เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  ปริพาชกสูตร ผู้ถูกโมหะครอบงำ ย่อมคิดเบียดเบียน ประพฤติทุจริต ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง..
   เมื่อละได้แล้ว ย่อมไม่คิดเบียดเบียน ไม่ประพฤติทุจริต และรู้ชัดประโยชน์ตามความเป็นจริง
791
 
(เนื้อหาพอสังเขป)

ดูกรพราหมณ์
บุคคลผู้หลง ถูกโมหะครอบงำ ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง คนอื่นบ้าง ทั้งตนเองและผู้อื่นบ้าง
เมื่อละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว ย่อมไม่คิดเบียดเบียน ย่อมไม่เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิต

บุคคลผู้หลง ถูกโมหะครอบงำ ย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย วาจา ใจ  
เมื่อละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว ย่อมไม่ประพฤติทุจริต ทั้งกาย วาจา และใจ

บุคคลผู้หลง ถูกโมหะครอบงำ แม้ประโยชน์ของตน และของคนอื่น ก็ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง
เมื่อละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว ประโยชน์ของตน ของคนอื่น และทั้งสองฝ่าย ก็รู้ชัดตามความเป็นจริง


โดยสรุป
บุคคลผู้ถูกโมหะครอบงำ

   ย่อมคิดเบียดเบียน
   ย่อมประพฤติทุจริต
   ย่อมไม่รู้ชัดประโยชน์ตามความเป็นจริง

แต่เมื่อละโมหะได้แล้ว
   ย่อมไม่คิดเบียดเบียน ย่อมไม่ประพฤติทุจริต ย่อมรู้ชัดประโยชน์ตามความเป็นจริง

 
 


ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๐ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต หน้าที่ ๑๕๑


ปริพาชกสูตร

         [๔๙๔] ครั้งนั้นแล พราหมณ์ปริพาชกคนหนึ่งได้เข้าไปเฝ้า พระผู้มีพระภาค ถึงที่ประทับฯลฯ ครั้นแล้วทูลถามว่า ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ พระองค์ย่อมตรัสว่า ธรรมอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ธรรมอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเองดังนี้

ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ด้วยเหตุเพียงเท่าไรหนอแล ธรรมจึงเป็นคุณชาติอันผู้ได้ บรรลุจะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดู ควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ดูกรพราหมณ์
บุคคลผู้กำหนัด ถูกราคะครอบงำ มีจิตอันราคะกลุ้มรุมแล้ว
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเองบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนคนอื่นบ้าง
ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนตนเอง และคนอื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง ย่อมเสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิตบ้าง
เมื่อละราคะได้แล้ว

ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเองเลย
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนคนอื่น
ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และคนอื่นทั้งสองฝ่าย ย่อมไม่เสวยทุกข์โทมนัส ที่เป็นไปทางจิต

ดูกรพราหมณ์ บุคคลผู้กำหนัด ถูกราคะครอบงำมีจิตอันราคะกลุ้มรุมแล้ว
ย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย
ย่อมประพฤติทุจริตด้วยวาจา
ย่อมประพฤติทุจริตด้วยใจ

เมื่อละราคะได้เด็ดขาดแล้ว
ย่อมไม่ประพฤติทุจริตด้วยกาย
ย่อมไม่ประพฤติทุจริต ด้วยวาจา
ย่อมไม่ประพฤติทุจริตด้วยใจ

ดูกรพราหมณ์
บุคคลผู้กำหนัด ถูกราคะครอบงำ มีจิตอันราคะกลุ้มรุมแล้ว แม้ประโยชน์ของตน ก็ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง แม้ประโยชน์ของคนอื่น ก็ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง แม้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ก็ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง

เมื่อละราคะได้เด็ดขาดแล้ว แม้ประโยชน์ของตน ก็รู้ชัดตามความเป็นจริง แม้ประโยชน์ของคนอื่น ก็รู้ชัดตามความเป็นจริง แม้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ก็รู้ชัดตามความเป็นจริง

ดูกรพราหมณ์ แม้ด้วยเหตุดังกล่าวมาฉะนี้แล ธรรมย่อมเป็นคุณชาติอันผู้ได้บรรลุจะพึงเห็นเอง ...

ดูกรพราหมณ์บุคคลที่โกรธ ฯลฯ

ดูกรพราหมณ์ บุคคลผู้หลง ถูกโมหะครอบงำ มีจิตอันโมหะกลุ้มรุมแล้ว ย่อมคิดเพื่อ เบียดเบียนตนเองบ้าง ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียนคนอื่นบ้าง ย่อมคิดเพื่อเบียดเบียน ตนเอง และคนอื่นทั้งสองฝ่ายบ้าง ย่อมเสวยทุกข์โทมนัส ที่เป็นไปทางจิตบ้าง เมื่อละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเองเลย ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนคนอื่น ย่อมไม่คิดแม้เพื่อจะเบียดเบียนตนเอง และคนอื่นทั้งสองฝ่าย ย่อมไม่เสวยทุกข์โทมนัสที่เป็นไปทางจิต

ดูกรพราหมณ์ บุคคลผู้หลง ถูกโมหะครอบงำ มีจิตอันโมหะกลุ้มรุมแล้ว ย่อมประพฤติทุจริตด้วยกาย ย่อมประพฤติทุจริตด้วยวาจา ย่อมประพฤติทุจริตด้วยใจ  เมื่อละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว ย่อมไม่ประพฤติทุจริตด้วยกาย ย่อมไม่ประพฤติทุจริตด้วยวาจา ย่อมไม่ประพฤติทุจริตด้วยใจ

ดูกรพราหมณ์ บุคคลผู้หลง ถูกโมหะครอบงำ มีจิตอันโมหะกลุ้มรุมแล้ว แม้ประโยชน์ของตน ก็ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง แม้ประโยชน์ของคนอื่น ก็ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง แม้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ก็ไม่รู้ชัดตามความเป็นจริง เมื่อละโมหะได้เด็ดขาดแล้ว แม้ประโยชน์ของตน ก็รู้ชัดตามความเป็นจริง แม้ประโยชน์ของคนอื่นก็รู้ชัดตามความเป็นจริง  แม้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย ก็รู้ชัดตามความเป็นจริง

ดูกรพราหมณ์ แม้ด้วยเหตุดังกล่าวมาฉะนี้แล ธรรมย่อมเป็นคุณชาติอันผู้ได้บรรลุ จะพึงเห็นเอง ไม่ประกอบด้วยกาล ควรเรียกให้มาดูควรน้อมเข้ามา อันวิญญูชน พึงรู้เฉพาะตน พราหมณ์ปริพาชกนั้น กราบทูลว่า

ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ฯลฯ ขอท่านพระโคดมโปรดทรงจำ ข้าพระองค์ว่า เป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จำเดิมแต่วันนี้เป็นต้นไป ฯ

 
 
พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดา อ่านแบบสบายตา โดยคัดลอกหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ (คลิกอ่านพร้อมดาวน์โหลดไฟล์ pdf)
90 90 90 90  
 
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์
อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
 
   
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน อานา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์