เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  มฆเทวสูตร เรื่องพระเจ้ามฆเทวะ (พระพุทธเจ้าในชาติอดีต) และพระเจ้ามินิราช 851
 
(เนื้อหาพอสังเขป)

พระเจ้ามฆเทวะ (พระพุทธเจ้าในอดีต)
ราชบุตร พระราชนัดดา
พระเจ้านิมิราช (ชาววิเทหะ)
มีอายุ 336,000 ปีแบ่งตามช่วงเวลาดังนี้


  1. ทรงเป็นพระกุมาร 84,000 ปี
  2. ทรงดำรงความเป็นอุปราช 84,000 ปี
  3. ทรงเสวยราชสมบัติ 84,000 ปี
  4. ทรงผนวชเป็นบรรพชิต
84,000 ปี
      ( รวม 336,000 ปี )

ราชตระกูลในสายพระเจ้ามฆเทวะ (สืบราชสมบัติต่อเนื่องกัน)
  1. พระเจ้ามฆเทวะ (อายุ 336,000)
  2. ราชบุตร พระเจ้ามฆเทวะ (อายุ 336,000)
  3. พระเจ้านิมิราช (อายุ 336,000) ท้าวสักกะเชิญเสด็จดาวดึงส์ และทอดพระเนตร นรก-สวรรค์
  4. พระเจ้ากฬารชนก (ราชบุตรพระเจ้านิมิราช)


เรื่อง พระเจ้านิมิราช (ชาววิเทหะ)
เป็นพระราชาผู้ทรงธรรม ทรงรักษาอุโบสถทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และ ที่แปดแห่งปักข์ จนท้าวสักกะ (จอมเทพชั้นพรหม) ขอเชิญพระเจ้านิมิราช เสด็จไปพบเทวดาชั้นดาวดึงส์

พระเจ้านิมิราชทอดพระเนตรนรกสวรรค์
ระหว่างนั่งรถเทียมม้าที่เทวดาจัดถวาย เพื่อเสด็จไปชั้นดาวดึงส์ ได้เสด็จผ่านนรก สวรรค์ เมื่อถึงชั้นดาวดึงส์ เทวดาชั้นดาวดึงส์ประชุมสรรเสริญอยู่ใน สุธรรมาสภา ว่า  เป็นลาภของชน ชาววิเทหะ หนอ ชนชาววิเทหะ ได้ดีแล้วหนอ ที่พระเจ้านิมิราชผู้ทรงธรรม เป็นพระธรรมราชา เป็นพระมหาราชาผู้สถิตอยู่ในธรรม พร้อม เชื้อเชิญ ให้ เทวดาชั้นดาวดึงส์ ปรารถนาจะพบเห็นพระองค์ ขอเชิญพระองค์จงอภิรมย์ อยู่ในเทวดา ทั้งหลาย ด้วยเทวานุภาพ เถิด.

พระเจ้านิมิราชตรัสว่า อย่าเลย พระองค์ผู้นิรทุกข์ ขอจงนำหม่อมฉันกลับไปยัง เมืองมิถิลา ในมนุษย์โลกนั้นเถิด


 
 


ฉบับหลวง (ไทย) เล่มที่ ๑๓ สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์ หน้าที่ ๓๑๖


มฆเทวสูตร

(๑) พระเจ้ามฆเทวะ

(พระพุทธเจ้าโคดมในอดีต ยุคมนุษย์อายุ 336,000 ปี)

          [๔๕๒] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้:
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่อัมพวัน ของพระเจ้ามฆเทวะ ใกล้เมือง มิถิลา. ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงแย้มพระสรวลให้ปรากฏ ณ ประเทศแห่งหนึ่ง.

ลำดับนั้น ท่านพระอานนท์ได้มีความคิดว่า อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรเป็นปัจจัย ให้พระผู้มีพระภาคทรงแย้มพระสรวล พระตถาคตทั้งหลาย ไม่ทรงแย้มพระสรวล โดยหาเหตุมิได้ ดังนี้แล้ว จึงทำจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง ประนมอัญชลีไปทาง พระผู้มีพระภาคแล้ว ได้ทูลถามว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อะไรหนอเป็นเหตุ อะไรเป็นปัจจัย ให้พระผู้มีพระภาคทรงแย้มพระสรวล พระตถาคตทั้งหลาย ไม่ทรงแย้มพระสรวล โดยหาเหตุมิได้.

          [๔๕๓] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมีมาแล้ว ในเมือง มิถิลานี้แหละ ได้มีพระราชาพระนามว่ามฆเทวะ ทรงประกอบในธรรม เป็นพระธรรม ราชา เป็นพระมหาราชาผู้ทรงตั้งอยู่ในธรรม ทรงประพฤติราชธรรม ในพราหมณ์คหบดี ในชาวนิคมและชาวชนบท ทรงรักษาอุโบสถทุกวันที่สิบสี่สิบห้าและแปดค่ำแห่งปักษ์

ดูกรอานนท์ ครั้งนั้น ด้วยล่วงปีเป็นอันมาก ล่วงร้อยปีเป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก พระเจ้ามฆเทวะ รับสั่งกะช่างกัลบกว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ท่านเห็นผมหงอก เกิดบน ศีรษะของเราเมื่อใด พึงบอกเราเมื่อนั้น.

ช่างกัลบกทูลรับพระเจ้ามฆเทวะว่า อย่างนั้น ขอเดชะแล้ว.

ด้วยล่วงปีเป็นอันมาก ล่วงร้อยปีเป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก ช่างกัลบก ได้เห็นพระเกศาหงอก เกิดบนพระเศียร ของพระเจ้ามฆเทวะแล้ว ได้กราบทูลว่า เทวทูตปรากฏแก่พระองค์แล้ว พระเกศาหงอก เกิดบนพระเศียรแล้ว เห็นปรากฏอยู่.

     พระเจ้ามฆเทวะตรัสว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ถ้าอย่างนั้น ท่านจงเอาแหนบ ถอนผมหงอกนั้นให้ดี แล้ววางลงที่กระพุ่มมือของเราเถิด.

     ช่างกัลบกทูลรับสั่งของพระเจ้ามฆเทวะ แล้วจึงเอาแหนบ ถอนพระเกศาหงอกนั้น ด้วยดี แล้ววางไว้ที่กระพุ่มพระหัตถ์ของพระเจ้ามฆเทวะ.

ครั้งนั้น พระเจ้ามฆเทวะพระราชทานบ้านส่วยแก่ช่างกัลบก แล้วโปรดให้พระราชทาน กุมาร ผู้เป็นพระราชบุตรองค์ใหญ่มาเฝ้า แล้วรับสั่งว่า ดูกรพ่อกุมาร เทวทูตปรากฏ แก่เราแล้ว ผมหงอกเกิดที่ศีรษะแล้วปรากฏอยู่ ก็กามทั้งหลายที่เป็นของมนุษย์ เราได้บริโภคแล้ว เวลานี้เป็นสมัยที่จะแสวงหากามทั้งหลายที่เป็นทิพย์ มาเถิด พ่อกุมาร เจ้าจงครองราชสมบัตินี้ ส่วนเราจักปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

ดูกรพ่อกุมาร ส่วนเจ้า เมื่อใดพึงเห็นผมหงอกเกิดบนศีรษะ เมื่อนั้นเจ้าพึงให้บ้านส่วย แก่ช่างกัลบก พึงพร่ำสอนราชกุมาร ผู้เป็นพระราชบุตรองค์ใหญ่ ในการที่จะเป็น พระราชาให้ดี แล้วปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิตเถิด เจ้าพึงประพฤติตามวัตรอันงามที่เราตั้งไว้แล้วนี้ เจ้าอย่าได้เป็น บุรุษคนสุดท้ายของเราเลย เมื่อยุคบุรุษใดเป็นไปอยู่ วัตรอันงามเห็นปานนี้ ขาดสูญไป ยุคบุรุษนั้นชื่อว่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายของราชบรรพชิตนั้น.

ดูกรพ่อกุมาร เจ้าจะพึงประพฤติตามวัตรอันงาม ที่เราตั้งไว้แล้วนี้ได้ด้วยประการใด เรากล่าวอย่างนี้กะเจ้าด้วยประการนั้น เจ้าอย่าได้เป็นบุรุษคนสุดท้ายของเราเลย.

พระเจ้ามฆเทวะออกผนวช

          [๔๕๔] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้น พระเจ้ามฆเทวะครั้นพระราชทานบ้าน ส่วนแก่ช่างกัลบกและทรงพร่ำสอนพระราชกุมาร ผู้เป็นพระราชบุตรองค์ใหญ่ ในการที่จะเป็นพระราชาให้ดีแล้ว ทรงปลงพระเกศา และ พระมัสสุ(หนวด) ทรงนุ่งห่ม ผ้ากาสายะ เสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ ทรงผนวชเป็นบรรพชิต ที่มฆเทวัมพวันนี้แล. ท้าวเธอทรงมีพระหฤทัยประกอบด้วยเมตตา ทรงแผ่ไปทั่วทิศหนึ่งอยู่.

ในทิศที่สอง ในทิศที่สาม ในทิศที่สี่ ก็เหมือนกัน. ทรงมีพระหฤทัย ประกอบด้วย เมตตา อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน แผ่ไปทั่วโลก โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ทุกเหล่าในที่ทุกสถาน ทั้งในทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ด้วยประการฉะนี้. ทรงมีพระหฤทัยประกอบด้วยกรุณา ... ทรงมีพระหฤทัยประกอบด้วยมุทิตา ... ทรงมีพระหฤทัยประกอบด้วยอุเบกขา ... แผ่ไปทั่วทิศหนึ่งอยู่ ในทิศที่สอง ในทิศที่สาม ในทิศที่สี่ ก็เหมือนกัน ทรงมีพระหฤทัย ประกอบด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ เป็น มหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน แผ่ไปทั่วโลก โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุก สถาน ทั้งในทิศเบื้องบน เบื้องต่ำ เบื้องขวาง ด้วยประการฉะนี้. (เจริญพรหมวิหาร ๔ - เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา)

ดูกรอานนท์ก็พระเจ้ามฆเทวะ
ทรงเล่นเป็นพระกุมารอยู่ แปดหมื่นสี่พันปี
ทรงดำรงความเป็นอุปราช แปดหมื่นสี่พันปี
เสวยราชสมบัติ แปดหมื่นสี่พันปี
เสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ ทรงผนวชเป็นบรรพชิตประพฤติพรหมจรรย์
อยู่ที่ มฆเทวัมพวัน นี้แล แปดหมื่นสี่พันปี.
(รวมอายุพระเจ้ามฑเทวะ 336,000 ปี)

พระองค์ทรงเจริญ พรหมวิหารสี่ แล้วเมื่อสวรรคตได้เสด็จเข้าถึงพรหมโลก

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(๒) พระราชบุตรของพระเจ้ามฆเทวะออกผนวช
(เหตุการณ์ต่างๆซ้ำกับ พระเจ้ามฆเทวะผู้เป็นพระบิดา)

          [๔๕๕] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้น พระราชบุตรของพระเจ้ามฆเทวะ โดยล่วงปี ไปเป็นอันมาก ล่วงร้อยปีเป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก รับสั่งกะช่างกัลบกว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ท่านเห็นผมหงอก เกิดบนศีรษะของเราเมื่อใด พึงบอกแก่เราเมื่อนั้น.

ครั้งนั้น ช่างกัลบกรับรับสั่งของพระราชบุตรแห่งพระเจ้ามฆเทวะว่า อย่างนั้น ขอเดชะ ด้วยล่วงปีเป็นอันมาก ล่วงร้อยปีเป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก ช่างกัลบกได้เห็น พระเกศาหงอก เกิดบนพระเศียรของพระราชบุตรแห่งพระเจ้ามฆเทวะ แล้วได้กราบทูล ว่า เทวทูตปรากฏแก่พระองค์แล้ว พระเกศาหงอกเกิดบนพระเศียรเห็นปรากฏอยู่.

พระราชบุตรของพระเจ้ามฆเทวะตรัสว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ถ้าอย่างนั้น ท่านจงเอา แหนบ ถอนผมหงอกนั้นให้ดี แล้ววางในกระพุ่มมือของเราเถิด.

ช่างกัลบกรับรับสั่งของพระราชบุตรแห่งพระเจ้ามฆเทวะ แล้วจึงเอาแหนบถอน พระเกศาหงอกนั้นด้วยดี แล้ววางไว้ในกระพุ่มพระหัตถ์ ของพระราชบุตร แห่งพระเจ้ามฆเทวะ.

ครั้งนั้นพระราชบุตรของพระเจ้ามฆเทวะ พระราชทานบ้านส่วยแก่ช่างกัลบก แล้วโปรด ให้พระราชกุมาร ผู้เป็นพระราชบุตรองค์ใหญ่ มาเฝ้าแล้วได้ตรัสว่า ดูกรพ่อกุมาร เทวทูตปรากฏแก่เราแล้ว ผมหงอกเกิดบนศีรษะแล้วเห็นปรากฏอยู่ กามทั้งหลาย ที่เป็นของมนุษย์เราบริโภคแล้ว

เวลานี้เป็นสมัยที่จะแสวงหากามอันเป็นทิพย์ มาเถิด พ่อกุมาร เจ้าจงครองราชสมบัตินี้ ส่วนเราจักปลงผมและ หนวด นุ่งห่มผ้า กาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต ถ้าแม้เจ้าพึงเห็นผมหงอกเกิดบนศีรษะเมื่อใด เมื่อนั้น เจ้าพึงให้บ้านส่วยแก่ช่างกัลบก แล้วพร่ำสอนราชกุมาร ผู้เป็นบุตรคนใหญ่ ในการที่จะเป็นพระราชาให้ดี แล้วพึงปลงผม และหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต พึงประพฤติตามวัตรอันงามนี้ ที่เราตั้งไว้แล้ว เจ้าอย่าได้เป็นบุรุษ คนสุดท้าย ของเราเลย เมื่อยุคบุรุษใดเป็นไปอยู่ วัตรอันงาม เห็นปานนี้ ขาดสูญไป ยุคบุรุษนั้นชื่อว่าเป็นบุรุษคนสุดท้าย ของราชบรรพชิตนั้น.

ดูกรพ่อกุมาร เจ้าจะพึงประพฤติวัตรอันงาม ที่เราตั้งไว้แล้วนี้ได้ด้วยประการใด เรากล่าวอย่างนี้กะเจ้าด้วยประการนั้น เจ้าอย่าได้เป็นบุรุษคนสุดท้ายของเราเลย.

          [๔๕๖] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้น พระราชบุตรของพระเจ้ามฆเทวะ ครั้น พระราชทานบ้านส่วย แก่ช่างกัลบก ทรงพร่ำสอนพระราชกุมาร ผู้เป็นพระราชบุตร องค์ใหญ่ ในการที่จะเป็นพระราชาให้ดีแล้ว ทรงปลงพระเกศาและพระมัสสุ ทรงครองผ้ากาสายะ แล้วเสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ ทรงผนวชเป็นบรรพชิต อยู่ในมฆเทวัมพวันนี้แล.

ท้าวเธอมีพระหฤทัยประกอบด้วยเมตตา ทรงแผ่ไปทั่วทิศหนึ่งอยู่. ในทิศที่สอง ในทิศที่สาม ในทิศที่สี่ก็เหมือนกัน.

มีพระหฤทัยประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน ทรงแผ่ไปทั่วโลก โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุกสถาน ทั้งในทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ด้วยประการฉะนี้.
มีพระหฤทัยประกอบด้วยกรุณา ...
มีพระหฤทัยประกอบด้วยมุทิตา ...
มีพระหฤทัย ประกอบด้วยอุเบกขา
ทรงแผ่ไปทั่วทิศหนึ่งอยู่ ในทิศที่สองในทิศที่สาม ในทิศที่สี่ ก็เหมือนกัน
(เจริญพรหมวิหาร ๔ เช่นเดียวกับพระบิดา)

มีพระหฤทัยประกอบด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะหาประมาณ มิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน แผ่ไปทั่วโลก โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุกสถาน ทั้งในทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ด้วยประการฉะนี้.

ดูกรอานนท์ พระราชบุตรของพระเจ้ามฆเทวะ
ทรงเล่นเป็นพระกุมาร แปดหมื่นสี่พันปี
ทรงดำรงความเป็นอุปราช แปดหมื่นสี่พันปี
เสวยราชสมบัติ แปดหมื่นสี่พันปี
เสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ทรงผนวชเป็นบรรพชิต
ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ที่ มฆเทวัมพวัน นี้แล แปดหมื่นสี่พันปี.
(รวมอายุราชบุตรพระเจ้ามฑเทวะ 336,000 ปี)

พระองค์ทรงเจริญพรหมวิหารสี่แล้ว เมื่อสวรรคต ได้เสด็จเข้าถึงพรหมโลก.

พระราชบุตรพระราชนัดดา ออกผนวช
(หลาน พระเจ้ามฆเทวะ)

          [๔๕๗] ดูกรอานนท์ ก็พระราชบุตรพระราชนัดดา ของพระเจ้ามฆเทวะ สืบวงศ์นั้นมาแปดหมื่นสี่พันชั่วกษัตริย์ ได้ปลงพระเกศาและมัสสุ ทรงครองผ้า กาสายะ เสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ ทรงผนวชเป็นบรรพชิต ณ มฆเทวัมพวันนี้แล.

ท้าวเธอเหล่านั้นมีพระหฤทัยประกอบด้วยเมตตา แผ่ไปทั่วทิศหนึ่งอยู่.

ในทิศที่สอง ในทิศที่สาม ในทิศที่สี่ก็เหมือนกัน มีพระหฤทัยประกอบด้วยเมตตา อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน แผ่ไปทั่วโลก โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุกสถาน ทั้งในทิศเบื้องบนเบื้องต่ำ เบื้องขวาง ด้วยประการฉะนี้.

มีพระฤทัยประกอบด้วยกรุณา ... มีพระหฤทัยประกอบด้วยมุทิตา ... มีพระหฤทัย ประกอบด้วยอุเบกขาอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวรไม่มีความ เบียดเบียน แผ่ไปทั่วโลกทั้งปวง โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุกสถาน ทั้งในทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ด้วยประการฉะนี้.

ท้าวเธอเหล่านั้น
ทรงเล่นเป็นพระกุมาร
แปดหมื่นสี่พันปี
ดำรงความเป็นอุปราช
แปดหมื่นสี่พันปี
เสวยราชสมบัติ
แปดหมื่นสี่พันปี
เสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ ทรงผนวชเป็นบรรพชิต ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ที่มฆเทวัมพวันนี้แล
แปดหมื่นสี่พันปี.
(รวมอายุ หลาน พระเจ้ามฑเทวะ 336,000 ปี)

พระองค์ทรงเจริญพรหมวิหารสี่แล้ว เมื่อสวรรคต ได้เสด็จเข้าถึงพรหมโลก

พระเจ้านิมิราชา เป็นพระราชาองค์สุดท้ายแห่งราชบรรพชิตเหล่านั้น เป็นพระราชา ประกอบในธรรม เป็นพระธรรมราชา เป็นพระมหาราชาผู้ทรงสถิตอยู่ในธรรม ทรงประพฤติธรรมในพราหมณ์คหบดี ชาวนิคมและชาวชนบท ทรงรักษาอุโบสถ ทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และที่แปดแห่งปักข์.

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(๓) พระเจ้านิมิราชรักษาอุโบสถ
(พระมหาธรรมราชา อีกพระองค์หนึ่งที่มีอายุ 336,000 ปี)

          [๔๕๘] ดูกรอานนท์ เรื่องเคยมีมาแล้ว อันตรากถานี้ เกิดขึ้นแล้วแก่ เทวดา ชั้นดาวดึงส์ ผู้นั่งประชุมกัน ณ สภาชื่อสุธรรมา ว่า ดูกรผู้เจริญ เป็นลาภของ ชนชาววิเทหะ หนอ ดูกรผู้เจริญชนชาววิเทหะได้ดีแล้วหนอ ที่พระเจ้านิมิราชของเขา เป็นพระราชาประกอบในธรรม เป็นพระธรรมราชา เป็นพระมหาราชาผู้ทรงสถิต อยู่ในธรรม ทรงประพฤติธรรมในพราหมณ์คหบดี ชาวนิคมและชาวชนบท และ ทรงรักษาอุโบสถทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และ ที่แปดแห่งปักข์

ท้าวสักกะเชิญเสด็จพระเจ้านิมิราชสู่ดาวดึงส์

          [๔๕๙] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพตรัสเรียกเทวดา ชั้น ดาวดึงส์มาว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลาย ท่านทั้งหลายปรารถนาจะเห็น พระเจ้า นิมิราชหรือไม่?

     เทวดาชั้นดาวดึงส์ทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้นิรทุกข์ ข้าพระองค์ทั้งหลาย ปรารถนา จะเห็น พระเจ้านิมิราช.

     ดูกรอานนท์ สมัยนั้น ในวันอุโบสถ ที่สิบห้า พระเจ้านิมิราชทรงสนานพระกาย ทั่วพระเศียรแล้ว ทรงรักษาอุโบสถ เสด็จขึ้นปราสาท อันประเสริฐประทับนั่งอยู่ชั้นบน. ครั้งนั้นท้าวสักกะจอมเทพทรงหายไปในหมู่เทวดาชั้นดาวดึงส์ ไปปรากฏเฉพาะ พระพักตร์พระเจ้านิมิราช เปรียบเหมือนบุรุษมีกำลังเหยียดแขนที่คู้ออก หรือพึงคู้แขน ที่เหยียดเข้า ฉะนั้น.

แล้วได้ตรัสว่าข้าแต่มหาราช เป็นลาภของพระองค์ ข้าแต่มหาราช พระองค์ได้ดีแล้ว เทวดาชั้นดาวดึงส์ นั่งประชุมกันสรรเสริญ อยู่ในสุธรรมาสภาว่า ดูกรท่านผู้เจริญ เป็นลาภของชนชาววิเทหะหนอ

ดูกรท่านผู้เจริญ ชนชาววิเทหะได้ดีแล้วหนอ ที่พระเจ้านิมิราชผู้ทรงธรรม เป็นพระธรรมราชา เป็นพระมหาราชาผู้สถิตอยู่ในธรรม ทรงประพฤติธรรม ในพราหมณ์คหบดี ชาวนิคมและชาวชนบท และทรงรักษาอุโบสถ ทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และที่แปดแห่งปักข์

ข้าแต่มหาราชเทวดาชั้นดาวดึงส์ ปรารถนา จะเห็นพระองค์ หม่อมฉันจักส่งรถม้า อาชาไนยเทียมม้าพันหนึ่ง มาให้พระองค์ พระองค์พึงขึ้นประทับทิพยานเถิด อย่าทรงหวั่นพระทัยเลย. พระเจ้านิมิราช ทรงรับ ด้วยอาการนิ่งอยู่.

ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพทรงทราบว่า พระเจ้านิมิราชทรงรับเชิญ แล้วทรงหายไป ในที่เฉพาะพระพักตร์พระเจ้านิมิราช มาปรากฏในเทวดาชั้นดาวดึงส์ เปรียบเหมือน บุรุษมีกำลัง พึงเหยียดแขนที่คู้ออก หรือพึงคู้แขนที่เหยียดเข้าฉะนั้น.

พระเจ้านิมิราชทอดพระเนตรนรกสวรรค์

          [๔๖๐] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพ ตรัสเรียกมาตลีเทพบุตร ผู้รับใช้มาว่าดูกรเพื่อนมาตลี มาเถิดท่าน จงเทียมรถม้าอาชาไนยอันเทียมม้าพันหนึ่ง แล้วเข้าไปเฝ้าพระเจ้านิมิราช จงทูลอย่างนี้ว่า ข้าแต่มหาราช รถม้าอาชาไนยเทียม ด้วยม้าพันหนึ่งนี้ ท้าวสักกะจอมเทพ ทรงส่งมารับพระองค์ พระองค์พึงเสด็จขึ้น ประทับ ทิพยานเถิด อย่าทรงหวั่นพระทัยเลย.

มาตลีเทพบุตรผู้รับใช้ทูลรับ รับสั่งของท้าวสักกะจอมเทพ แล้วเทียมรถม้าอาชาไนย อันเทียม ด้วยม้าพันหนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระเจ้านิมิราชแล้วทูลว่า ข้าแต่มหาราช รถม้า อาชาไนยอันเทียมด้วยม้าพันหนึ่งนี้ ท้าวสักกะจอมเทพทรงส่งมารับพระองค์ เชิญเสด็จขึ้นประทับทิพยานเถิด อย่าทรงหวั่นพระทัยเลย

อนึ่ง ทางสำหรับสัตว์ผู้มี กรรม อันลามก เสวยผลของกรรม อันลามก ทางหนึ่ง ทางสำหรับสัตว์ผู้มีกรรมอันงาม เสวยผลของกรรมอันงามทางหนึ่ง ข้าพระองค์จะเชิญ เสด็จพระองค์โดยทางไหน?

     พระเจ้านิมิราชตรัสว่า ดูกรมาตลี จงนำเราไปโดยทางทั้งสองนั่นแหละ.

     มาตลีเทพบุตรผู้รับใช้ นำเสด็จพระเจ้านิมิราชถึงสุธรรมาสภา.

ท้าวสักกะ จอมเทพทอดพระเนตร เห็นพระเจ้านิมิราชกำลังเสด็จมาแต่ไกล แล้วได้ ตรัสว่า ข้าแต่มหาราช เชิญเสด็จมาเถิด ข้าแต่มหาราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว เทวดา ชั้นดาวดึงส์ประชุมสรรเสริญอยู่ในสุธรรมาสภาว่า

ดูกรท่านผู้เจริญ เป็นลาภของชน ชาววิเทหะ หนอ ชนชาววิเทหะได้ดีแล้วหนอ ที่พระเจ้านิมิราชผู้ทรงธรรม เป็นพระธรรมราชา เป็นพระมหาราชาผู้สถิตอยู่ในธรรม ทรงประพฤติธรรมในพราหมณ์ คหบดี ชาวนิคมและชนบท และทรงรักษาอุโบสถ ทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และที่แปด แห่งปักข์ ข้าแต่มหาราช เทวดาชั้นดาวดึงส์ ปรารถนาจะพบเห็นพระองค์ ขอเชิญ พระองค์จงอภิรมย์ อยู่ในเทวดาทั้งหลาย ด้วยเทวานุภาพเถิด.

     พระเจ้านิมิราชตรัสว่า อย่าเลย พระองค์ผู้นิรทุกข์ ขอจงนำหม่อมฉันกลับไปยัง เมืองมิถิลา ในมนุษย์โลกนั้นเถิด หม่อมฉันจักได้ประพฤติธรรมอย่างนั้นในพราหมณ์ คหบดี ชาวนิคม และชาวชนบท และจักได้รักษาอุโบสถทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และ ที่แปดแห่งปักข์เถิด.

     ลำดับนั้น ท้าวสักกะจอมเทพตรัสเรียกมาตลีเทพบุตรผู้รับใช้มาว่า ดูกรเพื่อนมาตลี ท่านจงเทียมรถม้าอาชาไนยอันเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง แล้วนำพระเจ้านิมิราชกลับไปยัง เมืองมิถิลาในมนุษย์โลกนั้น มาตลีเทพบุตรผู้รับใช้ทูล รับรับสั่งของท้าวสักกะ จอมเทพแล้ว เทียมรถม้าอาชาไนยอันเทียมด้วยม้าพันหนึ่ง แล้วนำพระเจ้านิมิราช กลับไปยังเมืองมิถิลาในมนุษยโลกนั้น.

พระเจ้านิมิราชทรงเห็นพระเกศาหงอกออกผนวช

          [๔๖๑] ดูกรอานนท์ ได้ยินว่า สมัยนั้น พระราชาเป็นใหญ่ ทรงประพฤติธรรม ในพราหมณ์คหบดี ชาวนิคมและชาวชนบท และทรงรักษาอุโบสถทุกวันที่สิบสี่ ที่สิบห้า และที่แปดแห่งปักข์. ครั้งนั้น ด้วยล่วงปีเป็นอันมาก ล่วงร้อยปีเป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก พระเจ้านิมิราชตรัสกะช่างกัลบกว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ท่านเห็นผมหงอกเกิดขึ้นบนศีรษะของเรา เมื่อใดพึงบอกแก่เราเมื่อนั้น. ช่างกัลบก ทูลรับรับสั่งพระเจ้านิมิราชว่า อย่างนั้น ขอเดชะ.

ด้วยล่วงปีเป็นอันมาก ล่วงร้อยปี เป็นอันมาก ล่วงพันปีเป็นอันมาก ช่างกัลบกได้เห็น พระเกศาหงอก เกิดขึ้นบน พระเศียร พระเจ้านิมิราช จึงได้กราบทูลว่า เทวทูตปรากฏ แก่พระองค์แล้ว พระเกศาหงอกเกิดขึ้นบนเศียรแล้วเห็นปรากฏอยู่.

     พระเจ้านิมิราชตรัสว่า ดูกรเพื่อนกัลบก ถ้าอย่างนั้น ท่านจงเอาแหนบถอน ผมหงอก นั้นให้ดี แล้ววางไว้ในกระพุ่มมือของเรา.

     ช่างกัลบกทูลรับรับสั่งพระเจ้านิมิราช แล้วเอาแหนบถอนพระเกศาหงอกนั้นด้วยดี วางไว้ในกระพุ่มพระหัตถ์ของพระเจ้านิมิราช. ครั้งนั้น พระราชาพระราชทานบ้านส่วย แก่ช่างกัลบก แล้วโปรดให้พระราชกุมารผู้เป็นราชบุตรองค์ใหญ่มาเฝ้า แล้วตรัสว่า พ่อกุมาร เทวทูตปรากฏแก่เราแล้ว ผมหงอกเกิดขึ้นบนศีรษะแล้วเห็นปรากฏอยู่ ก็กามทั้งหลายอันเป็นของมนุษย์เรา บริโภคแล้วนี้ เป็นสมัยที่เราจะแสวงหากาม อันเป็นทิพย์ มาเถิดเจ้า เจ้าจงครองราชสมบัตินี้ ส่วนเราจักปลงผมและหนวด นุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต

ดูกรกุมารถ้าแม้เจ้าพึงเห็น ผมหงอกเกิดขึ้นบนศีรษะเมื่อใด เมื่อนั้น เจ้าพึงให้บ้าน ส่วยแก่ช่างกัลบก พร่ำสอนราชกุมารผู้เป็นพระราชบุตรองค์ใหญ่ ในการที่จะเป็น พระราชาให้ดีแล้ว ปลงผม และหนวดนุ่งห่มผ้ากาสายะ ออกจากเรือนบวชเป็น บรรพชิตเถิด พึงประพฤติ ตามวัตรอันงามที่เราตั้งไว้แล้วนี้ เจ้าอย่าได้เป็นบุรุษ คนสุดท้ายของเราเลย เมื่อยุคบุรุษใดเป็นไปอยู่ วัตรอันงามเห็นปานนี้ขาดสูญไป ยุคบุรุษนั้นชื่อว่าเป็นบุรุษ คนสุดท้าย แห่งราชบรรพชิตนั้น.

ดูกรพ่อกุมาร เจ้าจะพึงประพฤติ ตามวัตรอันงาม ที่เราตั้งไว้แล้วนี้ได้ด้วยประการใด เรากล่าวอย่างนี้กะเจ้าด้วยประการนั้น เจ้าอย่าได้ เป็นบุรุษคนสุดท้ายของเราเลย.

          [๔๖๒] ดูกรอานนท์ ครั้งนั้น พระเจ้านิมิราชครั้นพระราชทานบ้านส่วย แก่ช่างกัลบกทรงพร่ำสอนราชกุมาร ผู้เป็นพระราชบุตรองค์ใหญ่ในการที่จะเป็น พระราชาให้ดีแล้ว ทรงปลงพระ เกศาและพระมัสสุ ทรงครองผ้ากาสายะ เสด็จออก จากพระราชนิเวศน์ ทรงผนวชเป็นบรรพชิต. ท้าวเธอมีพระหฤทัย ประกอบด้วยเมตตา ทรงแผ่ไปทั่วทิศหนึ่งอยู่.

ในทิศที่สอง ในทิศที่สามในทิศที่สี่ก็เหมือนกัน มีพระหฤทัย ประกอบด้วยเมตตา อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความ เบียดเบียน ทรงแผ่ไปทั่วโลก โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ทุกเหล่าในที่ทุกสถาน ทั้งใน ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง ด้วยประการฉะนี้.

มีพระหฤทัยประกอบด้วยกรุณา ... มีพระหฤทัยประกอบด้วยมุทิตา ... มีพระหฤทัย ประกอบด้วยอุเบกขา ทรงแผ่ไปทั่ว ทิศหนึ่งอยู่ ในทิศที่สอง ในทิศที่สาม ในทิศที่สี่ ก็เหมือนกัน มีพระหฤทัยประกอบด้วย อุเบกขาอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ หาประมาณ มิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียน ทรงแผ่ไปทั่วโลก โดยมุ่งประโยชน์แก่สัตว์ ทุกเหล่าในที่ทุกสถาน ทั้งในทิศเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวางด้วยประการฉะนี้.

ดูกรอานนท์ ก็พระเจ้านิมิราช
ทรงเล่น เป็นพระกุมาร แปดหมื่นสี่พันปี
ทรงดำรงความ เป็นอุปราช แปดหมื่นสี่พันปี
เสวยราชสมบัติ แปดหมื่นสี่พันปี
เสด็จออกจาก พระราชนิเวศน์ทรงผนวชเป็นบรรพชิต ประพฤติพรหมจรรย์อยู่ที่ มฆเทวัมพวันนี้แล แปดหมื่นสี่พันปี
(รวมอายุ พระเจ้านิมิราช 336,000 ปี)

พระองค์เจริญ พรหมวิหารสี่แล้ว เมื่อสวรรคตได้เสด็จเข้าถึง พรหมโลก.

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

(๔) พระเจ้ากฬารชนกเป็นอันติมบุรุษ
(ราชบุตรของ พระเจ้าจักรพรรดิ์นิมิราช )

                [๔๖๓] ดูกรอานนท์ ก็พระเจ้านิมิราชมีพระราชบุตรพระนามว่า กฬารชนก. พระราชกุมารนั้นมิได้เสด็จออกจากพระราชนิเวศน์ ทรงผนวชเป็น บรรพชิต. ท้าวเธอทรงตัดกัลยาณวัตรนั้นเสีย.

ชื่อว่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายแห่งราชบรรพชิตนั้น. ดูกรอานนท์ เธอพึงมีความคิดเห็น อย่างนี้ว่าสมัยนั้น พระเจ้ามฆเทวะซึ่งทรงตั้งกัลยาณวัตรนั้นเป็นผู้อื่นแน่. แต่ข้อนั้นเธอ ไม่พึงเห็นอย่างนั้น.

สมัยนั้น เรา(ตถาคต) เป็นพระเจ้ามฆเทวะ. เราตั้งกัลยาณวัตรนั้นไว้ ประชุมชนผู้เกิด ณ ภายหลัง ประพฤติตามกัลยาณวัตรที่เราตั้งไว้แล้วนั้น. แต่กัลยาณวัตรนั้นไม่เป็นไป เพื่อความ เบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน เป็นไปเพียง เพื่ออุบัติในพรหมโลกเท่านั้น.

ส่วนกัลยาณวัตรที่เราตั้งไว้ ในบัดนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่ายเพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพานโดยส่วนเดียว.

ก็กัลยาณวัตรที่เราตั้งไว้ในบัดนี้ ซึ่งเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้ เพื่อนิพพาน โดยส่วนเดียว นั้นเป็นไฉน?

คือ มรรคมีองค์ ๘ เป็นอริยะนี้แล คือ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ กัลยาณวัตร ที่เราตั้งไว้ในบัดนี้ นี้แลย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับสนิท เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่งเพื่อตรัสรู้ เพื่อพระนิพพานโดยส่วนเดียว.

ดูกรอานนท์ เธอทั้งหลายจะพึงประพฤติตามกัลยาณวัตรที่เราตั้งไว้แล้วนี้ ได้ด้วย ประการใด เรากล่าวอย่างนี้กะเธอทั้งหลาย ด้วยประการนั้น เธอทั้งหลาย อย่าเป็นบุรุษคนสุดท้ายของเราเลย เมื่อยุคบุรุษใดเป็นไปอยู่ กัลยาณวัตร เห็นปานนี้ขาดสูญไป ยุคบุรุษนั้นชื่อว่าเป็นบุรุษคนสุดท้าย ของบุรุษเหล่านั้น เธอทั้งหลายจะพึงประพฤติ ตามกัลยาณวัตรที่เราตั้งไว้แล้วนี้ ได้ด้วยประการใด เรากล่าวอย่างนี้กะเธอ ทั้งหลาย ด้วยประการนั้น เธอทั้งหลายอย่าได้ชื่อว่า เป็นบุรุษ คนสุดท้ายของเราเลย.

     พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้แล้ว ท่านพระอานนท์ยินดีชื่นชมพระภาษิต ของพระผู้มีพระภาคแล้ว ดังนี้แล.

จบ มฆเทวสูตร ที่ ๓.

 
 
พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดา อ่านแบบสบายตา โดยคัดลอกหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ (คลิกอ่านพร้อมดาวน์โหลดไฟล์ pdf)
90 90 90 90  
 
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์
อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
 
   
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์