เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เภสัชชขันธกะ(๒) ทรงอนุญาตยาและเภสัชวัตถต่างๆ เพื่อรักษาอาการอาพาธของภิกษุสงฆ์ 2578
 

5/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๒๗] - [๓๘]

เภสัชชขันธกะ(๒)
ทรงอนุญาต "ยาและเภสัชวัตถุประเภทต่างๆ" เพื่อรักษาอาการอาพาธของภิกษุสงฆ์

1. น้ำมันเปลวสัตว์ ๕ ชนิด(ข้อ ๒๗ - ๒๘)
-ทรงอนุญาต น้ำมันเปลวหมี น้ำมันเปลวปลา น้ำมันเปลวปลาฉลาม น้ำมันเปลวหมู น้ำมันเปลวลา

2. รากไม้และเครื่องบดยา (ข้อ ๒๙ - ๓๐)
-มูลเภสัช (ยาจากรากหรือหัวไม้) เช่น ขมิ้น ขิง ว่านน้ำ ว่านเปราะ อุตพิด ข้าวเย็นเหนือ ข้าวเย็นใต้
-เครื่องบดยา ทรงอนุญาต หินบดและลูกหินบดยา สำหรับใช้บดรากไม้เหล่านั้นให้ละเอียด

3. น้ำฝาดและใบไม้เป็นยา (ข้อ ๓๑ - ๓๒)
- กสาวเภสัช (ยาจากน้ำฝาด) เช่น น้ำฝาดสะเดา น้ำฝาดมูกมัน น้ำฝาดกระดอม บอระเพ็ด กระถิน
- ปัณณเภสัช (ยาจากใบไม้) เช่น ใบสะเดา ใบมูกมัน ใบกระดอม ใบกะเพรา หรือใบพิมเสน

4. ผลไม้และยางไม้เป็นยา(ข้อ ๓๓ - ๓๔)
-ผลเภสัช ทรงอนุญาตผลไม้ที่เป็นยา เช่น ดีปลี พริกไทย สมอไทย สมอ มะขามป้อม ผลกระเบา
-ชตุเภสัช ทรงอนุญาตยางไม้ที่ใช้ทำยา เช่น มหาหิงคุ์ ยางตะเคียน ยางรัก และตังติ้ว

5. เกลือและสิ่งต่างๆ เป็นยา (ข้อ ๓๕ - ๓๘)
-โลณเภสัช (ยาประเภทเกลือ) เช่น เกลือสมุทร เกลือสินเธาว์ เกลือดำ เกลืออุ่น เกลือผง
-ยาตาและอุปกรณ์บำบัดตา / ทรงอนุญาต "กลักใส่ยาตา/ทรงห้าม ไม้ป้ายยาตาที่ดูหรูหรา
-ทรงอนุญาตให้หุงน้ำมัน เพื่อใช้เป็นยาทา หรือเจียดยา
-ทรงอนุญาตให้เจือเหล้า ลงในน้ำมันที่หุงได้ (กรณีที่ใช้เหล้าเป็นตัวสกัดยา)

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

5/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๒๗] - [๓๘]
มหาวรรค ภาค ๒

1)
เภสัชชขันธกะ (๒)
พระพุทธานุญาตน้ำมันเปลว

            [๒๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธ มีความต้องการ ด้วยน้ำมันเปลว เป็นเภสัช จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตน้ำมันเปลว เป็นเภสัช คือ น้ำมัน เปลวหมี น้ำมันเปลวปลาน้ำมัน เปลวปลาฉลาม น้ำมันเปลวหมู น้ำมันเปลวลา ที่รับ ประเคนในกาล เจียวในกาลกรองในกาล บริโภคอย่างน้ำมัน

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุรับประเคน ในวิกาล เจียวในวิกาล กรองในวิกาล หากจะพึงบริโภคน้ำมันเปลวนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ๓ ตัว

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุรับประเคนในกาล เจียวในวิกาล กรองในวิกาล หากจะพึงบริโภคน้ำมันเปลวนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุรับประเคนในกาล เจียวในกาล กรองในวิกาล หากจะพึงบริโภคน้ำมันเปลวนั้น ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ ตัว

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุรับประเคนในกาล เจียวในกาล กรองในกาล หากจะพึงบริโภคน้ำมันเปลวนั้น ไม่ต้องอาบัติ.


2)
พระพุทธานุญาตมูลเภสัช

            [๒๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธ มีความต้องการด้วยรากไม้ เป็นเภสัช จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ ภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตรากไม้ ที่เป็นเภสัช คือ ขมิ้น ขิง ว่านน้ำ ว่านเปราะ อุตพิดข่า แฝก แห้วหมู ก็หรือมูลเภสัช แม้ชนิดอื่นใดบรรดามี ที่ไม่สำเร็จ ประโยชน์แก่ของควรเคี้ยวที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ของควรบริโภค ในของควรบริโภค รับประเคนมูลเภสัชเหล่านั้น แล้วเก็บไว้ได้จนตลอดชีพ ต่อมีเหตุ จึงให้บริโภคได้ เมื่อเหตุไม่มี ภิกษุบริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ.

3)
พระพุทธานุญาตเครื่องบดยา

            สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธ มีความต้องการด้วยรากไม้ที่เป็นเภสัช ชนิดละเอียด จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ตัวหินบด ลูกหินบด.

4)
พระพุทธานุญาตกสาวเภสัช

            [๒๙] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธ มีความต้องการด้วยน้ำฝาด เป็นเภสัช จึงกราบทูลเรื่องแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัส อนุญาตแก่ภิกษุ ทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตน้ำฝาด ที่เป็นเภสัช คือ น้ำฝาดสะเดาะ น้ำฝาดมูกมัน น้ำฝาดกระดอมหรือขี้กา น้ำฝาดบรเพ็ด หรือพญามือเหล็ก น้ำฝาดก ถินพิมาน ก็หรือ กสาวเภสัช (อ่านว่า กะ สา วะ เภสัช) แม้ชนิดอื่นใดบรรดามี ที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ของควรเคี้ยว ในของควรเคี้ยว ที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ขอ งควรบริโภค ในของควรบริโภค รับประเคน กสาวเภสัชเหล่านั้น แล้วเก็บไว้ได้ จนตลอดชีพ ต่อมีเหตุ จึงให้บริโภคได้ เมื่อเหตุไม่มี ภิกษุบริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ.

5)
พระพุทธานุญาตปัณณเภสัช

            [๓๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธ มีความต้องการด้วยใบไม้เภสัช จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตใบไม้ ที่เป็นเภสัช คือ ใบสะเดา ใบมูกมัน ใบกระดอม หรือขี้กาใบกะเพรา หรือแมงลัก ใบฝ้าย ก็หรือปัณณเภสัช แม้ชนิดอื่นใดบรรดามี ที่ไม่สำเร็จประโยชน์แก่ ของควรเคี้ยว ในของควรเคี้ยว ที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ของควรบริโภคใน ของควรบริโภครับประเคน ปัณณเภสัช เหล่านั้น แล้วเก็บไว้ได้ จนตลอดชีพ ต่อมีเหตุ จึงให้บริโภคได้ เมื่อเหตุไม่มีภิกษุบริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ.

6)
พระพุทธานุญาตผลเภสัช

            [๓๑] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายที่อาพาธ มีความต้องการด้วยผลไม้ เป็นเภสัช จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผลไม้ ที่เป็นเภสัช คือ ลูกพิลังกาสา ดีปลี พริก สมอไทย สมอพิเภกมะขามป้อม ผลแห่งโกฐ ก็หรือผลเภสัช แม้ชนิดอื่นใด บรรดามี ที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ของควรเคี้ยวในของควรเคี้ยว ที่ไม่สำเร็จประโยชน์แก่ ของควรบริโภค ในของควรบริโภค รับประเคนผลเภสัชเหล่านั้น แล้วเก็บไว้ได้จน ตลอดชีพ ต่อมีเหตุ จึงให้บริโภคได้ เมื่อเหตุไม่มี ภิกษุบริโภค ต้องอาบัติทุกกฏ.

7)
พระพุทธานุญาตชตุเภสัช

            [๓๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย ที่อาพาธ มีความต้องการด้วยยางไม้ เป็นเภสัชจึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตยางไม้ ที่เป็นเภสัช คือ ยาง อันไหลออกจาก ต้นหิงคุ ยางอันเขาเคี่ยวจากก้านและใบ แห่งต้นหิงคุ ยางอันเขา เคี่ยวจากใบ แห่งต้นหิงคุ หรือเจือของอื่นด้วย ยางอันไหลออกจากยอดไม้ ตกะ ยางอันไหลออกจากใบ แห่งต้นตกะ ยางอันเขาเคี่ยวจากใบ หรือไหลออกจากก้าน แห่งต้นตกะ กำยานก็หรือชตุเภสัช ชนิดอื่นใดบรรดามี ที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ของ ควรเคี้ยวในของควรเคี้ยว ที่ไม่สำเร็จประโยชน์แก่ ของควรบริโภคใน ของควรบริโภค รับประเคนชตุเภสัชเหล่านั้น แล้วเก็บไว้ได้จนตลอดชีพ ต่อมีเหตุ จึงให้บริโภคได้ เมื่อเหตุไม่มี ภิกษุบริโภคต้องอาบัติทุกกฏ.

8)
พระพุทธานุญาตโลณเภสัช

            [๓๓] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย ที่อาพาธมีความต้องการ ด้วยเกลือ เป็นเภสัช จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัส อนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเกลือ ที่เป็นเภสัช คือ เกลือสมุทร เกลือดำ เกลือสินเธาว์ เกลือดินโป่งเกลือหุง ก็หรือโลณเภสัชชนิด อื่นใด บรรดามี ที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ของควรเคี้ยว ในของควรเคี้ยว ที่ไม่สำเร็จประโยชน์ แก่ของ ควรบริโภคใน ของควรบริโภค รับประเคนโลณเภสัชเหล่านั้น แล้วเก็บไว้ได้จนตลอดชีพ ต่อมีเหตุ จึงให้บริโภคได้ เมื่อเหตุไม่มี ภิกษุบริโภคต้องอาบัติทุกกฏ.

9)
พระพุทธานุญาตจุณเภสัชเป็นต้น

            [๓๔] โดยสมัยนั้นแล ท่านพระเวลัฏฐสีสะ อุปัชฌาย์ของ ท่านพระอานนท์ อาพาธเป็นโรคฝีดาษ หรืออีสุกอีใส ผ้านุ่งผ้าห่มกรังอยู่ที่ตัว เพราะน้ำเหลืองของโรคนั้น ภิกษุทั้งหลายเอาน้ำชุบๆ ผ้าเหล่านั้นแล้วค่อยๆ ดึงออกมา พระผู้มีพระภาค เสด็จพระพุทธดำเนิน ตามเสนาสนะได้ทอดพระเนตร เห็นภิกษุพวกนั้น กำลังเอาน้ำชุบๆ ผ้านั้นแล้วค่อยๆ ดึงออกมา ครั้นแล้วเสด็จพระพุทธดำเนินเข้าไปทางภิกษุเหล่านั้น ได้ตรัสถามว่า

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้อาพาธโรคอะไร? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ท่านรูปนี้อาพาธโรคฝีดาษ หรืออีสุกอีใสผ้ากรังอยู่ที่ตัว เพราะน้ำเหลือง พวกข้าพระพุทธเจ้า เอาน้ำชุบๆ ผ้าเหล่านั้น แล้วค่อยๆ ดึงออกมา.

            ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะ ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต เภสัช ชนิดผง สำหรับภิกษุผู้เป็นฝีก็ดี พุพองก็ดี สิวก็ดี โรคฝีดาษ หรืออีสุกอีใสก็ดี มีกลิ่น ตัวแรงก็ดี

            เราอนุญาตโคมัย ดินเหนียว กากน้ำย้อม สำหรับภิกษุไม่อาพาธ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตครก สาก.

10)
พระพุทธานุญาตเครื่องกรอง

            [๓๕] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย ที่อาพาธมีความต้องการ ด้วยยาผง ที่กรองแล้ว จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัส อนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตวัตถุ เครื่องกรองยาผง

            ภิกษุอาพาธมีความต้องการ ด้วยยาผงที่ละเอียด พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้ากรองยา.

11)
พระพุทธานุญาตเนื้อดิบและเลือดสด

            [๓๖] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ เพราะผีเข้า พระอาจารย์ พระอุปัชฌายะ ช่วยกันรักษาเธอ ก็ไม่สามารถแก้ไข ให้หายโรคได้ เธอเดินไปที่เขียง แล่หมู แล้วเคี้ยวกินเนื้อดิบดื่มกินเลือดสด อาพาธเพราะผีเข้าของเธอนั้น หายดังปลิดทิ้ง ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเนื้อดิบ เลือดสด ในเพราะอาพาธ เกิดแต่ผีเข้า.

12)
พระพุทธานุญาตยาตาเป็นต้น

            [๓๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ เป็นโรคนัยน์ตา ภิกษุทั้งหลาย จูงเธอ ไปให้ถ่ายอุจจาระบ้าง ปัสสาวะบ้าง พระผู้มีพระภาค เสด็จพระพุทธดำเนิน ตาม เสนาสนะ ได้ทอดพระเนตรเห็นพวกภิกษุนั้น กำลังจูงภิกษุรูปนั้น ไปให้ถ่ายอุจจาระบ้าง ปัสสาวะบ้าง จึงเสด็จพระพุทธดำเนิน เข้าไปทางภิกษุพวกนั้น แล้วได้ตรัสถามว่า

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุรูปนี้อาพาธเป็นอะไร? ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ท่านรูปนี้อาพาธเป็นโรค นัยน์ตา พวกข้าพระพุทธเจ้า คอยจูงท่านรูปนี้ ไปให้ถ่าย อุจจาระบ้าง ปัสสาวะบ้าง พระพุทธเจ้าข้า.

            ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่ง กะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ยาตา คือ ยาตาที่ปรุงด้วยเครื่องปรุง หลายอย่าง ยาตาที่ทำด้วย เครื่องปรุง ต่างๆ ยาตา ที่เกิดในกระแสน้ำเป็นต้น หรดาลกลีบทอง เขม่าไฟ

            พวกภิกษุอาพาธ มีความต้องการด้วยเครื่องยา ที่จะบดผสมกับยาตา จึง กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้จันทร์ กฤษณา กะลัมพัก ใบเฉียง แห้วหมู

            สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลาย เก็บยาตาชนิดผง ไว้ในโอบ้าง ในขันบ้าง ผงหญ้า บ้าง ฝุ่นบ้างปลิวลง จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัส อนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกลักยาตา

            สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ ใช้กลักยาตา ชนิดต่างๆ คือ ชนิดที่ทำด้วย ทองคำ บ้าง ชนิดที่ทำด้วยเงินบ้าง คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนเหล่า คฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม.ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสห้ามแก่ภิกษุทั้งหลาย ว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้กลัก ยาตา ชนิดต่างๆ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต กลักยาตา ที่ทำด้วยกระดูก ทำด้วยงา ทำด้วย เขา ทำด้วยไม้อ้อ ทำด้วยไม้ไผ่ ทำด้วยยาง ทำด้วยผลไม้ ทำด้วยโลหะ ทำด้วยเปลือก สังข์

            สมัยต่อมา กลักยาตา ไม่มีฝาปิด ผงหญ้าบ้าง ฝุ่นบ้าง ปลิวตกลง ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตฝาปิด.

            ฝาปิดยังตกได้ พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้ผูกด้าย แล้วพันกับ กลักยาตา.

            กลักยาตาแตก พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้ถักด้วยด้าย.

            สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลาย ป้ายยาตา ด้วยนิ้วมือ นัยน์ตาช้ำ จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้ป้ายยาตา.

            สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ ใช้ไม้ป้ายตาชนิดต่างๆ คือ ที่ทำด้วยทองคำบ้าง ที่ทำด้วยเงินบ้าง คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนเหล่าคฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม. ภิกษุทั้งหลายก ราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้ไม้ป้ายยาตา ชนิดต่างๆ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตไม้ป้ายยาตา ที่ทำด้วยกระดูก ทำด้วยงา ทำด้วยเขาทำด้วยเปลือกสังข์

            สมัยต่อมา ไม้ป้ายยาตาตกลงที่พื้นเปื้อน ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตภาชนะ สำหรับเก็บไม้ป้ายยาตา.

            สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลาย บริหารกลักยาตาบ้าง ไม้ป้ายยาตาบ้าง ด้วยมือ จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตถุงกลักยาตา.

            หูถุงสำหรับสะพายไม่มี ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเชือก ผูกเป็นสายสะพาย.

13)
พระพุทธานุญาตน้ำมันเป็นต้น

            [๓๘] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระปิลินทวัจฉะ ปวดศีรษะ ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูล เรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตน้ำมัน ทาศีรษะ โรคปวดศีรษะ ยังไม่หาย ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต การนัตถุ์น้ำมัน ที่นัตถุ์ไหลออก ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต กล้องสำหรับนัตถุ์.

            สมัยต่อมา พระฉัพพัคคีย์ ใช้กล้องสำหรับนัตถุ์ชนิดต่างๆ คือ ทำด้วยทองคำ บ้าง ชนิดที่ทำด้วยเงินบ้าง คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนเหล่า คฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม.ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้กล้อง สำหรับนัตถุ์ชนิดต่างๆ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต กล้องสำหรับนัตถุ์ ที่ทำด้วยกระดูก .... ทำด้วย เปลือกสังข์ ท่านพระปิลินทวัจฉะ นัตถุ์ไม่เท่ากัน ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูล เรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกล้องสำหรับนัตถุ์ ประกอบด้วยหลอดคู่ โรคปวดศีรษะยังไม่หาย ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้สูดควัน ภิกษุทั้งหลายจุดเกลียวผ้า แล้ว สูดควัน นั้น นั่นแหละ คอแสบร้อน จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตกล้อง สูดควัน

            สมัยต่อมา ฉัพพัคคีย์ใช้กล้อง สูดควันชนิดต่างๆ คือ ชนิดที่ทำด้วยทองคำบ้าง ชนิดที่ทำด้วยเงินบ้าง คนทั้งหลายจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนเหล่า คฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม.ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้กล้อง สูดควันชนิดต่างๆ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต กล้องสูดควันที่ทำด้วยกระดูก .... ทำด้วย เปลือก สังข์ สมัยต่อมา กล้องสูดควันไม่มีฝาปิด ตัวสัตว์เข้าไปได้ ภิกษุทั้งหลาย กราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตฝาปิด

            สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลาย บริหารกล้องสูดควันด้วยมือ จึงกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตถุงกล้องสูดควัน กล้องสูดควันเหล่านั้นอยู่ร่วมกัน ย่อมกระทบกันได้ ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตถุงคู่ หูสำหรับสะพายไม่มี ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตเชือกผูก เป็นสายสะพาย.



 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์