เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่ พุทธวจน คำสอนของพระศาสดา คำสอนตถาคต รวมพระสูตรสำคัญ อนาคามี เว็บไซต์เผยแพร่คำสอนของพระพุทธเจ้า
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

  ทรงมีปาฏิหาริย์ชนิดที่คนเขลามองไม่เห็นว่าเป็นปาฏิหาริย์ 1242
 

(โดยย่อ)

ธรรมเพื่อการสิ้นทุกข์
ปาฏิหาริย์ของพระผู้มีพระภาค คือ การเทศนาให้ สุนักขัตตะ เข้าถึงการสิ้นทุกข์
แต่สุนักขัตตะ กลับมองไม่เห็นและไม่เข้าใจ ว่า ธรรมนั่นแหละคือ “อนุศาสนีย์ปาฏิหาริย์ “ ที่ยิ่งกว่าปาฏิหาริย์ใด ๆ

ปาฏิหาริย์ 3 อย่าง
1.อิทธิปาฏิหาริย์ (มีฤทธิ์) ...เป็นของปุถุชน ไม่เป็นไปเพื่อการสิ้นทุกข์
2.อาเทสนาปาฏิหาริย์ (ทายใจ รู้ความคิด) ...เป็นของปุถุชน ไม่เป็นไปเพื่อการสิ้นทุกข์
3.อนุศาสนีปาฏิหาริย์ (หลุดพ้น)...เป็นของอริยเจ้า เป็นไปเพื่อการสิ้นทุกข์

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน


พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ภาค ๓ หน้าที่ ๑๙๔ - ๑๙๘


ทรงมีปาฏิหาริย์ชนิดที่คนเขลามองไม่เห็นว่าเป็นปาฏิหาริย์

        “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !  ก็พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงกระทำ อิทธิปาฏิหาริย์ ที่ยิ่งกว่า ธรรมดาแห่งมนุษย์ แก่ข้าพระองค์เลย.”

สุนักขัตตะ !  เราได้กล่าวอย่งนี้กะเธอบ้างหรือว่า 

“สุนักขัตตะ !  เธอจงมาอยู่กะเรา เราจักกระทำอิทธิปาฏิหาริย์ที่ยิ่งกว่าธรรมดา แห่ง มนุษย์แก่เธอ” ดังนี้ ?

“หามิได้  พระเจ้าข้า ! ” หรือว่า เธอได้ กล่าวกะเราอย่างนี้ว่า

“ข้าแต่พระองค์ ผู้เจริญ !  ข้าพระองค์จักอยู่กะพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคจัก กระทำอิทธิปาฏิหาริย์ ที่ยิ่งกว่า ธรรมดาแห่งมนุษย์แก่ข้าพระองค์” ดังนี้ ?

“หามิได้ พระเจ้าข้า !”

โมฆบุรุษ !  เมื่อเป็นอย่างนั้น ใครมีอยู่ (ในฐานะเป็นคู่สัญญา) เธอจักบอกคืน กะใคร.

สุนักขัตตะ ! เธอจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร อิทธิปาฏิหาริย์ที่ยิ่งกว่าธรรมดา แห่งมนุษย์ จะเป็นสิ่งที่เรากระทำแล้ว หรือมิได้กระทำก็ตาม ธรรมที่เราแสดง แล้ว เพื่อประโยชน์แก่การสิ้นทุกข์โดยชอบใด ธรรมนั้นจะนำผู้ปฏิบัติตาม เพื่อความสิ้น ทุกข์โดยชอบ หรือไม่ ? 

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! อิทธิปาฏิหาริย์ที่ยิ่งกว่าธรรมดาแห่งมนุษย์ จะเป็นสิ่งที่ พระผู้มีพระภาคกระทำแล้วหรือ มิได้กระทำก็ตาม ธรรมที่พระผู้มีพระภาคแสดงแล้ว เพื่อประโยชน์แก่การสิ้นทุกข์โดยชอบใดธรรมนั้น ก็ยังคงนำผู้ปฏิบัติตามเพื่อความ สิ้นทุกข์โดยชอบ พระเจ้าข้า”.

สุนักขัตตะ !  เมื่อฟังได้อย่างนี้ ในเรื่องนั้น ใครจะทำอิทธิปาฎิหาริย์ที่ยิ่งกว่า ธรรมดา แห่งมนุษย์ไปทำไม.

โมฆบุรุษ !  เธอจงเห็นตามที่มันเป็นความผิดของเธอเองเพียงไร.

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !  ก็พระผู้มีพระภาคมิได้ทรงบัญญัติสิ่งที่คน ท. สมมติ กันว่าเลิศ แก่ข้าพระองค์เลย”.

สุนักขัตตะ !  เราได้กล่าวอย่างนี้กะเธอบ้างหรือว่า  “สุนักขัตตะ !  เธอจงมาอยู่ กะเรา เราจักบัญญัติสิ่งที่คน ท. สมมติกันว่าเลิศแก่เธอ” ดังนี้ ? “หามิได้พระเจ้าข้า !” หรือว่า เธอได้กล่าวกะเราอย่างนี้ว่า 

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !  ข้าพระองค์จักอยู่กะพระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคจัก บัญญัติสิ่งที่คน ท.

สมมติกันว่าเลิศแก่ข้าพระองค์” ดังนี้ ? “หามิได้ พระเจ้าข้า !”----

โมฆบุรุษ ! 
เมื่อเป็นอย่างนั้น ใครมีอยู่ (ในฐานะเป็นคู่สัญญา) เธอจักบอกคืน กะใคร. สุนักขัตตะ ! เธอจะสำคัญข้อนี้อย่างไร สิ่งที่คน ท. สมมติกันว่าเลิศ จะเป็น สิ่งที่เราบัญญัติแล้ว หรือมิได้บัญญัติก็ตาม ธรรมที่เราแสดง แล้ว เพื่อประโยชน์ แก่การสิ้นทุกข์โดยชอบใด ธรรมนั้นจะนำผู้ปฏิบัติตาม เพื่อความ สิ้นทุกข์โดยชอบ หรือไม่ ? 

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ !  สิ่งที่คน ท.  สมมติกันว่าเลิศ จะเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาค บัญญัติแล้วหรือมิได้บัญญัติก็ตาม ธรรมที่พระผู้มีพระภาคแสดงแล้ว เพื่อประโยชน์ แก่ การสิ้นทุกข์โดยชอบใด ธรรมนั้นจะนำผู้ปฎิบัติตามเพื่อความสิ้นทุกข์โดยชอบ พระเจ้าข้า”.

สุนักขัตตะ !  เมื่อฟังได้อย่างนี้ ในเรื่องนั้น ใครจะกระทำการบัญญัติสิ่งที่คน ท. สมมติกันว่าเลิศไปทำไม. 

โมฆบุรุษ !  เธอจงเห็นตามที่มันเป็น ความผิดของเธอเองเพียงไร.

หมายเหตุ : จากการโต้ตอบกันสองครั้งนี้ มีการแสดงให้เห็นอยู่แล้วว่ามีปาฏิหาริย์ อย่างสูงสุดอยู่ในธรรมะที่พระองค์ทรงแสดงแล้ว กล่าวคือจะมีการแสดงปาฏิหาริย์ ในรูปแบบอื่น ๆ อีกหรือไม่ก็ตาม ธรรมะนั้นย่อมดับทุกข์ได้อยู่ตลอดเวลา.

พวกคนเขลา ไม่มองเห็นว่าภาวะการณ์เช่นนี้เป็นปาฏิหาริย์อันสูงสุด กลับต้องการ จะให้ทรงแสดงปาฏิหาริย์ ชนิดที่ควรจะเรียกว่า “ของแปลกประหลาดสำหรับคนโง่” เหมือนที่คนทั่วไปเขาชอบดูกัน.

แม้กระนั้นพระองค์ก็ยังทรงมีการแสดงปาฏิหาริย์ ในระดับนั้นด้วยเหมือนกัน ดังที่ได้ ทรงทวง ให้สุนักขัตตลิจฉวีบุตร ระลึกถึงเรื่องบางเรื่อง ที่ได้เป็นไปแล้วอย่าง ลักษณะ ของปาฏิหาริย์ เช่นเรื่องกุกกุรวัตติกอเจลกได้ตายลงไปจริง ๆ ภายใน ๗ วัน ดังที่พระองค์ทรงพยากรณ์ และเรื่องกฬารมัชฌกอเจลก ผู้แสดงการประพฤติวัตร อย่างเคร่งครัดจนคนทั้งหลายถือกันว่า เป็นพระอรหันต์ แต่ในที่สุดก็สึกออกไป มีภรรยา ดังที่พระองค์ทรงพยากรณ์ไว้.

สุนักขัตตลิจฉวีบุตรก็จำนนต่อถ้อยคำของตนเอง ในการที่กล่าวตัดพ้อพระองค์ ว่า ไม่ทรงแสดง ปาฏิหาริย์เสียเลย. -ผู้รวบรวม
.


ทรงมีปาฏิหาริย์สามอย่าง ๑

        เกวัฏฏะ !  นี่ปาฏิหาริย์สามอย่าง ที่เราได้ทำให้แจ้งด้วยปัญญาอันยิ่งเองแล้ว ประกาศให้ผู้อื่นรู้ได้.

สามอย่างอะไรเล่า ? สามอย่างคือ อิทธิปาฏิหาริย์ อาเทสนาปาฏิหาริย์ และ อนุศาสนีปาฏิหาริย์.

(๑) เกวัฏฏะ !  อิทธิปาฏิหาริย์ นั้นเป็นอย่างไรเล่า ? 
เกวัฏฏะ !  ภิกษุในกรณีนี้ กระทำอิทธิวิธีมีอย่างต่าง ๆ : ผู้เดียวแปลงรูปเป็นหลายคนหลายคนเป็นคนเดียว ทำที่กำบังให้เป็นที่แจ้ง ทำที่แจ้ง ให้เป็นที่กำบัง ไปได้ไม่ขัดข้อง ผ่านทะลุฝา ทะลุกำแพง ทะลุภูเขา ดุจไปในอากาศว่าง ๆ ผุดขึ้น และดำลงในแผ่นดินได้ เหมือนในน้ำ เดินไปได้เหนือ น้ำ เหมือนเดินบนแผ่นดิน ไปได้ในอากาศเหมือนนก มีปีก ทั้งที่ยังนั่งสมาธิคู้บัลลังก์.

ลูกคลำดวงจันทร์และดวงอาทิตย์อันมีฤทธิ์อานุภาพมาก ได้ด้วยฝ่ามือ. และแสดง อำนาจทางกายเป็นไปตลอดถึงพรหมโลกได้.  

เกวัฏฏะ !  กุลบุตรผู้มีศรัทธาเลื่อมใสได้เห็นการแสดงนั้นแล้ว เขาบอกเล่าแก่ กุลบุตรอื่นบางคน ที่ไม่ศรัทธาเลื่อมใส ว่าน่าอัศจรรย์นัก.

กุลบุตรผู้ไม่มีศรัทธาเลื่อมใสนั้น ก็จะพึงตอบว่า วิชาชื่อคันธารี ๒ มีอยู่ ภิกษุนั้น แสดงอิทธิวิธีด้วยวิชานั่นเท่านั้น (หาใช่มีปาฏิหาริย์ไม่)  

เกวัฏฏะ !  ท่านจะเข้าใจว่าอย่างไร : ก็คนไม่เชื่อ ไม่เลื่อมใส ย่อมกล่าวตอบผู้เชื่อ ผู้เลื่อมใส ได้อย่างนั้น มิใช่หรือ ?
“พึงตอบได้ พระองค์ !”

เกวัฏฏะ !  เราเห็นโทษในการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ดังนี้แล จึงอึดอัดขยะแขยง เกลียดชัง ต่ออิทธิปาฏิหาริย์.

(๒) เกวัฏฏะ !  อาเทสนาปาฏิหาริย์ นั้น เป็นอย่างไรเล่า ? 
เกวัฏฏะ !  ภิกษุในกรณีนี้ ย่อมทายจิต ทายความรู้สึกของจิต ทายความตรึก ทายความตรอง ของสัตว์เหล่าอื่น ของบุคคลเหล่าอื่นได้ ว่า ใจของท่านเช่นนี้ ใจของท่านมีประการ นี้ ใจของท่านมีด้วยอาการอย่างนี้. ---ฯลฯ---

กุลบุตร ผู้ไม่เชื่อ ไม่เลื่อมใส ย่อมค้านกุลบุตรผู้เชื่อผู้เลื่อมใส ว่า วิชา ชื่อ มณิกา มีอยู่ ภิกษุนั้น กล่าวทายใจได้ เช่นนั้น ๆ ก็ด้วยวิชานั้น (หาใช่มีปาฏิหาริย์ไม่) เกวัฏฏะ! ท่านจะเข้าใจว่าอย่างไร ก็คนไม่เชื่อไม่เลื่อมใส ย่อมกล่าวตอบผู้เชื่อ ผู้เลื่อมใสได้อย่างนั้น มิใช่หรือ ?
“พึงตอบได้ พระองค์ !”

เกวัฏฏะ !  เราเห็นโทษในการแสดงอาเทสนาปาฏิหาริย์ดังนี้แล จึงอึดอัด ขยะแขยง เกลียดชัง ต่ออาเทสนาปาฏิหาริย์.

(๓) เกวัฏฏะ !  อนุศาสนียปาฏิหาริย์ นั้น เป็นอย่างไรเล่า ? 
เกวัฏฏะ !  ภิกษุในกรณีนี้ ย่อมสั่งสอนว่า ท่านจงตรึกอย่างนี้ ๆ อย่าตรึกอย่างนั้น ๆ จงทำไว้ในใจอย่างนี้ ๆ อย่าทำไว้ในใจอย่างนั้น ๆ จงละสิ่งนี้ ๆ เสีย จงเข้าถึงสิ่งนี้ ๆ แล้วแลอยู่ ดังนี้ นี้เราเรียกว่า อนุศาสนีปาฏิหาริย์.

เกวัฏฏะ !  ---ฯลฯ--- เหล่านี้แล เป็นปาฏิหาริย์ ๓ อย่าง ที่เราได้ทำ ให้แจ้งด้วย ปัญญาอันยิ่งเอง แล้วประกาศให้ผู้อื่นรู้ตามด้วย.







พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดา อ่านแบบสบายตา โดยคัดลอกหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ (คลิกอ่านพร้อมดาวน์โหลดไฟล์ pdf)
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย
อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์