1
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑๘๓
ธาตุสังยุตต์
ทสกัมมปถวรรคที่ ๓
๑. อสมาหิตสูตร
[๓๙๐] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ
สัตว์จำพวกที่ ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา
สัตว์จำพวกที่ ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ
สัตว์จำพวกที่ ไม่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่ไม่มี โอตตัปปะ
สัตว์จำพวกที่ มีใจไม่มั่นคง ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีใจไม่มั่นคง
สัตว์จำพวกที่ มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม
สัตว์จำพวกที่ มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา
สัตว์จำพวกที่ มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ
สัตว์จำพวกที่ มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับสัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ
สัตว์จำพวกที่ มีใจมั่นคง ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีใจมั่นคง
สัตว์จำพวกที่ มีปัญญา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา
จบสูตรที่ ๑
-----------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑๘๓-๑๘๔
๒. ทุสสีลสูตร
[๓๙๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ
สัตว์จำพวกที่ ไม่มีศรัทธา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีศรัทธา สัตว์จำพวกที่ ไม่มีหิริ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มีหิริ สัตว์จำพวกที่ ไม่มีโอตตัปปะ ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ไม่มี โอตตัปปะ
สัตว์จำพวกที่ ทุศีล ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่ทุศีล
สัตว์จำพวกที่ มีปัญญาทราม ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญาทราม
สัตว์จำพวกที่ มีศรัทธาย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีศรัทธา
สัตว์จำพวกที่ มีหิริย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีหิริ
สัตว์จำพวกที่ มีโอตตัปปะย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีโอตตัปปะ
สัตว์จำพวกที่ มีศีลย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีศีล
สัตว์จำพวกที่ มีปัญญาย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับสัตว์จำพวกที่มีปัญญา
จบสูตรที่ ๒
-----------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑๘๔-๑๘๕
๓. ปัญจสิกขาปทสูตร
[๓๙๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้-
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุเหล่านั้นทูลรับพระผู้มีพระภาคว่าพระเจ้าข้า
[๓๙๓] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อม คบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ
พวกทำปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกทำปาณาติบาต
พวกทำอทินนาทาน ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคม กัน กับพวกทำอทินนาทาน
พวกทำกาเมสุมิจฉาจาร ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับพวกทำกาเมสุมิจฉาจาร
พวกมุสาวาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมุสาวาท
พวกดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่ง ความประมาท
[๓๙๔] พวกเว้นขาดจากปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก เว้นขาดจากปาณาติบาต พวกเว้นขาดจากอทินนาทาน ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากอทินนาทาน พวกเว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร พวกเว้นขาดจากมุสาวาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากมุสาวาท พวกเว้นขาดจากดื่มน้ำเมา คือสุราและเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากดื่มน้ำเมาคือสุราและเมรัยอันเป็นที่แห่งความประมาท
จบสูตรที่ ๓
-----------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑๘๕-๑๘๖
๔. สัตตกัมมปถสูตร
[๓๙๕] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ
พวกทำปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกทำ ปาณาติบาต
พวกทำอทินนาทาน ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกทำอทินนาทาน
พวกทำกาเมสุมิจฉาจาร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกทำกาเมสุมิจฉาจาร
พวกมุสาวาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมุสาวาท
พวกพูดส่อเสียด
ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกพูดส่อเสียด
พวกพูดคำหยาบ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกพูดคำหยาบ
พวกพูดเพ้อเจ้อ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกพูดเพ้อเจ้อ
[๓๙๖] พวกเว้นขาดจากปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก เว้นขาดจากปาณาติบาต พวกเว้นขาดจากอทินนาทาน ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากอทินนาทาน พวกเว้นขาดกาเมสุมิจฉาจาร ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากกาเมสุมิจฉาจาร พวกเว้นขาดจากมุสาวาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากมุสาวาท พวกเว้นขาดจากคำส่อเสียด ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากคำส่อเสียดพวกเว้นขาดจากคำหยาบ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากคำหยาบ พวกเว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากคำเพ้อเจ้อ
จบสูตรที่ ๔
-----------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑๘๖-๑๘๗
๕. ทสกัมมปถสูตร
[๓๙๗] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ
พวกทำปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก ทำปาณาติบาต พวกทำอทินนาทาน ... พวกทำกาเมสุมิจฉาจาร ... พวกมุสาวาท ... พวกพูดส่อเสียด ... พวกพูดคำหยาบ ... พวกพูดเพ้อเจ้อ ... ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกพูดเพ้อเจ้อ พวกมีอภิชฌามาก ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับพวกมีอภิชฌามาก พวกมีจิตพยาบาทย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมีจิตพยาบาท พวกมิจฉาทิฐิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาทิฐิ
[๓๙๘] พวกเว้นขาดจากปาณาติบาต ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวก เว้นขาดจากปาณาติบาต พวกเว้นขาดจากอทินนาทาน ... พวกเว้นขาดจาก กาเมสุมิจฉาจาร ... พวกเว้นขาดจากมุสาวาท ... พวกเว้นขาดจากพูดส่อเสียด ...พวกเว้นขาดจากพูดคำหยาบ ... พวกเว้นขาดจากพูดเพ้อเจ้อ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกเว้นขาดจากพูดเพ้อเจ้อ พวกไม่มีอภิชฌา ย่อมคบค้ากันย่อม สมาคมกัน กับพวกไม่มีอภิชฌา พวกมีจิตไม่พยาบาท ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมีจิตไม่พยาบาท พวกสัมมาทิฐิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาทิฐิ
จบสูตรที่ ๕
-----------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑๘๗
๖. อัฏฐังคิกสูตร
[๓๙๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลาย ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ
พวกมิจฉาทิฐิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาทิฐิ
พวกมิจฉาสังกัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาสังกัปปะ พวกมิจฉาวาจา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาวาจา
พวกมิจฉากัมมันตะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉากัมมันตะ
พวกมิจฉาอาชีวะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาอาชีวะ
พวกมิจฉาวายามะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาวายามะ
พวกมิจฉาสติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาสติ
พวกมิจฉาสมาธิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาสมาธิ
[๔๐๐] พวกสัมมาทิฐิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาทิฐิ พวกสัมมาสังกัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสังกัปปะ
พวก สัมมาวาจา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาวาจา
พวกสัมมากัมมันตะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมากัมมันตะ
พวกสัมมาอาชีวะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาอาชีวะ
พวกสัมมาวายามะย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาวายามะ
พวกสัมมาสติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสติ
พวกสัมมาสมาธิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสมาธิ
จบสูตรที่ ๖
-----------------------------------------------------------------------------------
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๑๘๘-๑๘๙
๗. ทสังคิกสูตร
[๔๐๑] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลาย ... แล้วได้ตรัสว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สัตว์ทั้งหลายย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน โดยธาตุเทียว คือ
พวกมิจฉาทิฐิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกันกับพวกมิจฉาทิฐิ
พวกมิจฉาสังกัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาสังกัปปะ พวกมิจฉาวาจา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาวาจา
พวกมิจฉากัมมันตะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉากัมมันตะ
พวกมิจฉาอาชีวะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาอาชีวะ
พวกมิจฉาวายามะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาวายามะ
พวกมิจฉาสติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาสติ
พวกมิจฉาสมาธิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาสมาธิ
พวกมิจฉาญาณะ ย่อมคบค้ากันย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาญาณะ
พวกมิจฉาวิมุติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกมิจฉาวิมุติ
[๔๐๒] พวกสัมมาทิฐิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาทิฐิ พวกสัมมาสังกัปปะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสังกัปปะ พวกสัมมาวาจา ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาวาจา
พวกสัมมากัมมันตะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมากัมมันตะ
พวกสัมมาอาชีวะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาอาชีวะ
พวกสัมมาวายามะย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาวายามะ
พวกสัมมาสติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสติ
พวกสัมมาสมาธิ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาสมาธิ
พวกสัมมาญาณะ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาญาณะ
พวกสัมมาวิมุติ ย่อมคบค้ากัน ย่อมสมาคมกัน กับพวกสัมมาวิมุติ
จบสูตรที่ ๗
[ในที่ทุกแห่งพึงทำอดีตอนาคตปัจจุบัน]
|