เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เหตุเกิดของโลก และเหตุดับของโลก (อริยสาวกสูตร) 1768
  (โดยย่อ)

เหตุเกิดของโลก

1.อริยสาวกผู้ได้สดับ มิได้มีความสงสัยอย่างนี้ว่า
เมื่ออะไรมี อะไรจึงมีหรือหนอแล / เพราะอะไรเกิดขึ้น อะไรจึงเกิดขึ้น
เมื่ออะไรมี นามรูปจึงมี / เมื่ออะไรมี สฬายตนะจึงมี

2.อริยสาวกผู้ได้สดับย่อมมีญาณหยั่งรู้ ในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า
เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี / เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เมื่อวิญญาณมี นามรูปจึงมี / เมื่อนามรูปมี สฬายตนะจึงมี
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เหตุดับของโลก

3.อริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมไม่มีความสงสัย อย่างนี้ว่า
เมื่ออะไรไม่มี อะไรจึงไม่มีหรือหนอแล / เพราะอะไรดับ อะไรจึงดับ
เมื่ออะไรไม่มี นามรูปจึงไม่มี / เมื่ออะไรไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี

4.อริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมมีญาณหยั่งรู้ในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี / เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ
เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี / เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี

ในกาลใดแล อริยสาวกรู้ทั่วถึงเหตุเกิด และความดับไปแห่งโลก
ในกาลนั้น อริยสาวกนี้เราเรียกว่า
เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทิฐิบ้าง/สมบูรณ์ด้วยทัศนะบ้าง
เป็นผู้มาถึงสัทธรรมนี้บ้าง /เห็นสัทธรรมนี้บ้าง
เป็นผู้บรรลุกระแสแห่งธรรมบ้าง / ว่าอยู่ชิดประตูอมตนิพพานบ้าง

ฯลฯ

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
รวมพระสูตรบุคคลสำคัญ
พระโมคคัลลานะ
พระสารีบุตร
พระเทวทัต
นิครนถ์ปริพาชก
พระมหากัปปินะ
พระอนุรุทธะ
พระอุบาลี
(ดูทั้งหมด)
 
สารบาญพระไตรปิฎก (สุตตันตปิฎก)
เล่มที่ ๘-๓๓ (๒๕ เล่ม) ทุกพระสูตร
1. ฉบับหลวง
2. ฉบับมหาจุฬาฯ
3. อรรถกถาไทย
4. ฉบับภาษาบาลี
5. อรรถกถา-บาลี
6. Pali Roman (Roman Script)
7. Atthakatha PaliRoman

 

 


พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎก หน้าที่ ๘๕-๘๗.

เหตุเกิดของโลก และเหตุดับของโลก
๙. อริยสาวกสูตรที่ ๑

           [๑๗๘] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี เขตพระนครสาวัตถี ณ ที่นั้นแล ... พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ มิได้มีความสงสัยอย่างนี้ว่า
เมื่ออะไรมี อะไรจึงมีหรือหนอแล
เพราะอะไรเกิดขึ้น อะไรจึงเกิดขึ้น

เมื่ออะไรมี นามรูปจึงมี
เมื่ออะไรมี สฬายตนะจึงมี
เมื่ออะไรมี ผัสสะจึงมี
เมื่ออะไรมี เวทนาจึงมี
เมื่ออะไรมี ตัณหาจึงมี
เมื่ออะไรมี อุปาทานจึงมี
เมื่ออะไรมี ภพจึงมี
เมื่ออะไรมี ชาติจึงมี
เมื่ออะไรมี ชราและมรณะจึงมี

           [๑๗๙] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โดยที่แท้ อริยสาวกผู้ได้สดับย่อมมีญาณหยั่งรู้ ในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า
เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี
เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้นสิ่งนี้จึงเกิดขึ้น

เมื่อวิญญาณมี นามรูปจึงมี
เมื่อนามรูปมี สฬายตนะจึงมี
เมื่อสฬายตนะมี ผัสสะจึงมี
เมื่อผัสสะมี เวทนาจึงมี
เมื่อเวทนามี ตัณหาจึงมี
เมื่อตัณหามี อุปาทานจึงมี
เมื่ออุปาทานมี ภพจึงมี
เมื่อภพมี ชาติจึงมี
เมื่อชาติมี ชราและมรณะจึงมี
อริยสาวกนั้นย่อมรู้ประจักษ์อย่างนี้ว่า โลกนี้ย่อมเกิดขึ้นอย่างนี้

           [๑๘๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมไม่มีความสงสัย อย่างนี้ว่า
เมื่ออะไรไม่มี อะไรจึงไม่มีหรือหนอแล
เพราะอะไรดับ อะไรจึงดับ

เมื่ออะไรไม่มี นามรูปจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี ผัสสะจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี เวทนาจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี ตัณหาจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี อุปาทานจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี ภพจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี ชาติจึงไม่มี
เมื่ออะไรไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี

           [๑๘๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โดยที่แท้ อริยสาวกผู้ได้สดับ ย่อมมีญาณหยั่งรู้ในเรื่องนี้ โดยไม่ต้องเชื่อผู้อื่นว่า
เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี
เพราะสิ่งนี้ดับ สิ่งนี้จึงดับ

เมื่อวิญญาณไม่มี นามรูปจึงไม่มี
เมื่อนามรูปไม่มี สฬายตนะจึงไม่มี
เมื่อสฬายตนะไม่มี ผัสสะจึงไม่มี
เมื่อผัสสะไม่มีไม่มี เวทนาจึงไม่มี
เมื่อเวทนาไม่มี ตัณหาจึงไม่มี
เมื่อตัณหาไม่มี อุปาทานจึงไม่มี
เมื่ออุปาทานไม่มี ภพจึงไม่มี
เมื่อภพไม่มี ชาติจึงไม่มี
เมื่อชาติไม่มี ชราและมรณะจึงไม่มี
อริยสาวกนั้นย่อมรู้ประจักษ์อย่างนี้ว่า โลกนี้ย่อมดับอย่างนี้

           [๑๘๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในกาลใดแล อริยสาวกรู้ทั่วถึงเหตุเกิด และความดับไปแห่งโลก ตามเป็นจริงอย่างนี้ ในกาลนั้น อริยสาวกนี้เราเรียกว่า
เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทิฐิบ้าง
เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยทัศนะบ้าง
เป็นผู้มาถึงสัทธรรมนี้บ้างเห็นสัทธรรมนี้บ้าง
เป็นผู้ประกอบด้วยญาณอันเป็นเสขะบ้าง
เป็นผู้ประกอบด้วยวิชชาอันเป็นเสขะบ้าง
เป็นผู้บรรลุกระแสแห่งธรรมบ้าง
เป็นพระอริยะมีปัญญาเครื่องชำแรกกิเลสบ้าง
ว่าอยู่ชิดประตูอมตนิพพานบ้าง


 





พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดา อ่านแบบสบายตา โดยคัดลอกหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ (คลิกอ่านพร้อมดาวน์โหลดไฟล์ pdf)
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์