เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดา อ่านแบบสบายตา โดยคัดลอกหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ (คลิกอ่านพร้อมดาวน์โหลดไฟล์ pdf)
90 90 90 90 90
 
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์
อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
 
   
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์    
                             
                             
ดูหนังสือทั้งหมด  
ค้นหาคำที่ต้องการ                    

  หนังสือ พุทธวจน   ดาวน์โหลดหนังสือ(ไฟล์ PDF)
  
  3 of 13  
 
  หนังสือ พุทธวจน  ที่มา : http://watnapp.com/book  
       
    สารบัญ หน้า/ข้อ  
       
  สุริยเปยยาลที่ ๖ (ต่อ) .. บางพระสูตร หน้า 85  
  ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ ข้อ 132  
  โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ โยนิโสมนสิการเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค 136  
  กัลยาณมิตรสูตรที่ ๒ มิตรดีเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค 138  
  สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ สีลสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค 140  
  โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒ โยนิโสมนสิการเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค 145  
       
  เอกธัมมเปยยาลที่ ๗ .. บางพระสูตร หน้า 85  
  กัลยาณมิตตสูตรที่ ๑ กัลยาณมิตรมีอุปการะมากแก่อริยมรรค 147  
  กัลยาณมิตตสูตรที่ ๒ กัลยาณมิตรมีอุปการะมากแก่อริยมรรค 149  
  โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒ โยนิโสมนสิการมีอุปการะมากแก่อริยมรรค 154  
       
  นาหันตเอกธัมมเปยยาลที่ ๘    
  กัลยาณมิตตสูตรที่ ๑ กัลยาณมิตรเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 165  
  สีลสัมปทาสูตรที่ ๑ สีลสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 167  
  ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ ฉันทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 168  
  อัตตสัมปทาสูตรที่ ๑ อัตตสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 169  
  ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑ ทิฏฐิสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 170  
  อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๑ อัปปมาทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 171  
  โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ โยนิโสมนสิการเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 172  
  กัลยาณมิตตสูตรที่ ๒ กัลยาณมิตรเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 174  
  สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ สีลสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 176  
  ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๒ ฉันทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 177  
  อัตตสัมปทาสูตรที่ ๒ อัตตสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 178  
  ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๒ทิฏฐิสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 179  
  อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๒ อัปปมาทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 180  
  โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒โยนิโสมนสิการเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค 181  
       
  คังคาเปยยาลที่ ๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒ .. บางพระสูตร    
  คังคาปาจีนนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรคเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลสู่ทิศปราจีน 183  
  คังคาสมุทนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร 191  
  พระสูตร....ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร 194  
  มหานทีสมุทนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปสู่นิพพานเหมือนแม่นํ้าใหญ่ไหลไปสู่สมุทร 197  
  คังคาปาจีนนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน 199  
  คังคาสมุทนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร 221  
  ยมุนาปราจีนนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่ทิศปราจีน 229  
  อจิรวตีปราจีนนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่ทิศปราจีน 232  
  สรภูปราจีนนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน 233  
  มหีปราจีนนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน 234  
  มหานทีปราจีนนินนสูตร มหานทีไหลไปสู่ทิศปราจีนเหมือนผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปสู่นิพพาน 235  
  คังคาสมุทนินนสูตรผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร 237  
  ยมุนาสมุทนินนสูตรผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมื่อน 1 แม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร 239  
  อจิรวดีสมุทนินนสูตร ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร 240  
       
  อัปปมาทวรรคที่ ๑๐ .. บางพระสูตร    
  ตถาคตสูตรที่ ๑ ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปในการสละ 245  
  ตถาคตสูตรที่ ๒ ผู้เจริญอริยมรรคมีการกำจัดราคะเป็นที่สุด 247  
  ตถาคตสูตรที่ ๓ ผู้เจริญอริยมรรคอันหยั่งลงสู่อมตะ 249  
  ตถาคตสูตรที่ ๔ ความไม่ประมาทเลิศกว่ากุศลธรรม 251  
  ปทสูตร กุศลธรรมทั้งปวงมีความไม่ประมาทเป็นมูล 253  
  กูฏสูตร ว่าด้วยเรือนยอด 254  
  มูลคันธสูตร ว่ายด้ว 1 กลิ่นที่ราก 256  
  สารคันธสูตร ว่าด้วยกลิ่นที่แก่น 257  
  ปุปผคันธสูตร ว่าด้วยกลิ่นที่ดอก 258  
  กุฏฐราชาสูตร ว่าด้วยพระราชาผู้เลิศ 259  
  จันทิมสูตรว่าด้วยพระจันทร์ 260  
  สุริยสูตร ว่าด้วยพระอาทิตย์ 261  
  วัตถสูตร ว่าด้วยผ้า 262  
       
  พลกรณียวรรคที่ ๑๑    
  พลกรณียสูตรที่ ๑ อาศัยศีลเจริญอริยมรรคน้อมไปในการสละ 264  
  พลกรณียสูตรที่ ๒ อาศัยศีลเจริญอริยมรรคมีการกำจัดราคะ 266  
  พลกรณีสูตรที่ ๓ อาศัยศีลเจริญอริยมรรคอันหยั่งลงสู่อมตะ 268  
       
 
 





สุริยเปยยาลที่ ๖ (ต่อ) (หน้า 75)

132


ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 75)
ฉันทสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค
[๑๓๒]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งฉันทะ ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๓

133

อัตตสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 75)
อัตตสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๓๓]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งตน (ความถึงพร้อมแห่งจิต) ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕ 1

134

ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 75)
ทิฏฐิสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๓๔]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิ ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕

135

อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 75)
ความไม่ประมาทเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๓๕]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๖

136

โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 77)
โยนิโสมนสิการเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๓๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ คือ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๓๗]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะอาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะอาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๗

138

กัลยาณมิตรสูตรที่ ๒ (หน้า 77)
มิตรดีเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๓๘]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความบังเกิดแห่ง อริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ คือความเป็น ผู้มีมิตรดี ฉันนั้น เหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่าจักเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๓๙]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็น ที่สุดมีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุดมีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๘

140

สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 79)
สีลสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๔๐]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความเกิดแห่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ คือความถึงพร้อมด้วยศีล ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

141

ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 79)
ฉันทสัมปทาเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๔๑]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งฉันทะ ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

145

โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 83)
โยนิโสมนสิการเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค

[๑๔๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อพระอาทิตย์จะขึ้น สิ่งที่ขึ้นก่อน สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน คือ แสงเงินแสงทอง สิ่งที่เป็นเบื้องต้น เป็นนิมิตมาก่อน เพื่อความเกิดแห่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ของภิกษุ คือ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๔๖]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุดมีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิมีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑๔
จบ สุริยเปยยาลที่ ๖

รวมพระสูตรที่มีในเปยยาลนี้
๑. กัลยาณมิตตสูตรที่ ๑ ๒. สีลสัมปทาสูตรที่ ๑
๓. ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ ๔. อัตตสัมปทาสูตรที่ ๑
๕. ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑ ๖. อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๑
๗. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ ๘. กัลยาณมิตตสูตรที่ ๒
๙. สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๐. ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๒
๑๑. อัตตสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๒. ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๒
๑๓. อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๔. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒


เอกธัมมเปยยาลที่ ๗ (หน้า 85)

147


กัลยาณมิตตสูตรที่ ๑ (หน้า 85)
กัลยาณมิตรมีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๔๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะมาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่งเป็นไฉน ? คือ ความเป็นผู้มีมิตรดี ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่าจักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๔๘]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธน้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธน้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทงั้ หลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑

149

สีลสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 87)
สีลสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๔๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะมาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่ง เป็นไฉน ? คือความถึงพร้อมแห่งศีล ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๒

150

ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 87)
ฉันทสัมปทามีอุปการ 1 มากแก่อริยมรรค

[๑๕๐]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งฉันทะ ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๓

151

อัตตสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 87)
อัตตสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๕๑]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งตน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๔

152

ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 87)
ทิฏฐิสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๕๒]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิ ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕

153

อัปปมาทสูตรที่ ๑ (หน้า 87)
ความไม่ประมาทมีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๕๓]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๖

154

โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 89)
โยนิโสมนสิการมีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๕๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะมาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่งเป็นไฉน ? คือ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๕๕]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวกอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๗

156

กัลยาณมิตตสูตรที่ ๒ (หน้า 89)
กัลยาณมิตรมีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๕๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะมาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่งเป็นไฉน ? คือ ความเป็นผู้มีมิตรดีพึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๕๗]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะ
เป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๘

158

สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 91)
สีลสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๕๘]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะมาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่ง เป็นไฉน ? คือความถึงพร้อมแห่งศีล ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

159

ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 93)
ฉันทสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๕๙]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งฉันทะ ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

160

อัตตสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 93)
อัตตสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๖๐]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งตน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๑

161

ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 93)
ทิฏฐิสัมปทามีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๖๑]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิ ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๒

162

อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 93)
ความไม่ประมาทมีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๖๒]
...คือ ความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาท ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๓

163

โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 95)
โยนิโสมนสิการมีอุปการะมากแก่อริยมรรค

[๑๖๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมอันหนึ่งมีอุปการะมาก เพื่อความเกิดขึ้นแห่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ธรรมอันหนึ่งเป็นไฉน ? คือ ความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้แจ้งซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๖๔]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึง พร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคายย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑๔
จบ เอกธัมมเปยยาลที่ ๗

รวมพระสูตรที่มีในเปยยาลนี้ คือ
๑. กัลยาณมิตตสูตรที่ ๑ ๒. สีลสัมปทาสูตรที่ ๑
๓. ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ ๔. อัตตสัมปทาสูตรที่ ๑
๕. ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑ ๖. อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๑
๗. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ ๘. กัลยาณมิตตสูตรที่ ๒
๙. สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๐. ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๒
๑๑. อัตตสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๒. ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๒
๑๓. อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๔. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒



นาหันตเอกธัมมเปยยาลที่ ๘
(หน้า 97)

165


กัลยาณมิตตสูตรที่ ๑ (หน้า 97)
กัลยาณมิตรเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค
[๑๖๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่เล็งเห็นธรรมอันอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเหตุให้อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เหมือนความเป็นมิตรดีเลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่าจักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้ว ยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๖๖]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อันอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธน้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธน้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑


167

สีลสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 97)
สีลสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๖๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่เล็งเห็นธรรมอันอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเหตุให้อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เหมือนความถึงพร้อมแห่งศีลเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๒

168

ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 97)
ฉันทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๖๘]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งฉันทะเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๓

169

อัตตสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 99)
อัตตสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๖๙]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งตนเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๔

170

ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 99)
ทิฏฐิสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๐]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕

171

อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 99)
อัปปมาทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๑]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาทเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๖

172

โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ (หน้า 101)
โยนิโสมนสิการเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๒]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่เล็งเห็นธรรมอันอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุ 1 ให้อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์์ ๘ ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เหมือนความถึงพร้อมแห่งการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๗๓]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้ว ยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๗

174

กัลยาณมิตตสูตรที่ ๒ (หน้า 101)
กัลยาณมิตรเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่เล็งเห็นธรรมอันอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเหตุให้อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วย่อมถึงความเจริญบริบูรณ์ เหมือนความเป็นผู้มีมิตรดีเลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้มีมิตรดี พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๑๗๕]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีมิตรดี ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลายภิกษุย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๘

176

สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 103)
สีลสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่เล็งเห็นธรรมอันอื่นแม้สักอย่างหนึ่ งซึ่งจะเป็นเหตุให้อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังไม่เกิด ย่อมเกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมถึงความบริบูรณ์ เหมือนความถึงพร้อมแห่งศีลเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

177

ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 103)
ฉันทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๗]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งฉันทะเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

178

อัตตสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 105)
อัตตสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๘]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งตนเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๑

179

ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 105)
ทิฏฐิสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๗๙]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งทิฏฐิเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๒

180

อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 105)
อัปปมาทสัมปทาเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๘๐]
...เหมือนความถึงพร้อมแห่งความไม่ประมาทเลย ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๓

181

โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒ (หน้า 107)
โยนิโสมนสิการเป็นเหตุให้เกิดอริยมรรค

[๑๘๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรายังไม่เล็งเห็นธรรมอันอื่นแม้สักอย่างหนึ่ง ซึ่งจะเป็นเหตุ ให้อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ที่ยังไม่ถึงพร้อมแห่งการกระทำ ไว้ในใจโดยแยบคาย เลย ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ถึงพร้อม ด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย พึงหวังข้อนี้ ได้ว่า จักเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบ ด้วยองค์ ๘.
[๑๘๒]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิมี อันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็น ที่สุดมีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ถึงพร้อมด้วยการกระทำไว้ในใจโดยแยบคายย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑๔
จบ นาหันตเอกธัมมเปยยาลที่ ๘

รวมพระสูตรที่มีในเปยยาลนี้ คือ
๑. กัลยาณมิตตสูตรที่ ๑ ๒. สีลสัมปทาสูตรที่ ๑
๓. ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๑ ๔. อัตตสัมปทาสูตรที่ ๑
๕. ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๑ ๖. อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๑
๗. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๑ ๘. กัลยาณมิตตสูตรที่ ๒
๙. สีลสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๐. ฉันทสัมปทาสูตรที่ ๒
๑๑. อัตตสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๒. ทิฏฐิสัมปทาสูตรที่ ๒
๑๓. อัปปมาทสัมปทาสูตรที่ ๒ ๑๔. โยนิโสมนสิการสัมปทาสูตรที่ ๒



คังคาเปยยาลที่ ๙
(หน้า 109)

183


คังคาปาจีนนินนสูตร (หน้า 109)
ผู้เจริญอริยมรรคเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน
[๑๘๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศ ปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่า ไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๑๘๔]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้ม ไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบ ด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯ.
จบ สูตรที่ ๑

185

ยมุนาปาจีนนินนสูตร (หน้า 109)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๑๘๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำยมุนาไหลไปสู่ทิศ ปราจีน หลั่งไปสู่ ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘...ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๒

186

อจีรวตีปาจีนนินนสูตร (หน้า 109)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่ทิศปราจีน
[๑๘๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำจิรวดีไหลไปสูทิศ ปราจีน หลั่งไปสู่ทิศ ปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๓

187

สรภูปาจีนนินนสูตร (หน้า 111)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๑๘๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศ ปราจีนบ่าไปสู่ ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...
ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๔

188


มหีปาจีนนินนสูตร
(หน้า 111)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๑๘๘]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...
ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕

189

มหานทีปาจีนนินนสูตร (หน้า 113)
ผู้เจริญอริยมรรคเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน เหมือนแม่นํ้าใหญ่ไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๑๘๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นํ้ามหี ทั้งหมดนั้นไหลไปสู่ทิศปราจีนหลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศ ปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็น ผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๑๙๐]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ โน้ม 1 ไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอั นประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๖

191

คังคาสมุทนินนสูตร (หน้า 115)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร

[๑๙๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอัน ประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพ พานโอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๑๙๒]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เจริญสัมมาทิฏฐิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิอันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๗

193

ยมุนาสมุทนินนสูตร (หน้า 115)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร
[๑๙๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่า ไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๘

194

อจิรวดีสมุทนินนสูตร (หน้า 117)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร

[๑๙๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

195

สรภูสมุทนินนสูตร (หน้า 117)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร

[๑๙๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

196

มหีสมุทนินนสูตร (หน้า 117)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภู 1 ไหลไปสู่สมุทร

[๑๙๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ามหีไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วย 2 ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๑

197

มหานทีสมุทนินนสูตร (หน้า 119)
ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปสู่นิพพานเหมือนแม่นํ้าใหญ่ไหลไปสู่สมุทร

[๑๙๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นํ้ามหี ทั้งหมดนั้นไหลไปสู่สมุทรหลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉัน ใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘เมื่อกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๑๙๘]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้ม ไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
วาระแห่งคังคาเปยยาลที่เขียนไว้โดยย่อ พึงให้พิสดารในเปยยาล.
หมวดที่ ๑ ว่าด้วยการอาศัยวิเวก (เป็นต้น) รวมเป็น ๑๒ สูตร
๖ สูตรแรกอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่ทิศปราจีน
๖ สูตรหลังอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่สมุทร.



199

คังคาปาจีนนินนสูตร (หน้า 121)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน
[๑๙๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศ ปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘เมื่อกระทำ ให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๐๐]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไป สู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะ เป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้ มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แลจึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่ นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๑

201

ยมุนาปาจีนนินนสูตร (หน้า 121)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๐๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำยมุนาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่าไป สู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๒

202

อจิรวดีปราจีนนินนสูตร (หน้า 123)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๐๒]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำ อจิรวดีไหลไปสู่ทิศ ปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่า ไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๓

203

สรภูปาจีนนินนสูตร (หน้า 121)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๐๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่าไปสู่ ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...
ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๔

204

มหีปาจีนนินนสูตร (หน้า 123)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๐๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...
ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕

205

มหานทีปาจีนนินนสูตร (หน้า 125)
ผู้เจริญอริยมรรคย่อมน้อมไปสู่นิพพาน เหมือนแม่นํ้าใหญ่ไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๐๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นํ้ามหี ทั้งหมดนั้นไหลไปสู่ทิศปราจีนหลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบ ด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๖

206

คังคาสมุทนินนสูตร (หน้า 125)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร

[๒๐๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพานโอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๐๗]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า? จึงจะเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้ม ไปสู่นิพพาน โอนไปสู่ นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันจำกัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุดมีอันกำจัด โมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษ 1 เมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๗

208

ยมุนาสมุทนินนสูตร (หน้า 127)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร

[๒๐๘]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๘

209

อจิรวตีสมุทนินนสูตร (หน้า 127)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร

[๒๐๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น
เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

210

สรภูสมุทนินนสูตร (หน้า 127)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร

[๒๑๐]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

211

มหีสมุทนินนสูตร (หน้า 129)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่สมุทร

[๒๑๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำ มหีไหลไปสู่สมุทร หลั่ง ไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๑

212

มหานทีสมุทนินนสูตร (หน้า 129)
ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปสู่นิพพานเหมือนแม่นํ้าใหญ่ไหลไปสู่สมุทร

[๒๑๒]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นํ้ามหี ทั้งหมดนั้นไหลไปสู่สมุทรหลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉัน ใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๑๓]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้ม ไปสู่ นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะ เป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๑๒

หมวดที่ ๒ ว่าด้วยการกำจัดราคะ (เป็นต้น) รวมเป็น ๑๒ สูตร
๖ สูตรแรกอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่ทิศปราจีน
๖ สูตรหลังอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่สมุทร.

214

คังคาปาจีนนินนสูตร (หน้า 131)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๑๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่าไปสู่ ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๑๕]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอันประกอบด้วย ๘ 2 อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่ อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุดดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๑

216

ยมุนาปราจีนนินสูตร (หน้า 131)
ผุ้เจริญอริยมรรค 4 ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่ทิศปราจีน
[๒๑๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำ ยมุนาไหลไปสู่ทิศ ปราจีน หลั่ง ไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...
ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๒

217

อจิรวตีปาจีนนินนสูตร (หน้า 133)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๑๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำอจิรวดีไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๓

218

สรภูปราจีนนินนสูตร (หน้า 133)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๑๘]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำ สรภู ไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๔
[๒๑๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำมหีไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘...
ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕

220

มหีปราจีนนินนสูตร (หน้า 133)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๒๐]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นํ้ามหี ทั้งหมดนั้นไหลไปสู่ทิศปราจีนหลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศ ปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๖

221

คังคาสมุทนินนสูตร (หน้า 135)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร

[๒๒๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพานโอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้น เหมือนกัน.
[๒๒๒]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่ นิพพาน โอนไปสู่พระนิพพาน 3 ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู้ 4 อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุดดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญ อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๗

223

ยมุนาสมุทนินนสูตร (หน้า 137)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแมนํ้า 1 ยมุนาไหลไปสู่สมุทร

[๒๒๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น
เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๘

224

อจิรวตีสมุทนินนสูตร (หน้า 137)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแมนํ้า 2 อจิรวดีไหลไปสู่สมุทร

[๒๒๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร
บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น
เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

225

สรภูสมุทนินนสูตร (หน้า 137)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร

[๒๒๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

226

มหีสมุทนินนสูตร (หน้า 139)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่สมุทร

[๒๒๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ามหีไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๑

227

มหานทีสมุทนินนสูตร (หน้า 139)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนมหานทีไหลไปสู่สมุทร

[๒๒๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นํ้ามหี ทั้งหมดนั้นไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๒๘]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโนม้ ไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้ามีอมตะเป็น ที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็น เบื้องหน้ามีอมตะเป็น ที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญ อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๑๒

หมวดที่ ๓ ว่าด้วยการหยั่งลงสู่อมตะ รวมเป็น ๑๒ สูตร
๖ สูตรแรกอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่ทิศปราจีน
๖ สูตรหลังอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่สมุทร.

229

คังคาปราจีนนินนสูตร (หน้า 141)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๒๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าคงคาไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งลงไป 1 สู่ทศิ ปราจีน บ่าไปสู่ทิศ ปราจีน แมฉ้ นั ใด ภกิ ษุเมอื่ เจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘เมื่อกระทำ ให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๓๐]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญ สัมมาทิฏฐิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้ม ไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๑

231

ยมุนาปราจีนนินนสูตร (หน้า 143)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๓๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่น้ำยมุนาไหลไปสู่ทิศ ปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่า ไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๒

232

อจิรวตีปราจีนนินนสูตร (หน้า 143)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๓๒]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งลงไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๓

233

สรภูปราจีนนินนสูตร (หน้า 143)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๓๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าสรภูไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่า ไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘...ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๔

234

มหีปราจีนนินนสูตร (หน้า 145)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๓๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ามหีไหลไปสู่ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีนบ่าไปสู่ ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘...ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๕

235

มหานทีปราจีนนินนสูตร (หน้า 145)
มหานทีไหลไปสู่ทิศปราจีนเหมือนผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปสู่นิพพาน

[๒๓๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่นํ้าสรภู แม่นํ้ามหี ทั้งหมดนั้นไหลไปสู่ ทิศปราจีน หลั่งไปสู่ทิศปราจีน บ่าไปสู่ทิศปราจีน แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำ ให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๓๖]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันน้อมไป สู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่ นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แลจึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๖

237

คังคาสมุทนินนสูตร (หน้า 147)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร

[๒๓๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าคงคาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบ ด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ก็เป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพานโอนไปสู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๓๘]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไป สู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่พระนิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๗

239

ยมุนาสมุทนินนสูตร (หน้า 147)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมื่อน 1 แม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร

[๒๓๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ายมุนาไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น
เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๘

240

อจิรวดีสมุทนินนสูตร (หน้า 149)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร

[๒๔๐]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าอจิรวดีไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

241

สรภูสมุทนินนสูตร (หน้า 149)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร

[๒๔๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าสรภูไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

242

มหีสมุทนินนสูตร (หน้า 149)
ผู้เจริญอริยมรรค ฯลฯ เหมือนแม่นํ้ามหีไหลไปสู่สมุทร

[๒๔๒]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้ามหีไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทร บ่าไปสู่สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘... ฉันนั้น เหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๑

243

มหานทีปราจีนนินนสูตร (หน้า 151)
ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปสู่นิพพานเหมือนแม่นํ้าใหญ่ไหลไปสู่ทิศปราจีน

[๒๔๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม่นํ้าใหญ่ๆ สายใดสายหนึ่งนี้ คือ แม่นํ้าคงคาแม่นํ้ายมุนา แม่นํ้าอจิรวดี แม่น้ำ สรภู แม่นน้ำ มหี ทั้งหมดนั้น ไหลไปสู่สมุทร หลั่งไปสู่สมุทรบ่าไปสู่ สมุทร แม้ฉันใด ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อ กระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพานโอนไป สู่นิพพาน ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๔๔]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? จึงเป็นผู้น้อมไปสู่นิพพานโน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันน้อมไปสู่ นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเมื่อเจริญอริยมรรค อันประกอบ ด้วยองค์ ๘ เมื่อกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล จึงเป็นผู้น้อม ไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน.
จบ สูตรที่ ๑๒

หมวดที่ ๔ ว่าด้วยการน้อมไปสู่นิพพาน รวมเป็น ๑๒ สูตร
๖ สูตรแรกอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่ทิศปราจีน
๖ สูตรหลังอุปมาด้วยแม่นํ้าไหลไปสู่สมุทร.



อัปปมาทวรรคที่ ๑๐
(หน้า 153)

245


ตถาคตสูตรที่ ๑
ผู้เจริญอริยมรรคน้อมไปในการสละ

[๒๔๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี มีเท้ามากก็ดี มีรูปก็ดี ไม่มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี มีสัญญา ก็มิใช่ไม่มีสัญญา ก็มิใช่ก็ดี มีประมาณเท่าใด พระตถาคตอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า บัณฑิตกล่าวว่าเป็นผู้เลิศ กว่าสัตว์เหล่านั้น ฉันใด กุศลธรรม เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้นมีความไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่า กุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ไม่ประมาทแล้ว พึงหวังข้อนี้ได้ว่าจักเจริญ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๒๔๖]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อม กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑

247

ตถาคตสูตรที่ ๒
ผู้เจริญอริยมรรคมีการกำจัดราคะเป็นที่สุด

[๒๔๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี มีเท้ามากก็ดี... อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญ อริยมรรคอันประกอบด้วย องค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๒๔๘]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๒

249

ตถาคตสูตรที่ ๓
ผู้เจริญอริยมรรคอันหยั่งลงสู่อมตะ

[๒๔๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี ... อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่าจักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘จักกระทำให้มากซึ่ง อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๒๕๐]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้ามีอมตะเป็น ที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะ มีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๓

251

ตถาคตสูตรที่ ๔
ความไม่ประมาทเลิศกว่ากุศลธรรม

[๒๕๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายที่ไม่มีเท้าก็ดี มี ๒ เท้าก็ดี มี ๔ เท้าก็ดี มีเท้ามากก็ดี มีรูปก็ดี ไม่มีรูปก็ดี มีสัญญาก็ดี ไม่มีสัญญาก็ดี มีสัญญา ก็มิใช่ไม่มีสัญญา ก็มิใช่ก็ดี มีประมาณเท่าใด พระตถาคตอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าบัณฑิตกล่าวว่า เป็นผู้เลิศกว่าสัตว์เหล่านั้นฉันใด กุศลธรรมเหล่า ใดเหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้นมีความ ไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่า กุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ไม่ประมาทพึงหวัง ข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ .
[๒๕๒]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันน้อมไปสู่นิพพาน โน้มไปสู่ นิพพาน โอนไปสู่นิพพาน ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำ ให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๔

253

ปทสูตร
กุศลธรรมทั้งปวงมีความไม่ประมาทเป็นมูล

[๒๕๓]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลายผู้สัญจรไปบน แผ่นดินชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งหมดนั้น ย่อมถึงความประชุมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้างบัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ารอยเท้าเหล่านั้น เพราะเป็นรอยใหญ่ แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง
ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาท บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลาย อันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ จักกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๒๕๔]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญ อริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วย องค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๕

254

กูฏสูตร
ว่าด้วยเรือนยอด

[๒๕๕]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย กลอนแห่งเรือนยอดอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งหมดนั้นไปสู่ยอด น้อมไปสู่ยอด ประชุมเข้าที่ยอด ยอดแห่งเรือนยอดนั้น บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ากลอนเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๖

256

มูลคันธสูตร
ว่ายด้ว 1 กลิ่นที่ราก

[๒๕๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้มีกลิ่นที่รากชนิดใดชนิดหนึ่ง ไม้กลัมพัก บัณฑิตกล่าวว่า เลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่รากเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใด เหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๗

257

สารคันธสูตร
ว่าด้วยกลิ่นที่แก่น

[๒๕๗]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้มีกลิ่นที่แก่นชนิดใดชนิดหนึ่ง จันทน์แดง บัณฑิตกล่าวว่า เลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่แก่นเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใด เหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๘

258

ปุปผคันธสูตร
ว่าด้วยกลิ่นที่ดอก

[๒๕๘]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไม้มีกลิ่นที่ดอกชนิดใดชนิดหนึ่ง มะลิ บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าไม้มีกลิ่นที่ดอกเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใด เหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๙

259

กุฏฐราชาสูตร
ว่าด้วยพระราชาผู้เลิศ

[๒๕๙]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระราชาผู้น้อย (ชั้นตํ่า) เหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น ย่อมเป็นผู้ตามเสด็จพระเจ้าจักรพรรดิ พระเจ้าจักรพรรดิ บัณฑิต กล่าวว่าเลิศกว่าพระราชาผู้น้อยเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใด เหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้นมีความไม่ประมาทเป็นมูล... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๐

260

จันทิมสูตร
ว่าด้วยพระจันทร์

[๒๖๐]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย แสงสว่างแห่งดวงดาวชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งหมดนั้นย่อมไม่ถึงเสี้ยวที่ ๑๖ แสงสว่างของพระจันทร์ แสงสว่างของ พระจันทร์ บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่าแสงสว่างของดวงดาวเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้นมีความไม่ประมาทเป็นมูล... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๑

261

สุริยสูตร
ว่าด้วยพระอาทิตย์

[๒๖๑]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสรทสมัยท้องฟ้าบริสุทธิ์ ปราศจากเมฆ พระอาทิตย์ขึ้นไปสู่ท้องฟ้า ย่อมส่องแสงและแผดแสงไพโรจน์ กำจัดความมืด อันมีอยู่ในอากาศทั่วไป แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง ทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล... ฉันนั้นเหมือนกัน ฯลฯ.
จบ สูตรที่ ๑๒

262

วัตถสูตร
ว่าด้วยผ้า

[๒๖๒]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ผ้าที่ทอด้วยด้ายชนิดใดชนิดหนึ่ง ผ้าของชาว กาสีบัณฑิตกล่าวว่า เลิศกว่าผ้าที่ทอด้วยด้ายเหล่านั้น แม้ฉันใด กุศลธรรม เหล่าใด เหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้น มีความไม่ประมาทเป็นมูล รวมลงในความ ไม่ประมาท ความไม่ประมาทบัณฑิตกล่าวว่า เลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลายอันภิกษุผู้ไม่ประมาท พึงหวังข้อนี้ได้ว่า จักเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘.
[๒๖๓]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ภิกษุในธรรมวินัยนี้ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ไม่ประมาท ย่อมเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ย่อมกระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๑๓
จบ อัปปมาทวรรค

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้
คือ
๑. ตถาคตสูตรที่ ๑ ๒. ตถาคตสูตรที่ ๒
๓. ตถาคตสูตรที่ ๓ ๔. ตถาคตสูตรที่ ๔
๕. ปทสูตร ๖. กูฏสูตร
๗. มูลคันธสูตร ๘. สารคันธสูตร
๙. ปุปผคันธสูตร ๑๐. กุฏฐราชาสูตร
๑๑. จันทิมสูตร ๑๒. สุริยสูตร
๑๓. วัตถสูตร


พลกรณียวรรคที่ ๑๑

264


พลกรณียสูตรที่ ๑
อาศัยศีลเจริญอริยมรรคน้อมไปในการสละ

[๒๖๔]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังอย่างใด อย่างหนึ่ง อันบุคคลทำอยู่ ทั้งหมดนั้น อันบุคคลอาศัยแผ่นดิน ดำรงอยู่บนแผ่นดิน จึงทำได้การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังเหล่านี้ อันบุคคลย่อมกระทำได้ด้วยอาการอย่างนี้ แม้ฉันใดภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว จึงเจริญอริยมรรค ประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๖๕]
ดูกรภิกษุทงั้ หลาย ภกิ ษุอาศัยศีล ตงั้ อยู่ในศีลแล้ว จึงเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มาก ซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันอาศัยวิเวก อาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันอาศัยวิเวกอาศัยวิราคะ อาศัยนิโรธ น้อมไปในการสละ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอาศัยศีลตั้งอยู่ในศีลแล้วจึงเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล. (พึงทราบความพิสดารสูตรที่บริบูรณ์ตามพรรณนาในคังคาเปยยาล)
จบ สูตรที่ ๑

266


พลกรณียสูตรที่ ๒
อาศัยศีลเจริญอริยมรรคมีการกำจัดราคะ

[๒๖๖]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังอย่างใด อย่างหนึ่ง อันบุคคลทำอยู่ ทั้งหมดนั้น อันบุคคลอาศัยแผ่นดิน ดำรงอยู่บนแผ่นดิน จึงทำได้การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังเหล่านี้ อันบุคคลย่อมกระทำได้ด้วยอาการอย่างนี้ แม้ฉันใดภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้วจึงเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๖๗]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว จึงเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ มีอันกำจัดราคะเป็นที่สุดมี อันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิมีอันกำจัดราคะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโทสะเป็นที่สุด มีอันกำจัดโมหะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอาศัยศีล ตั้ง อยูในศีลแล้วจึงเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๒

268


พลกรณีสูตรที่ ๓
อาศัยศีลเจริญอริยมรรคอันหยั่งลงสู่อมตะ

[๒๖๘]
สาวัตถีนิทาน. ดูกรภิกษุทั้งหลาย การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังอย่างใด อย่างหนึ่ง อันบุคคลทำอยู่ ทั้งหมดนั้น อันบุคคลอาศัยแผ่นดิน ดำรงอยู่บนแผ่นดิน จึงทำได้การงานที่จะพึงทำด้วยกำลังเหล่านี้ อันบุคคลย่อมกระทำได้ด้วยอาการอย่างนี้ แม้ฉันใดภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้วจึงเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ ฉันนั้นเหมือนกัน.
[๒๖๙]
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว จึงเจริญอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างไรเล่า ? ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ย่อมเจริญสัมมาทิฏฐิ อันหยั่งลงสู่อมตะมีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ฯลฯ ย่อมเจริญสัมมาสมาธิ อันหยั่งลงสู่อมตะมีอมตะเป็นเบื้องหน้า มีอมตะเป็นที่สุด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว จึงเจริญอริยมรรคอันประกอบด้วยองค์ ๘ กระทำให้มากซึ่งอริยมรรค อันประกอบด้วยองค์ ๘ อย่างนี้แล.
จบ สูตรที่ ๓

อ่านต่อ