เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  โลกธาตุ จูฬนีสูตร (โลกธาตุอย่างเล็ก - กลาง - ใหญ่) 151  
 



พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๐สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาตร หน้าที่ ๒๑๕


โลกธาตุ จูฬนีสูตร

[๕๒๐] ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคม พระผู้มีพระภาคแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้น แล้วได้ทูลถาม พระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับรับฟังมาเฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า

ดูกรอานนท์
สาวกของพระสิขีสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งมีนามว่า อภิภู* ยืนอยู่ใน พรหมโลก ให้พันแห่งโลกธาตุ รู้แจ้งได้ด้วยเสียง พระเจ้าข้า ส่วนพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าเล่า ทรงสามารถที่จะทำโลกธาตุเท่าไร ให้รู้แจ้งได้ด้วย พระสุรเสียง พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรอานนท์ นั้นสาวก ส่วนพระตถาคต นับไม่ถ้วน ฯ
*
(พระสิขีสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือย้อนไป 31 กัป ยุคมนุษย์อายุ ๗๐,๐๐๐ ปี มีพระอภิภู เป็นอัครสาวกเบื้องขวา มีพระสัมภวะ เป็นอัครสาวกเบื้องซ้าย ดูตาราง )

ท่านพระอานนท์ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเป็นครั้งที่ ๒ ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้สดับรับฟังมาเฉพาะพระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า

ดูกรอานนท์ สาวกของพระสิขีสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งมีนามว่า อภิภู ยืนอยู่ในพรหมโลก ทำให้พ้นแห่งโลกธาตุรู้แจ้งได้ด้วยเสียง พระเจ้าข้า ส่วนพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้าเล่า ทรงสามารถที่จะทำโลกธาตุเท่าไรให้รู้แจ้งได้ด้วยพระสุรเสียง ฯ

พ. ดูกรอานนท์
นั้นเป็นสาวก ส่วนพระตถาคตนับไม่ถ้วน

ท่านพระอานนท์ ได้ทูลถามพระผู้มี พระภาคแม้เป็นครั้งที่ ๓ ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์ได้ สดับรับฟังมาเฉพาะ พระพักตร์พระผู้มีพระภาคว่า

ดูกรอานนท์ สาวกของพระสิขีสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งมีนามว่า อภิภู สถิตอยู่ใน พรหมโลก ทำให้พันแห่งโลกธาตุ รู้แจ้งได้ด้วยเสียง พระเจ้าข้า

ส่วนพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเล่า ทรงสามารถที่จะทำโลกธาตุ เท่าไรให้รู้แจ้งได้ด้วยพระสุรเสียง ฯ

พ.  ดูกรอานนท์
เธอได้ฟังเรื่องพันโลกธาตุเพียงเล็กน้อยฯ (ตถาคตรู้ มากกว่านั้น)

อา. ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระสุคต บัดนี้เป็นกาลเวลาแห่งเทศนาที่พระองค์จะ พึง ตรัส ภิกษุทั้งหลายได้สดับ ธรรมเทศนาของพระผู้มีพระภาคแล้ว จักทรงจำไว้ ฯ

พ.  ดูกรอานนท์ ถ้าอย่างนั้น เธอจงฟัง จงใส่ใจให้ดี เราจักกล่าว ท่านพระอานนท์ ทูลรับสนองพระผู้มีพระภาคแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า

ดูกรอานนท์ จักรวาลหนึ่งมีกำหนดเท่ากับโอกาสที่พระจันทร์พระอาทิตย์โคจร ทั่วทิศสว่างไสวรุ่งโรจน์

โลกมีอยู่พันจักรวาลก่อน ในโลกพันจักรวาลนั้น
มี
พระจันทร์พันดวง
มี
อาทิตย์พันดวง
มี ขุนเขาสิเนรุพันหนึ่ง
มี ชมพูทวีปพันหนึ่ง (แดนมนุษย์)
มี อปรโคยานทวีปพันหนึ่ง (แดนมนุษย์)
มี อุตตรกุรุทวีปพันหนึ่ง (แดนมนุษย์)
มี ปุพพวิเทหทวีปพันหนึ่ง
(แดนมนุษย์)
มี มหาสมุทรสี่พัน
มี ท้าวมหาราชสี่พัน
มี เทวโลกชั้นจาตุมหาราชิกาพันหนึ่ง
มี เทวโลกชั้นดาวดึงส์พันหนึ่ง
มี เทวโลกชั้นยามาพันหนึ่ง
มี เทวโลกชั้นดุสิตพันหนึ่ง
มี เทวโลกชั้นนิมมานรดีพันหนึ่ง
มี เทวโลกชั้นปรนิมมิตวสวัสตีพันหนึ่ง
มี พรหมโลกพันหนึ่ง

ดูกรอานนท์ นี้เรียกว่า
โลกธาตุ อย่างเล็ก มีพันจักรวาล
โลกคูณโดยส่วนพันแห่ง
โลกธาต อย่างกลาง มีล้านจักรวาลนั้น
นี้เรียกว่า โลกธาตุ
อย่างใหญ่ ประมาณแสนโกฏิจักรวาล

ดูกรอานนท์ตถาคตมุ่งหมายอยู่
พึงทำโลกธาตุอย่างใหญ่ประมาณ แสนโกฏิจักรวาล ให้รู้แจ้งได้ด้วยเสียง หรือทำให้รู้แจ้งได้เท่าที่มุ่งหมาย ฯ

อา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ก็พระผู้มีพระภาคพึงทำโลกธาตุอย่างใหญ่ ประมาณ แสนโกฏิ จักรวาล ให้รู้แจ้งด้วยพระสุรเสียง หรือทำให้รู้แจ้งได้เท่าที่พระองค์ ทรงมุ่งหมายอย่างไรฯ

พ.  ดูกรอานนท์
พระตถาคตในโลกนี้ พึงแผ่รัศมีไปทั่วโลกธาตุอย่างใหญ่ ประมาณ แสนโกฏิ จักรวาลเมื่อใด หมู่สัตว์พึงจำแสงสว่างนั้นได้ เมื่อนั้นพระตถาคตพึงเปล่ง พระสุรเสียง ให้สัตว์ เหล่านั้นได้ยิน พระตถาคตพึงทำให้โลกธาตุอย่างใหญ่ประมาณ แสนโกฏิจักรวาล ให้รู้แจ้งได้ ด้วยพระสุรเสียง หรือพึงทำให้รู้แจ้งได้เท่าที่พระองค์ ทรงมุ่งหมาย ด้วยอาการ เช่นนี้แล ฯ

เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสดังนี้แล้ว ท่านพระอานนท์ได้กราบทูลว่าเป็นลาภ ของ ข้าพระองค์ หนอ ข้าพระองค์ได้ดีแล้วหนอที่ข้าพระองค์มี พระศาสดา ผู้มีฤทธิ์ มีอานุภาพมาก อย่างนี้ เมื่อท่านพระอานนท์กราบทูลอย่างนี้แล้ว ท่านพระอุทายี ได้กลาว กะท่าน พระอานนท์ว่า

ดูกรอานนท์
ในข้อนี้ท่านจะได้ประโยชน์อะไร ถ้าศาสดาของท่านมีฤทธิ์ มีอานุภาพ มากอย่างนี้ เมื่อท่านพระอุทายีกล่าวอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสกะท่าน พระอุทายีว่า

ดูกรอุทายี เธออย่าได้กล่าวอย่างนี้ ถ้าอานนท์ยังไม่หมดราคะเช่นนี้ พึงทำกาละไป เธอพึงเป็นเจ้าแห่งเทวดาในหมู่เทวดา ๗ ครั้งพึงเป็นเจ้าจักรพรรดิในชมพูทวีป นี้แหละ ๗ ครั้ง เพราะจิตที่เลื่อมใสนั้น

ดูกรอุทายี ก็แต่ว่าอานนท์จักปรินิพพานในอัตภาพนี้เอง ฯ