พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๑ สุตตันตปิฎก หน้าที่ ๓๗
โทณสูตร
ท่านผู้เจริญเป็นเทวดาหรือ
[๓๖] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคเสด็จดำเนินทางไกล ในระหว่างเมือง อุกกัฏฐะ และ เมืองเสตัพยะ แม้โทณพราหมณ์ก็เดินทางไกล ในระหว่างเมือง อุกกัฏฐะ และเมืองเสตัพยะ โทณพราหมณ์ได้เห็นรอยกงจักร ในรอยพระบาทของ พระผู้มีพระภาค มีซี่ตั้งพัน ประกอบด้วยกง และดุม บริบูรณ์ด้วยอาการทั้งปวง
ครั้นเห็นแล้ว จึงรำพึงว่า อัศจรรย์จริงหนอท่านผู้เจริญ สิ่งไม่เคยมีมามีขึ้น รอยเท้า เหล่านี้ ชะรอยจักไม่ใช่รอยเท้ามนุษย์
ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคเสด็จแวะออกจากทาง ประทับนั่งที่โคนไม้ต้นหนึ่ง ทรงคู้บัลลังก์ ตั้งพระกายตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า ครั้งนั้น โทณพราหมณ์ติดตาม รอยพระบาทของพระผู้มีพระภาค ได้เห็นพระผู้มีพระภาคประทับนั่งที่โคนไม้แห่งหนึ่ง น่าพอใจ ควรแก่ความเลื่อมใส มีพระอินทรีย์อันสงบ มีพระทัยอันสงบ ถึงความฝึกฝน และความสงบอันยอดเยี่ยม มีตนอันฝึกแล้วคุ้มครองแล้ว มีอินทรีย์อันรักษาแล้ว เป็นผู้ประเสริฐ
ครั้นเห็นแล้ว จึงเข้าไปเฝ้าถึงที่ประทับ แล้วทูลถามว่า
ท่านผู้เจริญ เป็นเทวดาหรือ
พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า
ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นเทวดา
โท. ท่านผู้เจริญเป็นคนธรรพ์หรือ
พ. ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นคนธรรพ์
โท. ท่านผู้เจริญเป็นยักษ์หรือ
พ. ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นยักษ์
โท. ท่านผู้เจริญเป็นมนุษย์ใช่ไหม
พ. ดูกรพราหมณ์ เรามิใช่เป็นมนุษย์
โท. เราถามท่านว่า เป็นเทวดาหรือ ท่านตอบว่าไม่ใช่ เราถามว่าเป็นคนธรรพ์ หรือ ท่านตอบว่าไม่ใช่ เราถามว่าเป็นยักษ์หรือ ท่านตอบว่าไม่ใช่ เราถามว่าเป็นมนุษย์ หรือ ท่านก็ตอบว่าไม่ใช่ ถ้าอย่างนั้นท่านผู้เจริญเป็นอะไรแน่
พ. ดูกรพราหมณ์ เราพึงเป็นเทวดา เพราะยังละอาสวะเหล่าใดไม่ได้ อาสวะเหล่านั้น เราละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วนกระทำให้ไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้น อีกต่อไปเป็นธรรมดา
ดูกรพราหมณ์ เราพึงเป็นคนธรรพ์ ... เราพึงเป็นยักษ์ ... เราพึงเป็นมนุษย์ เพราะยังละ อาสวะเหล่าใดไม่ได้อาสวะเหล่านั้น เราละได้แล้ว ตัดรากขาดแล้ว กระทำให้เป็นดุจ ตาลยอดด้วน กระทำให้ไม่มี ไม่ให้เกิดขึ้นอีกต่อไปเป็นธรรมดา
ดูกรพราหมณ์ เปรียบเหมือนดอกอุบล ดอกปทุม หรือดอกบัวขาว เกิดในน้ำ เจริญในน้ำ ตั้งอยู่พ้นน้ำ แต่น้ำมิได้แปดเปื้อนแม้ฉันใด
ดูกรพราหมณ์ เราก็ฉันนั้นเหมือนกัน เกิดในโลกเติบโตขึ้นในโลก อยู่ครอบงำโลก อันโลกมิได้แปดเปื้อน ดูกรพราหมณ์ ท่านจงทรงจำเราไว้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า
ความบังเกิดเป็นเทวดา หรือคนธรรพ์ ผู้เที่ยวไปในเวหาพึงมีแก่เราด้วยอาสวะใด เราพึงถึงความเป็นยักษ์ และเข้าถึงความเป็นมนุษย์ด้วยอาสวะใด อาสวะเหล่านั้น ของเรา สิ้นไปแล้ว เรากำจัดเสียแล้ว กระทำให้ปราศจากเครื่องผูกพัน ดอกบัวตั้งอยู่ พ้นน้ำ ย่อมไม่แปดเปื้อนด้วยน้ำ ฉันใดเราก็ย่อมไม่แปดเปื้อนด้วยโลก ฉันนั้น
ดูกรพราหมณ์ เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพระพุทธเจ้า |