เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  มหาปรินิพพานสูตร ๙/๑๔ เสด็จเมืองปาวานายจุนทะถวายสุกรมัททวะ ทรงประชวรลงพระโลหิต 632
 
 มหาปรินิพพานสูตร(๑-๑๔) ตอนที่ ๑๐  ๑๑ ๑๒ ๑๓ ๑๔
 

มหาปรินิพพานสูตร #๙ (เนื้อหาพอสังเขป)

เมืองปาวา (บ้านนายจุนท)
เสด็จไปเราจักไปยังเมืองปาวา ทรงแสดงธรรมแก่ นายจุนท กัมมารบุตร ให้เห็นแจ้ง จากนั้นได้กราบทูล ขอพระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จงทรงรับภัตตาหารเพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้ พระผู้มีพระภาคทรงรับด้วยดุษณีภาพ (ภัตตาหารมื้อสุดท้ายก่อนปรินิพพาน)

นายจุนทเตรียมภัตตาหาร- อาพาธอย่างแรง
นายจุนท ตระเตรียมภัตอันประณีต พระผู้มีพระภาครับสั่งให้นายจุนทะถวาย สุกรมัททวะ(เห็ด) แด่พระองค์(ผู้เดียว) แล้วให้ถวายภิกษุสงฆ์ด้วยของเคี้ยว ของฉันอย่างอื่น จากนั้นทรงรับสั่งให้นาย จุนทะ นำสุกรมัททวะ ที่ยังเหลือไปฝังเสียในหลุม ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาค เกิดอาพาธ อย่างร้ายแรง ทรงประชวร ลงพระโลหิต ใกล้จะนิพพาน แต่มีพระสติ อดกลั้นเวทนาเหล่านั้นไว้ได้

เสด็จกุสินารา ทรงเหน็ดเหนื่อยและกระหายน้ำมาก
มาไปกันเถิด อานนท์ เราจักไปยังเมือง กุสินารา...
ทรงแวะกลางทาง แล้วเสด็จเข้าไปยังโคนไม้ ต้นหนึ่ง จากนั้นรับสั่งกับอานนท์ว่า เธอจง ช่วยนำน้ำมาให้เราเราระหาย จักดื่มน้ำ

แสดงสิ่งอัศจรรย์ให้กับอานนท์เห็น
พระอานนท์ได้กราบทูลว่าเมื่อกี้นี้เกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่ม ข้ามไปแล้วน้ำนั้นน้อย ทำให้ น้ำขุ่นมัว แต่แม่น้ำ กกุธานที นี้อยู่ไม่ไกลมีน้ำใสจืด เย็น.. แม้รับสั่งครั้งที่สอง พระอานนท์ก็กราบทูลเหมือนเดิม จนครั้งที่สาม พระอานนท์ถึงได้ยอมไป แต่เมื่อไปแล้ว เกิดปรากฏอัศจรรย์ น้ำที่ขุ่นมัวกลับใส จึงรำพึง ขึ้นว่า พระตถาคตเป็นผู้มีฤทธิ์มากมีอานุภาพมาก


 
 
 


พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๐ สุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค หน้าที่ ๘๗ -๑๑๑



มหาปรินิพพานสูตร (๙)
[๑๑๗][๑๑๙]


[๑๑๗] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในโภคนครตามความพอ พระทัยแล้ว ตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า

ดูกรอานนท์ มาไปกันเถิด เราจักไปยังเมืองปาวา

ท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ เสด็จถึงเมืองปาวาแล้ว ได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคประทับ ณ อัมพวันของนายจุนทกัมมารบุตร ในเมืองปาวานั้น ฯ

ครั้งนั้น นายจุนท กัมมารบุตร ได้สดับข่าวว่า พระผู้มีพระภาคเสด็จถึง เมืองปาวา ประทับอยู่ ณ อัมพวันของเราในเมืองปาวา จึงเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไป เฝ้าแล้ว ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้น นายจุนทกัมมารบุตรนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงให้เห็นแจ้งให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วยธรรมีกถา

ลำดับนั้น นายจุนท กัมมารบุตร อันพระผู้มีพระภาคให้เห็นแจ้ง ให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วยธรรมีกถาแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอพระผู้มีพระภาคพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ จงทรงรับภัตของ ข้าพระองค์ เพื่อเสวยในวันพรุ่งนี้ พระผู้มีพระภาค ทรงรับด้วยดุษณีภาพ ฯ

(ภัตตาหารมื้อสุดท้าย)
ลำดับนั้น นายจุนท กัมมารบุตร ทราบว่าพระผู้มีพระภาคทรงรับแล้ว ลุกจากอาสนะ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค กระทำประทักษิณ หลีกไปแล้ว นายจุนท กัมมารบุตร ให้ตระเตรียมของเคี้ยวของฉันอันประณีต และ สุกรมัททวะ* เป็นอันมากในนิเวศน์ ของตน โดยล่วงราตรีนั้นไป ให้กราบทูลกาลแด่พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ ได้เวลาแล้ว ภัตตาหารสำเร็จแล้ว ฯ
*(สุกรมัททวะ ตีความกันว่าเป็นเห็ดชนิดหนึ่ง ขึ้นมากในระแวกนั้น)

ครั้งนั้น เวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงนุ่งแล้ว ทรงถือบาตรและจีวร พร้อมด้วยภิกษุ สงฆ์เสด็จเข้าไปยังนิเวศน์ของนายจุนทกัมมารบุตร ประทับนั่ง บนอาสนะที่เขาจัด ถวาย ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งแล้วรับสั่งกะนายจุนท กัมมารบุตรว่า

ดูกรนายจุนทะ ท่านจง อังคาส* เราด้วย สุกรมัททวะ ที่ท่านตระเตรียมไว้ จง อังคาสภิกษุสงฆ์ด้วยของเคี้ยวของฉัน อย่างอื่นที่ท่านตระเตรียมไว้** นายจุนท กัมมารบุตรทูลรับ พระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว จึงอังคาสพระผู้มีพระภาค ด้วยสุกรมัททวะ ที่ตนตระเตรียมไว้ อังคาสภิกษุสงฆ์ด้วยของเคี้ยวของฉันอย่างอื่น ที่ตนตระเตรียมไว้ *(อังคาส แปลว่าถวายอาหารพระ) ** (พระผู้มีพระภาคให้นายจุนท ถวาย สุกรมัททวะ แด่พระองค์ผู้เดียวเท่านั้น)

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะนายจุนทกัมมารบุตรว่า

ดูกรนายจุนทะ ท่านจงฝัง สุกรมัททวะ ที่ยังเหลือเสียในหลุม

เรายังไม่เห็นบุคคลในโลก พร้อมทั้งเทวโลก มารโลกพรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมทั้ง สมณพราหมณ์ เทวดาและ มนุษย์ซึ่งบริโภคสุกรมัททวะนั้นแล้ว จะพึงให้ย่อยไป ด้วยดีได้นอกจากตถาคต

นายจุนทกัมมารบุตรทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาคแล้ว จึงฝังสุกรมัททวะ ที่ยังเหลือเสียในหลุม แล้วเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วถวาย บังคมนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคยังนายจุนทกัมมารบุตรผู้นั่งเรียบร้อย แล้วให้เห็นแจ้งให้สมาทาน ให้อาจหาญ ให้รื่นเริงด้วยธรรมีกถา แล้วเสด็จลุกจาก อาสนะ เสด็จหลีกไป ฯ

ลำดับนั้น เมื่อพระผู้มีพระภาคเสวยภัตตาหารของนายจุนทกัมมารบุตรแล้ว ก็เกิดอาพาธอย่างร้ายแรง มีเวทนากล้าเกิดแต่การประชวร ลง พระโลหิต ใกล้จะนิพพาน ได้ยินว่าพระผู้มีพระภาคทรงมีพระ สติ สัมปชัญญะ ทรงอดกลั้นเวทนาเหล่านั้นไว้ มิได้ทรงพรั่นพรึง

ลำดับนั้นพระผู้มีพระภาคตรัสเรียกท่านพระอานนท์มารับสั่งว่า

มาไปกันเถิด อานนท์ เราจักไปยังเมือง กุสินารา

ท่านพระอานนท์ทูลรับ พระดำรัส ของพระผู้มี พระภาคแล้ว ฯ

[๑๑๘] ข้าพเจ้าได้ฟังมาว่า พระผู้มีพระภาคทรงพระปรีชาเสวย ภัตตาหารของนาย จุนทกัมมารบุตรแล้ว ทรงพระประชวรอย่างหนัก ใกล้จะนิพพาน เมื่อพระศาสดาเสวย สุกรมัททวะแล้ว การประชวรอย่างหนักได้บังเกิดขึ้นพระผู้มีพระภาค ลงพระบังคน (ท้องเสีย ถ่ายเป็นเลือด) ได้ตรัสว่าเราจะไปยังเมืองกุสินารา ดังนี้ ฯ (คาถาเหล่านี้ พระสังคีติกาจารย์ทั้งหลาย กล่าวไว้ในเวลาทำสังคายนา)

[๑๑๙] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเสด็จแวะจากหนทาง แล้วเสด็จเข้าไป ยังโคนไม้ ต้นหนึ่ง รับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เธอจงช่วยปูผ้าสังฆาฏิซ้อนกัน เป็นสี่ชั้นให้เรา เราเหน็ดเหนื่อยนัก จักนั่งท่านพระอานนท์ทูลรับพระดำรัส ของ พระผู้มี พระภาคแล้ว ปูผ้าสังฆาฏิซ้อนกันเป็นสี่ชั้น พระผู้มีพระภาคประทับนั่ง บนอาสนะที่ พระอานนท์ปูถวายแล้ว ครั้นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งแล้วจึงรับสั่ง กะท่านพระอานนท์ ว่า

ดูกรอานนท์ เธอจงช่วยนำน้ำมาให้เราเราระหาย จักดื่มน้ำ

เมื่อพระผู้มีพระภาค ตรัสอย่างนี้แล้ว ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลว่าข้าแต่พระองค์  ผู้เจริญ เมื่อกี้นี้เกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่ม ข้ามไปแล้วน้ำนั้นน้อย ถูกล้อเกวียนบดแล้ว ขุ่นมัวไหลไปอยู่ แม่น้ำ กกุธานที นี้อยู่ไม่ไกล มีน้ำใสจืด เย็น ขาว มีท่าราบเรียบ น่ารื่นรมย์ พระผู้มีพระภาคจักทรงดื่มน้ำในแม่น้ำนี้ และจักทรง สรงสนานพระองค์ แม้ครั้งที่สอง พระผู้มีพระภาคก็ยังรับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า  

ดูกรอานนท์ เธอจงช่วยนำน้ำดื่มมาให้เรา เราระหาย จัดดื่มน้ำ แม้ครั้งที่สอง   ท่านพระอานนท์ก็ได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อกี้นี้เกวียนประมาณ ๕๐๐ เล่ม ข้ามไปแล้วน้ำนั้นน้อยถูกล้อเกวียนบดแล้ว ขุ่นมัวไหลไปอยู่ แม่น้ำ กกุธาน ทีนี้ อยู่ไม่ไกล มีน้ำใส จืด เย็น ขาว มีท่าราบเรียบ น่ารื่นรมย์ พระผู้มีพระภาคจักทรงดื่ม น้ำ ในแม่น้ำนี้ แล้วจักทรงสรงสนานพระองค์ แม้ครั้งที่สาม พระผู้มีพระภาคก็ยังรับ สั่งกะ ท่านพระอานนท์ว่า

ดูกรอานนท์ เธอจงช่วยนำน้ำมาให้เรา เราระหาย จักดื่มน้ำ ท่านพระอานนท์ ทูลรับพระดำรัสของพระผู้มีพระภาค แล้วถือบาตรไปยังแม่น้ำนั้น ครั้งนั้น แม่น้ำนั้น ถูกล้อเกวียนบดแล้ว มีน้ำน้อยขุ่นมัวไหลไปอยู่ เมื่อท่านพระอานนท์เข้าไปใกล้ก็ใส สะอาด ไม่ขุ่นมัวไหลไปอยู่ ท่านพระอานนท์ ได้มีความดำริว่า น่าอัศจรรย์หนอ เหตุ ไม่เคยเป็นมาเป็นแล้ว ความที่พระตถาคตเป็นผู้มีฤทธิ์มากมีอานุภาพมาก แม่น้ำนี้ ถูกล้อเกวียนบดแล้ว มีน้ำน้อย ขุ่นมัว ไหลไปอยู่ เมื่อเราเข้าไปใกล้กลับใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ไหลไปอยู่ ฯ

ท่านพระอานนท์ตักน้ำมาด้วยบาตรแล้ว เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นเข้าไปเฝ้าแล้วได้กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น่าอัศจรรย์ เหตุไม่เคย เป็นมาเป็นแล้วความที่พระตถาคตเป็นผู้มีฤทธิ์มาก มีอานุภาพมาก เมื่อกี้นี้ แม่น้ำนั้นถูกล้อ เกวียนบดแล้วมีน้ำน้อยขุ่นมัวไหลไปอยู่ เมื่อข้าพระองค์ เข้าไป ใกล้ กลับใสสะอาด ไม่ขุ่นมัว ไหลไปแล้วขอพระผู้มีพระภาค จงเสวยน้ำเถิด ขอพระสุคตจงเสวยน้ำเถิด

ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเสวยน้ำแล้ว ฯ


 
 
พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดาล้วนๆ แบบสบายตา โดยคัดลอกจากหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ
พุทธประวัติ
จากพระโอษฐ์
ขุมทรัพย์
จากพระโอษฐ์
อริยสัจ
ภาคต้น-ภาคปลาย
ปฏิจจสมุปบาท
จากพระโอษฐ์
กรรม สมถะ วิปัสสนา โสดาบัน อานาปานสติ