแล้วรับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า

ดูกรอานนท์ เธอจงช่วยตั้งเตียงให้เราหันศีรษะไปทางทิศอุดร* ระหว่างไม้ สาละทั้งคู่ เราเหน็ดเหนื่อยแล้ว จักนอน
* ทิศอุดร คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ตั้งเตียงหันพระเศียร ไปทางทิศอุดร ระหว่างไม้สาละทั้งคู่ พระผู้มีพระภาคทรงสำเร็จสีหไสยา โดย พระปรัสเบื้องขวา(นอนตะแคงขวา) ทรงซ้อนพระบาทเหลื่อมพระบาท มีพระสติสัมปชัญญะ ฯ


[๑๒๙] สมัยนั้น

ต้นสาละอินเดีย / ศรีลังกา ( Sal tree) ดอกต้นสาละอินเดีย ( Sal tree)

ไม้สาละทั้งคู่ เผล็จดอกสะพรั่งนอกฤดูกาล ดอกไม้เหล่านั้น ร่วงหล่นโปรยปราย ลงยังพระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชา

แม้ดอกมณฑารพ อันเป็นของทิพย์ก็ตกลงมาจากอากาศ ดอกมณฑารพเหล่านั้น ร่วงหล่นโปรยปรายลงยังพระสรีระของพระตถาคตเพื่อบูชา

แม้จุณแห่งจันทน์อันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ จุณแห่งจันทน์เหล่านั้น ร่วงหล่นโปรยปรายลงยังพระสรีระของพระ ตถาคตเพื่อบูชา

ดนตรีอันเป็นทิพย์เล่าก็ประโคมอยู่ในอากาศ เพื่อบูชาพระตถาคต แม้สังคีตอัน เป็นทิพย์ ก็เป็นไปในอากาศ เพื่อบูชาพระตถาคต ฯ

ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า ดูกรอานนท์ ไม้สาละ ทั้งคู่ เผล็จดอกบานสพรั่งนอกฤดูกาล ร่วงหล่นโปรยปรายลงยังสรีระ ของ ตถาคตเพื่อบูชา แม้ดอกมณฑารพอันเป็นของทิพย์ ก็ตกลงมาจากอากาศ ดอก มณฑารพเหล่านั้น ร่วงหล่นโปรยปรายลงยังสรีระของตถาคตเพื่อบูชา แม้จุณแห่ง จันทน์อันเป็นของทิพย์(ผงละอองดอกไม้ทิพย์) ก็ตกลงมาจากอากาศ จุณแห่งจันทน์ เหล่านั้น ร่วงหล่น โปรยปรายลงยังสรีระของตถาคตเพื่อบูชา ดนตรีอันเป็นทิพย์เล่าก็ประโคมอยู่ใน อากาศ เพื่อบูชาตถาคต แม้สังคีตอันเป็นทิพย์ก็เป็นไปในอากาศ เพื่อบูชา ตถาคต

ดูกรอานนท์ ตถาคตจะชื่อว่าอันบริษัทสักการะ เคารพ นับถือ บูชา นอบน้อมด้วย เครื่องสักการะประมาณเท่านี้หามิได้ ผู้ใดแล จะเป็นภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก หรือ อุบาสิกาก็ตาม เป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตามธรรม อยู่ ผู้นั้นย่อมชื่อว่าสักการะ เคารพนับถือ บูชาตถาคตด้วยการบูชาอย่างยอด  เพราะเหตุนั้นแหละอานนท์ พวกเธอพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า เราจักเป็นผู้ปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ประพฤติตามธรรมอยู่ ดังนี้ ฯ



[๑๓๐] สมัยนั้น ท่านพระอุปวาณะ ยืนถวายงานพัดพระผู้มีพระภาค เฉพาะพระพักตร์ ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคทรงขับท่านพระอุปวาณะว่า

ดูกรภิกษุเธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเรา ท่านพระอานนท์ได้มีความดำริว่า ท่านอุปวาณะ รูปนี้เป็นอุปัฏฐากอยู่ใกล้ชิดพระผู้มีพระภาคมาช้านาน ก็และเมื่อเป็นเช่นนั้น ใน กาลครั้งสุดท้าย พระผู้มีพระภาคทรงขับท่านอุปวาณะว่า

ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเรา ดังนี้
อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรหนอ เป็นปัจจัย ให้พระผู้มี พระภาคทรงขับท่านอุปวาณะว่า ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเรา

ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ   ท่านอุปวาณะรูปนี้ เป็นอุปัฏฐากอยู่ใกล้ชิดพระผู้มีพระภาคมาช้านาน ก็แลเมื่อ     เป็นเช่นนั้น ในกาลครั้งสุดท้ายพระผู้มีพระภาคยังทรงขับท่านอุปวาณะว่า

ดูกรภิกษุ เธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเรา ดังนี้อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรหนอ     เป็นปัจจัย ให้พระผู้มีพระภาคทรงขับท่านอุปวาณะว่า ดูกรภิกษุเธอจงหลีกไป อย่ายืนตรงหน้าเราฯ พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ดูกรอานนท์ เทวดาในหมื่นโลกธาตุมาประชุมกันโดยมาก เพื่อจะ เห็นตถาคต เมืองกุสินาราสาลวัน อันเป็นที่แวะพัก แห่งพวกเจ้ามัลละ เพียงเท่าใด โดยรอบถึง ๑๒ โยชน์ * ตลอดที่เพียงเท่านี้ จะหาประเทศแม้มาตรว่า เป็น ที่จรดลงแห่งปลายขนทราย อันเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่ไม่
* (เส้นรอบวง 192 กม. หรือมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30.5 กม ใช้หลัก 1โยชน์เท่ากับ 16 กม.)

ถูกต้องแล้วมิได้มี พวกเทวดายกโทษอยู่ว่า พวกเรามาแต่ที่ไกล เพื่อจะเห็นพระ ตถาคตพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จะเสด็จอุบัติในโลก ในบางครั้งบางคราว ในปัจฉิมยามแห่งราตรีในวันนี้แหละ พระตถาคตจักปรินิพพาน ก็ภิกษุผู้มีศักดิ์ใหญ่ รูปนี้ ยืนบังอยู่เบื้องพระพักตร์พระผู้มีพระภาค พวกเราไม่ได้เห็นพระตถาคตในกาล เป็นครั้งสุดท้าย ฯ

อ. ข้าแต่องค์ผู้เจริญ ก็พวกเทวดาเป็นอย่างไร กระทำไว้ในใจ เป็นไฉนฯ มีอยู่
อานนท์

เทวดาบางพวก สำคัญอากาศว่าเป็นแผ่นดิน
สยายผม ประคองแขนทั้งสอง คร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา ดุจมีเท้าอันขาดแล้วรำพันว่า พระผู้มีพระภาค จะเสด็จปรินิพพานเสียเร็วนัก พระสุคตจะเสด็จปรินิพานเสียเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระ จักษุในโลก จักอันตรธานเสียเร็วนัก ดังนี้

เทวดาบางพวก สำคัญแผ่นดิน ว่าเป็นแผ่นดิน สยายผมประคองแขนทั้งสอง คร่ำครวญอยู่ ล้มลงกลิ้งเกลือกไปมา ดุจมีเท้าอันขาดแล้ว รำพันว่าพระผู้มีพระภาค จักเสด็จปรินิพพานเสียเร็วนัก พระสุคตจักเสด็จ ปรินิพพานเสียเร็วนัก พระองค์ผู้มีพระจักษุในโลก จักอันตรธานเสียเร็วนัก ดังนี้ 

ส่วนเทวดาพวก ที่ปราศจากราคะแล้ว มีสติสัมปชัญญะ
อดกลั้นโดยธรรมสังเวช ว่า สังขารทั้งหลายไม่เที่ยง เพราะฉะนั้น เหล่าสัตว์จะพึงได้ในสังขารนี้แต่ ที่ไหน ฯ

เทวดาในหมื่นโลกธาตุ มาประชุมกัน โดยรอบ ถึง ๑๒ โยชน์ (๑๙๒ กม.) เพื่อจะเห็นตถาคต

[๑๓๑] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อก่อนพวกภิกษุผู้อยู่จำพรรษาในทิศทั้งหลาย ย่อมมา เพื่อเฝ้าพระตถาคต พวกข้าพระองค์ย่อมได้เห็น ได้เข้าไปนั่งใกล้ภิกษุ เหล่านั้น ผู้ให้เจริญใจก็โดยกาลล่วงไปแห่งพระผู้มีพระภาค พวกข้าพระองค์จักไม่ได้เห็น ไม่ได้เข้าไปนั่งใกล้พวกภิกษุผู้ให้เจริญใจ ฯ

ดูกรอานนท์ สังเวชนียสถาน ๔ แห่งเหล่านี้ เป็นที่ควรเห็นของ กุลบุตรผู้มีศรัทธา สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง เป็นไฉน คือ
๑. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตาม ระลึกว่า พระตถาคตประสูติในที่นี้ ฯ
๒. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตาม ระลึกว่า พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ ฯ
๓. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตาม ระลึกว่า พระตถาคตทรงยังอนุตตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้ ฯ
๔. สังเวชนียสถานอันเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธาด้วยมาตาม ระลึกว่า พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสสนิพพานธาตุในที่นี้ 

สังเวชนียสถาน ๔ แห่งนี้แลเป็นที่ควรเห็นของกุลบุตรผู้มีศรัทธา ฯ

ดูกรอานนท์ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา จักมาด้วยความเชื่อว่าพระตถาคตประสูติ ในที่นี้ก็ดี พระตถาคตตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณในที่นี้ ก็ดี พระตถาคตทรง ยังอนุตรธรรมจักรให้เป็นไปในที่นี้ก็ดี พระตถาคตเสด็จปรินิพพานแล้วด้วยอนุปาทิเสส นิพพานธาตุ ในที่นี้ก็ดี

ก็ชนเหล่าใดเหล่าหนึ่ง เที่ยวจาริกไปยังเจดีย์ มีจิตเลื่อมใสแล้ว จักทำกาละลง ชนเหล่านั้นทั้งหมดเบื้องหน้า แต่ตายเพราะกายแตก จักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ฯ

สังเวชนียสถาน ๔
สถานที่ประสูติ ลุมพินีวัน นครกบิลพัสดุ์ ลุมมินเด - เนปาล
สถานที่ตรัสรู้ ควงไม้โพธิ์ พุทธคยา รัฐพิหาร - อินเดีย
สถานที่แสดงปฐมเทศนา ป่าอิสิปตน- เมืองพาราณสี รัฐอุตตร - อินเดีย
สถานที่ปรินิพพาน เมืองกุสินารา รัฐอุตตร- อินเดีย


[๑๓๒] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์จะพึงปฏิบัติในมาตุคาม(สตรี)อย่างไรฯ
การไม่เห็น อานนท์ ฯ

ข้าแต่พระผู้มีพระภาค เมื่อการเห็นมีอยู่ จะพึงปฏิบัติอย่างไร ฯ
การไม่เจรจา อานนท์ ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อต้องเจรจา จะพึงปฏิบัติอย่างไร ฯ
พึงตั้งสติไว้ อานนท์ ฯ

[๑๓๓] ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พวกข้าพระองค์ จะพึงปฏิบัติในพระสรีระของ พระตถาคตอย่างไร ฯ

ดูกรอานนท์ พวกเธอจงอย่าขวนขวาย เพื่อบูชาสรีระตถาคตเลย จงสืบต่อ พยายามในประโยชน์ของตนๆ เถิด จงเป็นผู้ไม่ประมาทในประโยชน์ของตนๆ มีความเพียร มีตนอันส่งไปแล้วอยู่เถิด กษัตริย์ผู้เป็นบัณฑิตก็ดี พราหมณ์ผู้เป็นบัณฑิต ก็ดี คฤหบดี ผู้เป็นบัณฑิตก็ดีผู้เลื่อมใสยิ่งในตถาคตมีอยู่ เขาทั้งหลายจักกระทำการ บูชาสรีระตถาคต ฯ

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็เขาทั้งหลายจะพึงปฏิบัติในพระสรีระของตถาคตอย่างไร ฯ

ดูกรอานนท์ พึงปฏิบัติในสรีระตถาคต เหมือนที่เขาปฏิบัติในพระสรีระ   พระเจ้าจักรพรรดิ ฯ

ข้าแด่พระองค์ผู้เจริญ ก็เขาปฏิบัติในพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิอย่างไร ฯ

ดูกรอานนท์ เขาห่อพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี    แล้วห่อด้วยผ้าใหม่ โดยอุบายนี้ ห่อพระสรีระพระจักรพรรดิด้วยผ้า ๕๐๐ คู่ แล้ว    เชิญพระสรีระลงในรางเหล็กอันเต็มด้วยน้ำมัน ครอบด้วยรางเหล็กอื่น แล้วกระทำ จิตกาธาร ด้วยไม้หอมล้วน ถวายพระเพลิงพระสรีระพระเจ้าจักรพรรดิ

สร้างสถูป ของพระเจ้าจักรพรรดิไว้ที่หนทางใหญ่ ๔ แพร่งเขาปฏิบัติ ในพระสรีระ พระเจ้าจักรพรรดิ ด้วยประการฉะนี้แล

พวกกษัตริย์ผู้เป็นบัณฑิตเป็นต้นพึงปฏิบัติใน สรีระตถาคตเหมือนที่เขาปฏิบัติ พระสรีระ พระเจ้าจักรพรรดิ พึงสร้างสถูปของ ตถาคตไว้ที่หนทางใหญ่ ๔ แพร่ง

ชนเหล่าใดจักยกขึ้นซึ่งมาลัยของหอมหรือจุณ จักอภิวาท หรือจักยังจิตให้เลื่อมใสใน สถูปนั้น การกระทำเช่นนั้น จักเป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล เพื่อความสุข แก่ชน เหล่านั้น สิ้นกาลนาน ฯ




 
 
พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดาล้วนๆ แบบสบายตา โดยคัดลอกจากหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ
พุทธประวัติ
จากพระโอษฐ์
ขุมทรัพย์
จากพระโอษฐ์
อริยสัจ
ภาคต้น-ภาคปลาย
ปฏิจจสมุปบาท
จากพระโอษฐ์
กรรม สมถะ วิปัสสนา โสดาบัน อานาปานสติ