8/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๖๑] - [๖๓]
มหาวรรค ภาค ๒
1)
เรื่องพราหมณ์ถวายยาคู และขนมปรุงด้วยน้ำหวาน
[๖๑] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ในพระนครพาราณสี ตามพระพุทธาภิรมณ์แล้ว เสด็จพระพุทธดำเนิน มุ่งไปทางอันธกวินทะชนบท พร้อมด้วย ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ประมาณ ๑,๒๕๐ รูป คราวนั้น ประชาชนชาวชนบท บรรทุกเกลือบ้าง น้ำมันบ้าง ข้าวสารบ้าง ของควรเคี้ยวบ้าง เป็นอันมากมาในเกวียน เดินติดตามภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขมาข้างหลังๆด้วยตั้งใจว่า ได้โอกาสเมื่อใด จักทำภัตตาหาร ถวายเมื่อนั้น อนึ่ง คนกินเดนประมาณ ๕๐๐ คนก็พลอยเดินติดตามไปด้วย ครั้น พระผู้มีพระภาค เสด็จพระพุทธดำเนินผ่านระยะทางโดยลำดับ เสด็จถึงอันธกวินทชนบท.
ขณะนั้นพราหมณ์คนหนึ่ง ยังหาโอกาสไม่ได้ จึงดำริในใจว่า เราเดินติดตาม ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้า เป็นประมุขมากว่า ๒ เดือนแล้ว ด้วยหมายใจว่าได้โอกาสเมื่อใด จักทำภัตตาหารถวายเมื่อนั้น แต่ก็หาโอกาสไม่ได้ อนึ่ง เราตัวคนเดียว และยัง เสียประโยชน์ ทางฆราวาสไปมาก ไฉนหนอเราพึงตรวจดูโรงอาหาร สิ่งใดไม่มีใน โรงอาหาร เราพึงตกแต่งสิ่งนั้นถวาย แล้วจึงตรวจดูโรงอาหาร มิได้เห็นมีของ ๒ สิ่ง คือยาคู ๑ ขนมปรุงด้วยน้ำหวาน ๑ จึงเข้าไปหาท่านพระอานนท์ถึงสำนัก
ครั้นแล้วได้กราบเรียนคำนี้ แด่ท่านอานนท์ว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าอานนท์ ข้าพเจ้าหาโอกาสในที่นี้ไม่ได้ จึงได้ดำริในใจว่า ตนเดินติดตามภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้า เป็นประมุขมากว่า ๒ เดือนแล้ว ด้วยหมายใจว่าได้โอกาสเมื่อใด จักทำภัตตาหารถวาย เมื่อนั้น แต่ก็หาโอกาสไม่ได้ อนึ่ง ตนตัวคนเดียว และยังเสียประโยชน์ทางฆราวาส ของตนไปมาก ไฉนหนอ ตนพึงตรวจดูโรงอาหาร สิ่งใดไม่มีในโรงอาหาร พึงตกแต่ง สิ่งนั้นถวาย ดังนี้ ข้าแต่พระคุณเจ้าอานนท์ ข้าพเจ้านั้นตรวจดูโรงอาหาร มิได้เห็นมีของ ๒ สิ่ง คือ ยาคู ๑ ขนมปรุงด้วยน้ำหวาน ๑ ถ้าข้าพเจ้าตกแต่งยาคู และขนมปรุงด้วย น้ำหวานถวาย ท่านพระโคดมจะ พึงรับของข้าพเจ้าไหมเจ้าข้า?
ท่านพระอานนท์กล่าวว่า ดูกรพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้นฉันจักทูลถาม พระผู้มีพระภาค ดังนี้แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาคทันที.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ ถ้าเช่นนั้นพราหมณ์จงตกแต่งถวายเถิด.
ท่านพระอานนท์ บอกพราหมณ์ว่า ดูกรพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้นท่านตกแต่งถวาย ได้ละ.
จึงพราหมณ์นั้นตกแต่งยาคู และขนมปรุงด้วยน้ำหวานมากมาย โดยผ่าน ราตรีนั้น แล้วน้อมเข้าไปถวายแด่พระผู้มีพระภาค กราบทูลว่า ขอท่านพระโคดม โปรดกรุณารับยาคูและขนมปรุงด้วยน้ำหวาน ของข้าพระพุทธเจ้าด้วยเถิด.
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรพราหมณ์ ถ้าเช่นนั้นเธอจงถวายแก่ภิกษุทั้งหลายๆ รังเกียจไม่รับ พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงรับประเคนฉันเถิด.
จึงพราหมณ์นั้นอังคาส ภิกษุสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ด้วยยาคู และขนม ปรุงด้วยน้ำหวานมากมาย ด้วยมือของตน จนยังพระผู้มีพระภาค ผู้เสวยเสร็จ ล้างพระหัตถ์แล้ว ทรงนำพระหัตถ์ออกจากบาตร ให้ห้ามภัตรแล้ว จึงนั่งอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง.
2)
ข้าวยาคูมีคุณ ๑๐ อย่าง
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ กะพราหมณ์นั้น ผู้นั่งอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่งว่าดูกรพราหมณ์ ข้าวยาคูมีคุณ ๑๐ อย่างนี้ ๑๐ อย่างเป็นไฉน คือผู้ให้ข้าวยาคู ชื่อว่าให้อายุ ๑ให้วรรณะ ๑ ให้สุข ๑ ให้กำลัง ๑ ให้ปฏิภาณ ๑ ข้าวยาคูที่ดื่มแล้วกำจัดความหิว ๑ บรรเทาความระหาย ๑ ทำลมให้เดินคล่อง ๑ ล้างลำไส้ ๑ ย่อยอาหารใหม่ที่เหลืออยู่ ๑ ดูกรพราหมณ์ ข้าวยาคูมีคุณ ๑๐ อย่างนี้แล.
พระผู้มีพระภาค ได้ตรัสไวยากรณ์พจน์นี้ ครั้นแล้วพระสุคตผู้พระศาสดา จึงได้ตรัสคาถาอนุโมทนานี้ ต่อไปในภายหลัง ว่าดังนี้:-
3)
คาถาอนุโมทนา
[๖๒] ทายกใดถวายข้าวยาคู โดยเคารพตามกาล แก่ปฏิคาหก ผู้สำรวมแล้ว บริโภคโภชนาอันผู้อื่นถวาย ทายกนั้น ชื่อว่าตามเพิ่มให้ซึ่งสถานะ ๑๐ อย่าง แก่ปฏิคาหกนั้น อายุ วรรณะ สุขะ พละ และปฏิภาณ ย่อมเกิดแก่ปฏิคาหกนั้น แต่นั้น ยาคูย่อมกำจัดความหิว ความระหาย ทำลมให้เดิน คล่อง ล้างลำไส้ และ ย่อยอาหาร ยาคูนั้นพระสุคตตรัส สรรเสริญว่าเป็นเภสัช เพราะเหตุนั้นแล มนุษย์ชนที่ต้อง การสุขยั่งยืน ปรารถนาสุขที่เลิศ หรืออยากได้ความงามอัน เพริศพริ้งในมนุษย์ จึงควรแท้เพื่อถวายข้าวยาคู.
4)
พระพุทธานุญาตข้าวยาคู และขนมปรุงด้วยน้ำหวาน
[๖๓] ครั้นพระผู้มีพระภาค ทรงอนุโมทนาแก่พราหมณ์นั้นด้วย ๓ คาถานี้แล้ว เสด็จลุกจากที่ประทับกลับไป.
ครั้นแล้วพระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ข้าวยาคู และขนมปรุงด้วยน้ำหวาน.
|