เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  บำเพ็ญทุกรกิริยา ๗ วาระ 239  
 
สรปย่อจากพระสูตรนี้
(วาระที่ ๑) ขบฟันด้วยฟัน อัดเพดานด้วยลิ้น ข่มจิตด้วยจิต ศีรษะหรือที่คอบีบให้แน่นจนร้อนจัด จนเหงื่อไหลออกจากรักแร้

(วาระที่ ๒) กลั้นลมหายใจออกเข้าทั้งทางจมูก และทางปาก จนเสียงลมออกทางช่องหูทั้งสอง ดังเหลือประมาณ

(วาระที่ ๓)
กลั้นลมหายใจให้ยิ่งขึ้นไปอีก ลมกล้าเหลือประมาณแทงเซาะขึ้นไปทางบน กระหม่อม เหมือนถูกบุรุษแข็งแรง เชือดเอาที่แสกกระหม่อมด้วยมีดโกนอันคม 

(วาระที่ ๔)
กลั้นลมหายใจให้ยิ่งขึ้นไปอีก รู้สึกปวดศีรษะทั่วไปทั้งศีรษะ เหมือนถูกบุรุษแข็งแรง รัดศีรษะเข้าทั้งศีรษะด้วยเชือกมีเกลียวอันเขม็ง

(วาระที่ ๕)
กลั้นลมหายใจให้ยิ่งขึ้นไปอีก ลมกล้าเหลือประมาณหวนกลับลงแทงเอาพื้นท้อง ดุจถูก คนฆ่าโค เฉือนเนื้อท้องด้วยมีด

(วาระที่ ๖)
  กลั้นลมหายใจให้ยิ่งขึ้นไปอีก จนเกิดความร้อนทั่วกายดุจถูกคนแข็งแรง สองคนช่วยกัน จับแขนข้างละคนแล้วย่างรมไว้เหนือหลุมถ่านเพลิง... พวกเทวดาเห็นเราแล้วพากันกล่าวว่า พระสมณ โคดม ทํากาละเสียแล้ว, พระสมณโคดมเป็นพระอรหันต์

(วาระที่ ๗)
 ครั้งนั้นพวกเทวดาเข้ามาหาเราแล้วกล่าวว่า "ท่านผู้นิรทุกข์ ! ท่านอย่าปฏิบัติการ อดอาหารเลย
ถ้าท่านจักปฏิบัติการอดอาหาร พวกข้าพเจ้าจักแทรกโอชาอันเป็นทิพย์ ลงตามขุมขน ของท่าน ท่านจักมีชีวิตอยู่ได้ด้วยโอชาทิพย์ นั้น"
 


ทุกรกิริยา

         (วาระที่ ๑) ราชกุมาร ! ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ถ้ากระไรเราพึง ขบฟันด้วยฟันอัดเพดานด้วยลิ้น ข่มจิตด้วยจิต บีบให้แน่นจนร้อนจัดดูที.   
  
          ราชกุมาร ! ครั้นเราคิดดังนั้นแล้ว จึงขบฟันด้วยฟัง อัดเพดานด้วยลิ้นข่มจิต ด้วยจิต บีบให้แน่นจนร้อนจัดแล้ว เหงื่อไหลออกจากรักแร้ทั้งสอง 

          ราชกุมาร ! เปรียบเหมือนคนที่แข็งแรงจับคนกําลังน้อยที่ศีรษะหรือที่คอ บีบให้แน่นจนร้อนจัด ฉะนั้น. 

          ราชกุมาร ! แต่ความเพียรที่เราปรารภแล้วจะได้ย่อหย่อนก็หาไม่ สติจะฟั่น เฟือนไปก็หาไม่ เป็นแต่กายกระสับกระส่ายไม่สงบ เพราะกําลังความเพียรที่ทนได้ ยากเสียดแทงเอา.  

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          (วาระที่ ๒) ราชกุมาร ! ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ถ้ากระไรเราพึง เพ่งฌานเอาการไม่หายใจเป็นอารมณ์เถิด.  

          ราชกุมาร ! ครั้นคิดดังนั้นแล้วเราจึงกลั้นลมหายใจออกเข้าทั้งทางจมูก และทางปาก. 

          ราชกุมาร ! ครั้นเรากลั้นลม หายใจทั้งทางจมูกและทางปาก  เสียงลมออก ทางช่องหูทั้งสองดังเหลือประมาณ เหมือนเสียงลมในสูบแห่งนายช่องท้องที่สูบไป สูบมาฉะนั้น.  

          ราชกุมาร ! แต่ความ เพียรที่เราปรารภแล้ว จะได้ย่อหย่อนก็หาไม่ สติจะฟั่น เฟือนไปก็หาไม่ เป็นแต่กาย กระสับกระส่ายไม่สงบเพราะกําลังแห่งความเพียร ที่ทน ได้ยากเสียดแทงเอา.  

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          (วาระที่ ๓) ราชกุมาร ! ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ถ้ากระไรเราพึง เพ่งฌาน มีการไม่หายใจนั่นแหละ (ให้ยิ่งขึ้น)๑ เป็นอารมณ์เถิด.  

          ราชกุมาร ! ครั้นคิดดังนั้นแล้ว เราจึงกลั้นลมหายใจออกเข้าทั้งทางจมูก ทางปาก และทางช่อง หูทั้งสองแล้ว. 

          ราชกุมาร ! ครั้นเรากลั้นลมหายใจออก เข้าทั้งทางจมูกทางปาก และทาง ช่องหู ทั้งสองแล้ว ลมกล้าเหลือประมาณ แทงเซาะขึ้นไปทางบน กระหม่อมเหมือน ถูกบุรุษแข็งแรง เชือดเอาที่แสกกระหม่อมด้วยมีดโกนอันคม  ฉะนั้น. 

          ราชกุมาร ! แต่ความเพียรที่เราปรารภแล้วจะได้ย่อหย่อนก็หาไม่ สติจะได้ ฟั่นเฟือนไปก็หาไม่ เป็นแต่กายกระสับกระส่ายไม่สงบเพราะความเพียรที่ทนได้ แสนยากเสียดแทงเอา.  

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          (วาระที่ ๔) ราชกุมาร ! ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ถ้ากระไรเราพึง เพ่งฌาน มีการไม่หายใจนั่นแหละ (ให้ยิ่งขึ้นไปอีก) เป็นอารมณ์เถิด.

          ราชกุมาร ! ครั้นคิดดังนั้นแล้ว เราได้กลั้นลมหายใจออกเข้า ทั้งทางจมูกทาง ปากและทางช่อง หูทั้งสองแล้ว.  

          ราชกุมาร ! ครั้นเรากลั้นลมหายใจออกเข้าทั้งทางจมูกทางปาก และทางช่อง หูทั้งสองแล้ว รู้สึกปวดศีรษะทั่วไปทั้งศีรษะเหลือประมาณ เปรียบปานถูกบุรุษ แข็งแรง รัดศีรษะเข้าทั้งศีรษะ ด้วยเชือกมีเกลียวอันเขม็ง ฉะนั้น. 

          ราชกุมาร ! แต่ความเพียรที่เราปรารภแล้ว จะได้ย่อหย่อนก็หาไม่ สติจะ ฟั่นเฟือนไปก็หาไม่ เป็นแต่กายกระสับกระส่ายไม่สงบเพราะความเพียร ที่ทนได้แสน ยาก เสียดแทงเอา.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          (วาระที่ ๕) ราชกุมาร ! ความคิดข้อนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ถ้ากระไรเราพึง เพ่งฌานมีการไม่หายใจนั่นแหละ (ให้ยิ่งขึ้นไปอีก) เป็นอารมณ์เถิด.  

          ราชกุมาร ! ครั้นคิดดังนั้นแล้ว เราได้กลั้นลมหายใจออกเข้า ทั้งทางจมูกและ ทางปากและทาง ช่องหูทั้งสอง. 

          ราชกุมาร ! ครั้นเรากลั้นลมหายใจออกเข้าทั้งทางจมูกและทางปาก และทาง ช่องหูทั้งสองแล้ว ลมกล้าเหลือประมาณหวนกลับลงแทงเอาพื้นท้องดุจ ถูกคนฆ่าโค หรือ ลูกมือตัวขยันของเขา เฉือนเนื้อพื้นท้องด้วยมีดสําหรับเฉือนเนื้อโค อันคม ฉะนั้น.

         ราชกุมาร ! แต่ความเพียรของเราจะได้ย่อหย่อนก็หาไม่ สติจะได้ ฟั่นเฟือน ไปก็หาไม่ เป็นแต่กายกระสับกระส่ายไม่สงบ เพราะกําลังแห่งความเพียร ที่ทนได้ แสนยากเสียดแทงเอา.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          (วาระที่ ๖)  ราชกุมาร ! ความคิดอันนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ถ้ากระไรเราพึง เพ่งฌานมีการไม่หายใจนั่นแหละ (ให้ยิ่งขึ้นไปอีก) เป็นอารมณ์เถิด. 

          ราชกุมาร ! ครั้นคิดดังนั้นแล้ว เราได้กลั้นลมหายใจออกเข้าไว้ทั้งทางจมูก และทางปากและ ทางช่องหูทั้งสอง. 

          ราชกุมาร ! ครั้นเรากลั้นลมหายใจออกเข้าไว้ทั้งทางจมูก ทางปากและทาง ช่องหูทั้งสอง ก็เกิดความร้อนกล้าขึ้นทั่วกาย ดุจถูกคนแข็งแรง สองคนช่วยกันจับคน ที่กําลังน้อยที่แขนข้างละคนแล้ว ย่างรมไว้เหนือหลุมถ่าน เพลิงอันระอุ ฉะนั้น. 

          ราชกุมาร ! แต่ความเพียรที่เราปรารภแล้วจะได้ย่อหย่อนก็หาไม่ สติจะฟั่น เฟือนไปก็หาไม่ เป็นแต่กายกระวนกระวายไม่สงบ เพราะกําลัง แห่งความเพียร ที่ทนได้แสน ยาก เสียดแทงเอา.

          โอ ราชกุมาร ! พวกเทวดาเห็นเราแล้วพากันกล่าวว่า พระสมณโคดม ทํา กาละเสียแล้ว บางพวกกล่าวว่า พระสมณโคดมไม่ใช่ทํากาละแล้ว เป็นแต่กําลัง ทํากาละอยู่ บางพวกกล่าวว่า ไม่ใช่เช่นนั้น จะว่าพระสมณโคดมทํากาละแล้ว หรือกําลังทํากาละอยู่ ก็ไม่ชอบทั้งสองสถาน พระสมณโคดมเป็นพระอรหันต์ นั่น เป็นการอยู่ของท่าน การอยู่เช่นนั้นเป็นการอยู่ของพระอรหันต์ ดังนี้.  

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
          (วาระที่ ๗) ราชกุมาร ! ความคิดอันนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า ถ้ากระไรเราพึง ปฏิบัติการอดอาหารโดยประการทั้งปวงเสีย. 

          ราชกุมาร ! ครั้งนั้นพวกเทวดาเข้า มาหาเราแล้วกล่าวว่า "ท่านผู้นิรทุกข์ ! ท่านอย่าปฏิบัติการอดอาหารโดยประการทั้งปวงเลย ถ้าท่านจักปฏิบัติการอดอาหาร โดยประการทั้งปวงไซร้ พวกข้าพเจ้า จักแทรกโอชาอันเป็นทิพย์ลง ตามขุมขน ของท่าน ท่านจักมีชีวิตอยู่ได้ด้วยโอชาทิพย์ นั้น".  

          ราชกุมาร ! ความคิดนี้ได้เกิดขึ้นแก่เราว่า เราปฏิญญาการไม่บริโภคอาหาร ด้วยประการทั้งปวงด้วยตนเอง ถ้าเทวดาเหล่านี้แทรกโอชาอันเป็นทิพย์ลงตามขุม ขนแห่งเราแล้ว ถ้าเราจะมีชีวิตอยู่ด้วยโอชานั้น ข้อนั้นจักเป็นมุสาแก่เราไปดังนี้.  

          ราชกุมาร ! เราบอกห้ามกะเทวดาเหล่านั้นว่าอย่าเลย

          ราชกุมาร ! ความคิดอันนี้ได้เกิดมีแก่เราว่า ถ้ากระไรเราบริโภคอาหาร ผ่อนให้น้อยลงวันละฟายมือบ้าง เท่าเยื่อถั่วเขียวบ้าง เท่าเยื่อถั่วพูบ้าง เท่าเยื่อ ถั่วดําบ้าง เท่าเยื่อในเมล็ดบัวบ้างดังนี้. 

          ราชกุมาร ! เราได้บริโภคอาหารผ่อนน้อยลง วันละฟายมือบ้าง เท่าเยื่อ ถั่วเขียวบ้าง  เท่าเยื่อถั่วพูบ้างเท่าเยื่อถั่วดําบ้าง เท่าเยื่อในเมล็ดบัวบ้าง แล้ว.  

          ราชกุมาร ! เมื่อเป็นเช่นนั้นร่างกายของเราได้ถึง การซูบผอมลงยิ่งนัก. เพราะโทษที่เรามีอาหารน้อย อวัยวะใหญ่น้อยของเราเป็น เหมือนเถาวัลย์ อาสีติกบรรพ หรือเถากาฬบรรพ เนื้อที่ตะโพกที่นั่งทับของเรามีสัณฐานดังเท้าอูฐ ข้อกระดูกสันหลังของเราผุดขึ้นระกะราวกะเถาวัลย์วัฎฎนาวฬี ซี่โครงของเรา โหรงเหรง เหมือนกลอนศาลาอันเก่าคร่ำคร่า ดาวคือดวงตาของเรา ถล่มลึกอยู่ใน กระบอกตา ดุจเงาแห่งดวงดาวที่ปรากฏอยู่ใน บ่อน้ำอันลึกฉะนั้น ผิวหนังศีรษะ ของเรา เหี่ยวย่นเหมือนน้ำเต้าอ่อนที่ตัดมาแต่ยังสด ถูกแดดเผาเหี่ยวย่นเช่นเดียวกัน.

          ราชกุมาร ! เราคิดว่าจะจับพื้นท้องครั้นจับเข้าก็ถูกกึงกระดูกสันหลังตลอดไป คิดว่าจะจับกระดูกสันหลัง ครั้นจับ เข้าก็ถูกถึงพื้นท้องด้วย. 

          ราชกุมาร ! ตถาคตคิดจะถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ ก็เซล้มราบอยู่ ณที่นั้นเอง

          ราชกุมาร ! ตถาคตหวังจะให้กายมีความสุขบ้าง จึงลูบไปตามตัวด้วยฝุามือ ขนมีรากอันเน่าหลุดตกลงจากกาย

          โอ ราชกุมาร !  มนุษย์ทั้งหลายเห็นเราแล้วกล่าวว่า พระสมณโคดมดูดํา ไป บางพวกกล่าวว่า พระสมณโคดมไม่ดํา เป็นแต่คล้ำไป บางพวกกล่าวว่าจะดําก็ไม่เชิง จะคล้ำก็ไม่เชิงพระสมณโคดมมีผิวเผือดไปเท่านั้น.  

          ราชกุมาร ! ผิวพรรณที่เคยบริสุทธิ์ผุดผ่องของตถาคต มากลายเป็นถูกทําลาย ลงแล้ว เพราะความที่ตนมี อาหารน้อยนั้น. 

พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ หน้า 65-66

 
 
 
พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดาล้วนๆ แบบสบายตา โดยคัดลอกจากหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ
พุทธประวัติ
จากพระโอษฐ์
ขุมทรัพย์
จากพระโอษฐ์
อริยสัจ
ภาคต้น-ภาคปลาย
ปฏิจจสมุปบาท
จากพระโอษฐ์
กรรม สมถะ วิปัสสนา โสดาบัน อานาปานสติ