เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  สักแต่ว่า... (นัยที่ ๑) 154  
 

สักแต่ว่า... (นัยที่ ๑) ตรัสกับพาหิยะ

พาหิยะ ! เมื่อใดเธอเห็น รูป แล้ว สักว่าเห็น,
ได้ฟังเสียงแล้ว สักว่าฟัง,
ได้กลิ่น, ลิ้มรส, สัมผัสทางผิวกาย, ก็สักว่า ดม ลิ้ม สัมผัส,
ได้รู้แจ้งธรรมารมณ์ ก็สักว่าได้รู้แจ้งแล้ว
เมื่อนั้น “เธอ” จักไม่มี.
เมื่อใด “เธอ” ไม่มี เมื่อนั้นเธอก็ไม่ปรากฏในโลกนี้,
ไม่ปรากฏในโลกอื่น,ไม่ปรากฏในระหว่างแห่งโลกทั้งสอง
นั่นแหละ คือที่สุดแห่งทุกข์ละ.

.................................................................................................................................................

สังคัยหสูตรที่ ๒ (มาลุงกยบุตร) สักแต่ว่า P623

สักแต่ว่า... (นัยที่ ๒) ตรัสกับมาลุงกยบุตร

“ข้าแต่พระองค์เจริญ ! ข้าพระองค์เป็นคนชรา เป็นคนแก่คนเฒ่ามานาน ผ่านวัยมา ตามลำดับ. ขอพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมโดยย่อ ขอพระสุคต จงทรงแสดง ธรรมโดยย่อ ในลักษณะที่ข้าพระองค์ จะพึงรู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งภาษิต ของพระผู้มี พระภาคเจ้า ในลักษณะที่ข้าพระองค์จะพึงเป็นทายาท แห่งภาษิต ของพระผู้มี พระภาคเจ้าเถิด พระเจ้าข้า !”

มาลุงก๎ยบุตร ! ท่านจะสำคัญความข้อนี้ว่าอย่างไร
คือ รูปทั้งหลาย อันรู้สึกกันได้ทางตา เป็นรูปที่ท่านไม่ได้เห็น ไม่เคยเห็น
ที่ท่านกำลังเห็นอยู่ก็ไม่มี ที่ท่านคิดว่าท่านควรจะได้เห็น ก็ไม่มี ดังนี้แล้ว
ความพอใจก็ดี ความกำหนัดก็ดี ความรักก็ดี ในรูปเหล่านั้น ย่อมมีแก่ท่านหรือ ?
“ข้อนั้น หามิได้พระเจ้าข้า !”

มาลุงก๎ยบุตร ! ในบรรดาสิ่งที่ท่าน พึงเห็น พึงฟัง พึงรู้สึก พึงรู้แจ้งเหล่านั้น
ในสิ่งที่ท่านเห็นแล้ว จักเป็นแต่พียงสักแต่ว่าเห็น
ในสิ่งที่ท่านฟังแล้ว จักเป็นแต่เพียง สักว่าได้ยิน
ในสิ่งที่ท่านรู้สึกแล้ว ทางจมูก ลิ้น กาย จักเป็นแต่เพียงสักว่ารู้สึก
ในสิ่งที่ท่านรู้แจ้งแล้ว ทางวิญญาณ ก็จักเป็นเพียงสักว่ารู้แจ้ง

มาลุงก๎ยบุตร ! เมื่อใดแล ในบรรดาธรรมเหล่านั้น :
เมื่อสิ่งที่เห็นแล้ว สักว่าเห็น,
สิ่งที่ฟังแล้ว สักว่าได้ยิน,
สิ่งที่รู้สึกแล้ว สักว่ารู้สึก,
สิ่งที่รู้แจ้งแล้ว สักว่ารู้แจ้ง, ดังนี้แล้ว

มาลุงก๎ยบุตร ! เมื่อนั้น ตัวท่านย่อมไม่มี เพราะเหตุนั้น;
มาลุงก๎ยบุตร ! เมื่อใดตัวท่านไม่มี เพราะเหตุนั้น, เมื่อนั้นตัวท่านก็ไม่มีในที่นั้น ๆ
มาลุงก๎ยบุตร ! เมื่อใดตัวท่านไม่มีในที่นั้น ๆ, เมื่อนั้นตัวท่านก็ไม่มีในโลกนี้
ไม่มีในโลกอื่น ไม่มีในระหว่างโลกทั้งสอง
นั่นแหละ คือที่สุดแห่งความทุกข์ ดังนี้.

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ข้าพระองค์รู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งภาษิต อันพระผู้มีพระภาคตรัสแล้วโดยย่อนี้ ได้โดยพิสดารดังต่อไปนี้

เห็นรูปแล้วสติหลงลืม ทำในใจซึ่งรูปนิมิตว่าน่ารัก
มีจิตกำหนัดแก่กล้าแล้ว เสวยอารมณ์นั้นอยู่
ความสยบมัวเมา ย่อมครอบงำบุคคลนั้น.
เวทนา อันเกิดจากรูปเป็นอเนกประการ ย่อมเจริญแก่เขานั้น.
อภิชฌา และ วิหิงสา ย่อมเข้าไปกลุ้มรุมจิตของเขา.
เมื่อสะสมทุกข์อยู่อย่างนี้ ท่านกล่าวว่า ยังไกลจากนิพพาน.

บุคคลนั้นไม่กำหนัดในรูปทั้งหลาย เห็นรูปแล้ว มีสติเฉพาะ
มีจิตไม่กำหนัดเสวยอารมณ์อยู่ ความสยบมัวเมาย่อมไม่ครอบงำบุคคลนั้น.
เมื่อเขาเห็นอยู่ ซึ่งรูปตามที่เป็นจริง เสวยเวทนาอยู่ ทุกข์ก็สิ้นไปๆ
ไม่เพิ่มพูนขึ้น เขามีสติประพฤติอยู่ด้วยอาการอย่างนี้,
เมื่อไม่สะสมทุกข์อยู่อย่างนี้ ท่านกล่าวว่า อยู่ใกล้ต่อนิพพาน.

(ในกรณีแห่งการฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรส ถูกต้องโผฏฐัพพะด้วยกาย รู้สึกธรรมารมณ์ด้วยใจ ก็มีข้อความที่กล่าวไว้อย่างเดียวกัน)

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! ข้าพระองค์รู้ทั่วถึงเนื้อความแห่งภาษิต
อันพระผู้มีพระภาคตรัสแล้วโดยย่อนี้ ได้โดยพิสดารอย่างนี้ พระเจ้าข้า !”

พระผู้มีพระภาค ทรงรับรองความข้อนั้น ว่าเป็นการถูกต้อง.
ท่านมาลุงก๎ยบุตรหลีกออกสู่ที่สงัด กระทำความเพียร ได้เป็นอรหันต์องค์หนึ่ง ในศาสนานี้.

สังคัยหสูตรที่ ๒ (มาลุงกยบุตร) สักแต่ว่า P623