เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

จีวรขันธกะ สิกขาบท ห้ามภิกษุจำพรรษาในวัดหนึ่ง แล้วไปยินดีส่วนแบ่งจีวรในวัดอื่น 2607
  19/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ  [๑๖๕]
 


จีวรขันธกะ
สิกขาบท ห้ามภิกษุจำพรรษาในวัดหนึ่ง แล้วไปยินดีส่วนแบ่งจีวรในวัดอื่น

1. เหตุการณ์ต้นเรื่อง (เหตุเกิดที่เมืองสาวัตถี)
     พระอุปนนท์ ได้จำพรรษา ณ พระนครสาวัตถี ระหว่างนั้นได้ไปวัดใกล้บ้านแห่งหนึ่ง ซึ่งภิกษุวัดนั้น กำลังประชุมกัน เพื่อจะแบ่งจีวร เมื่อภิกษุเจ้าถิ่นถามพระอุปนนท์ว่า "ท่านจะยินดี (รับ) ส่วนแบ่งจีวร ด้วยไหม" พระอุปนนท์ตอบรับ และขอร่วมรับส่วนแบ่งจีวร จากวัดนั้นด้วย
     เพื่อนภิกษุตำหนิ ภิกษุทั้งหลาย จึงพากันเพ่งโทษ ติเตียน และโพนทะนาว่า "ทำไมท่าน พระอุปนนท์ จำพรรษาในวัดหนึ่งแล้ว จึงยังมายินดีส่วนแบ่งจีวร ในอีกวัดหนึ่งเล่า" จากนั้นได้นำ ความ เข้ากราบทูล พระผู้มีพระภาคเจ้า

2. พระพุทธานุญาตและพระบัญญัติ
     พระพุทธเจ้าทรงเรียกประชุมสงฆ์ และตรัสถามพระอุปนนท์ เมื่อท่านยอมรับ พระองค์จึงทรง ติเตียนว่า เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะ ไม่สมควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ...
     ทรงบัญญัติสิกขาบท: "ภิกษุจำพรรษาในวัดหนึ่งแล้ว ไม่พึงยินดีส่วนแบ่งจีวร ในวัดอื่น รูปใดยินดี ต้องอาบัติทุกกฎ

3. เหตุการณ์ต่อเนื่อง (การหัวหมอจำพรรษา 2 วัด)
    จำพรรษาควบสองวัด หลังจากมีพระบัญญัติห้าม พระอุปนนท์ ก็ยังหาช่องทางด้วยการทำ ปฏิญญาจำพรรษาควบใน 2 วัด (เช่น จำพรรษาต้นที่วัดหนึ่ง และทำความตกลงกับอีกวัดหนึ่ง) เพื่อหวังจะได้รับส่วนแบ่งจีวร จากทั้งสองสถานที่ให้ได้มาก ๆ
     ฎีกาแก้ไข เมื่อภิกษุทั้งหลาย เกิดความสงสัย และกราบทูลถาม พระพุทธเจ้าจึงตรัสตัดสินว่า "ให้ส่วนแบ่งแก่โมฆบุรุษนั้น เพียงส่วนเดียวเท่านั้น" (วัดไหนจำพรรษาอยู่กึ่งหนึ่ง ก็ให้แบ่งไปตาม สัดส่วนจริง ไม่ให้รับซ้อน)

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


19/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ  [๑๖๕]
มหาวรรค ภาค ๒

เรื่องพระอุปนนท์

           [๑๖๕] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระอุปนนทศากยบุตร จำพรรษาอยู่ในพระนคร สาวัตถี ได้ไปอาวาสใกล้บ้านแห่งหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายในวัดนั้น ปรารถนาจะแบ่งจีวร จึงประชุมกัน ภิกษุเหล่านั้น พูดอย่างนี้ว่า อาวุโส ภิกษุทั้งหลาย จักแบ่งจีวรของสงฆ์ เหล่านี้แล ท่านจักยินดีส่วนแบ่งไหม ขอรับ ท่านพระอุปนนท์ ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมยินดี ขอรับ แล้วได้รับส่วนจีวร แต่อาวาสนั้นไปวัดอื่น แม้ภิกษุทั้งหลายในวัดนั้น ก็ปรารถนาจะแบ่งจีวร จึงประชุมกัน และพูดอย่างนี้ว่า

           อาวุโส ภิกษุทั้งหลาย จักแบ่งจีวรของสงฆ์เหล่านี้แล ท่านจักยินดีส่วนแบ่ง ไหมขอรับ ท่านพระอุปนนท์ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมยินดี ขอรับ แล้วได้รับส่วน จีวรแต่อาวาสนั้นไปวัดอื่น แม้ภิกษุทั้งหลายในวัดนั้น ก็ปรารถนาจะแบ่งจีวรจึงประชุมกัน และก็พูดอย่างนี้ว่าอาวุโส ภิกษุทั้งหลาย จักแบ่งจีวรของสงฆ์เหล่านี้แล ท่านจักยินดี ส่วนแบ่งไหม ขอรับ ท่านพระอุปนนท์ตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมยินดี ขอรับ แล้วได้รับ จีวรแต่อาวาสแม้นั้น ถือจีวรห่อใหญ่ กลับมาพระนครสาวัตถีตามเดิม.

           ภิกษุทั้งหลาย ชมเชยอย่างนี้ว่า พระคุณเจ้าอุปนนท์ ท่านเป็นผู้มีบุญมาก จีวรจึงเกิดขึ้น แก่ท่านมากมาย.

           อุป. อาวุโสทั้งหลาย บุญของผมที่ไหน ผมจำพรรษาอยู่ในพระนครสาวัตถีนี้ ได้ไปอาวาส ใกล้บ้านแห่งหนึ่ง พวกภิกษุในวัดนั้น ปรารถนาจะแบ่งจีวร จึงประชุมกัน พวกเธอกล่าวกะผมอย่างนี้ว่า อาวุโส ภิกษุทั้งหลาย จักแบ่งจีวรของสงฆ์เหล่านี้แล ท่านจักยินดีส่วนแบ่งไหมขอรับ ผมตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมยินดี ขอรับ แล้วได้รับ ส่วนจีวรแต่อาวาสนั้นไปวัดอื่น แม้ภิกษุในวัดนั้น ก็ปรารถนาจะแบ่งจีวร จึงประชุมกัน และพวกเธอก็ได้กล่าวกะผมอย่างนี้ว่า

           อาวุโส ภิกษุทั้งหลาย จักแบ่งจีวรของสงฆ์เหล่านี้แล ท่านจักยินดีส่วนแบ่งไหม ขอรับ ผมตอบว่าอาวุโสทั้งหลาย ผมยินดี ขอรับ แล้วได้รับส่วนจีวรแต่อาวาสนั้น ไปวัด อื่น แม้ภิกษุในวัดนั้นก็ปรารถนา จะแบ่งจีวร จึงประชุมกัน และกล่าวกะผมอย่างนี้ว่า อาวุโส ภิกษุทั้งหลายจั กแบ่งจีวรของสงฆ์เหล่านี้แล ท่านจักยินดีส่วนแบ่งไหม ขอรับ ผมตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย ผมยินดีขอรับ แล้วได้รับส่วนจีวรแต่อาวาสแม้นั้น เพราะ อย่างนี้ จีวรจึงเกิดขึ้นแก่ผมมากมาย.

           ภิ. พระคุณเจ้าอุปนนท์ ท่านจำพรรษาในวัดหนึ่ง แล้วยังยินดีส่วนจีวร ในอีก วัดหนึ่งหรือ?

           อุป. อย่างนั้น ขอรับ.

บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย .... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ท่านพระ อุปนนท ศากยบุตร จำพรรษาในวัดหนึ่งแล้ว จึงได้ยินดีส่วนจีวร ในอีกวัดหนึ่งเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค

           พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามท่านพระอุปนนท์ว่า ดูกรอุปนนท์ ข่าวว่าเธอ จำพรรษา ในวัดหนึ่งแล้ว ยินดีส่วนจีวรในอีกวัดหนึ่ง จริงหรือ?

           ท่านพระอุปนนท์ทูลรับว่า จริงพระพุทธเจ้าข้า.

           พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ เธอจำพรรษาในวัดหนึ่ง แล้ว ไฉนจึงได้ยินดีส่วนจีวร ในอีกวัดหนึ่งเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส .... ครั้นแล้ว ทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุจำพรรษาในวัดหนึ่งแล้ว ไม่พึงยินดี ส่วนจีวร ในวัดอื่น รูปใดยินดี ต้องอาบัติทุกกฏ.

           สมัยต่อมา ท่านพระอุปนนทศากยบุตร รูปเดียวจำพรรษาอยู่สองวัด ด้วยคิดว่า โดยวิธีอย่างนี้ จีวรจักเกิดขึ้นแก่เรามาก ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลายได้มีความสงสัยว่า พวกเราจักให้ส่วนจีวรแก่ท่าน พระอุปนนทศากยบุตร อย่างไรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค

           พระผู้มีพระภาคตรัสแนะว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงให้ส่วน แก่โมฆบุรุษ ส่วนเดียว.

           ภิกษุทั้งหลาย ก็ในข้อนี้ภิกษุรูปเดียว จำพรรษาอยู่ ๒ วัด ด้วยคิดว่าโดยวิธ ีอย่างนี้ จีวรจักเกิดขึ้นแก่เรามาก ถ้าภิกษุจำพรรษาในวัดโน้นกึ่งหนึ่ง วัดโน้นกึ่งหนึ่ง พึงให้ส่วนจีวรในวัดโน้นกึ่งหนึ่ง วัดโน้นกึ่งหนึ่ง หรือจำพรรษาในวัดใดมากกว่า พึงให้ส่วนจีวรในวัดนั้น.



 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์