เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

มหาวรรค ภาค ๒ ห้ามใช้ที่นั่งและที่นอนสูงใหญ่ ห้ามใช้หนังผืนใหญ่ ห้ามให้ผู้อื่นฆ่าสัตว์ให้ 2575
 

3/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๑๕] - [๑๙]

1) พระพุทธบัญญัติห้ามใช้ที่นั่งและที่นอนสูงใหญ่
พระฉัพพัคคีย์เอาเตียงตั่งและเครื่องลาด ที่มีความหรูหราวิจิตรใหญ่โตมาใช้ในวิหาร
ทรงห้ามสิ่งหรูหรา 20 ชนิด
เช่น เตียงมีเท้าสูงเกินประมาณ เตียงมีเท้า ทำเป็นรูปสัตว์ร้าย, ผ้าขนสัตว์ขนยาว, เครื่องลาดขนแกะ หรือมีรูปสัตว์ร้ายเครื่องลาดไหม ปักทองเงิน.. พระบัญญัติ ห้ามภิกษุใช้ที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ ฝ่าฝืน ปรับอาบัติทุกกฏ


2) พระพุทธบัญญัติห้ามใช้หนังผืนใหญ่
หลังจากที่ทรงห้ามเรื่องที่นอนสูงใหญ่ พระฉัพพัคคีย์จึงเลี่ยงไปใช้หนังผืนใหญ่ ได้แก่หนังราชสีห์, หนังเสือโคร่ง และหนังเสือเหลือง นำมาตัดเพื่อปูลาด ชาวบ้านก็พากันตำหนิอีกเช่นเคย พระบัญญัติ ห้ามภิกษุใช้หนังผืนใหญ่ ...ต้องอาบัติทุกกฏ


3) เรื่องภิกษุใจร้าย
ภิกษุอยากได้หนังลูกโคที่งามคล้ายลูกเสือเหลือง ของอุบาสก อุบาสกจึงฆ่าโคแล้วถลกหนัง ถวายแก่ภิกษุไป
ภิกษุใจร้ายรูปนั้นได้เอาผ้าสังฆาฏิห่อหนังเดินไป ครั้งนั้นแม่โค มีความรักลูก จึงเดินตามภิกษุรูปนั้น ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโสทำไมแม่โคจึงเดินตามท่านมา ท่านชักชวน ให้เขาฆ่าสัตว์หรือ ภิกษุใจร้ายตอบว่าอย่างนั้นขอรับ ...พระบัญญัติ ภิกษุไม่พึง ชักชวน ในการ ฆ่าสัตว์ รูปใดชักชวน พึงปรับอาบัติตามธรรม

4) พระพุทธบัญญัติห้ามใช้หนังโค
พระฉัพพัคคีย์ได้นำหนังโค ที่มีขนติดอยู่ มาตัดทำเป็นเครื่องลาด ปูบนเตียงและตั่ง ชาวบ้านพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพทนาว่า พระสมณะเชื้อสายศากยบุตร ทำตัวเหมือนคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม เพราะสมัยนั้น หนังโคถือเป็นของที่ใช้สอยตามบ้านเรือนทั่วไป ไม่เหมาะสมกับ สมณะ... ทรงบัญญัติห้ามภิกษุใช้หนังโคที่มีขนติดอยู่ หากภิกษุใดนำมาใช้ปูลาด ต้องอาบัติทุกกฏ


5) พระพุทธบัญญัติห้ามสวมรองเท้าเข้าบ้าน
พระฉัพพัคคีย์สวมรองเท้าเข้าบ้าน คนทั้งหลายเพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนคฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม
ทรงบัญญัติ ภิกษุไม่พึงสวมรองเท้าเข้าบ้าน รูปใดสวมเข้าไป ต้องอาบัติทุกกฏ

6) พระพุทธานุญาตให้ภิกษุอาพาธสวมรองเท้าเข้าบ้าน
มัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ เว้นรองเท้าเสียไม่อาจเข้าบ้านได้.... ดูกรภิกษุทั้งหลายเราอนุญาต ให้ภิกษุอาพาธ สวมรองเท้า เข้าบ้านได้

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


3/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๑๕] - [๑๙]
มหาวรรค ภาค ๒

1)
พระพุทธบัญญัติห้ามใช้ที่นั่งและที่นอนสูงใหญ่

            [๑๕] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ใช้ที่นั่ง และที่นอนอันสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้าเกินประมาณ เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย ผ้าโกเชาว์ขนยาว เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะวิจิตรด้วยลวดลาย เครื่องลาดที่มีสัณฐานเป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดที่ยัดนุ่น เครื่องลาดขนแกะวิจิตร ด้วยรูปสัตว์ร้าย มีสีหะและเสือเป็นต้น เครื่องลาดขนแกะ มีขนตั้ง เครื่องลาดขนแกะมีขนข้างเดียว เครื่องลาดทองและเงินแกมไหม เครื่องลาดไหมขลิบทองและเงิน เครื่องลาดขนแกะจุนางฟ้อน ๑๖ คน เครื่องลาดหลังช้าง เครื่องลาดหลังม้า เครื่องลาดในรถ เครื่องลาดที่ทำด้วยหนังสัตว์ ชื่ออชินะมีขนอ่อนนุ่ม เครื่องลาดอย่างดีทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่องลาดมีหมอนข้าง ชาวบ้านเที่ยวชมวิหารไปพบเข้า จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนเหล่าคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม.

            ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

            พระผู้มีพระภาค ตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้ที่นั่ง และที่นอนอันสูงใหญ่ คือ เตียงมีเท้าสูงเกินประมาณ เตียงมีเท้าทำเป็นรูปสัตว์ร้าย ผ้าโกเชาว์ขนยาวเครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะ วิจิตรลวดลาย เครื่องลาดที่ทำด้วยขนแกะสีขาว เครื่องลาดที่มีสัณฐาน เป็นช่อดอกไม้ เครื่องลาดที่ยัดนุ่น เครื่องลาดขนแกะวิจิตรด้วยรูปสัตว์ร้ายมีสีหะและเสือเป็นต้น เครื่องลาดขนแกะมีขนตั้ง เครื่องลาดขนแกะมีขนข้างเดียว เครื่องลาดทองและเงินแกมไหม เครื่องลาดไหมขลิบทองและเงิน เครื่องลาดขนแกะจุนางฟ้อน ๑๖ คน เครื่องลาดหลังช้าง เครื่องลาดหลังม้า เครื่องลาดในรถ เครื่องลาดที่ทำด้วยหนังสัตว์ ชื่ออชินะ มีขนอ่อนนุ่มเครื่องลาดอย่างดี ทำด้วยหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่องลาดมีหมอนข้าง รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

2)
พระพุทธบัญญัติห้ามใช้หนังผืนใหญ่

            [๑๖] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์รู้ว่า พระผู้มีพระภาค ทรงห้ามที่นั่งและ ที่นอนอันสูงใหญ่ จึงใช้หนังผืนใหญ่ คือ หนังสีหะ หนังเสือโคร่ง หนังเสือเหลือง หนังเหล่านั้นตัดตามขนาดเตียงบ้าง ตัดตามขนาดตั่งบ้าง ปูลาดไว้ภายในเตียงบ้าง ปูลาดไว้ภายนอกเตียงบ้างปูลาดไว้ภายในตั่งบ้าง ปูลาดไว้ภายนอกตั่งบ้าง ชาวบ้านเที่ยวชมวิหารไปพบเข้า จึงเพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนเหล่าคฤหัสถ์ ผู้บริโภคกาม. ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

            พระผู้มีพระภาค ตรัสห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงใช้ หนังผืนใหญ่คือ หนังสีหะ หนังเสือโคร่ง หนังเสือเหลือง รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

3)
เรื่องภิกษุใจร้าย

            [๑๗] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์รู้ว่าพระผู้มีพระภาค ทรงห้ามหนังผืนใหญ่ จึงใช้หนังโค หนังเหล่านั้นตัดตามขนาดเตียงบ้าง ตัดตามขนาดตั่งบ้าง ปูลาดไว้ ภายในเตียง บ้างปูลาดไว้ภายนอกเตียงบ้าง ปูลาดไว้ภายในตั่งบ้าง ปูลาดไว้ภายนอก ตั่งบ้าง.

            มีภิกษุใจร้ายรูปหนึ่ง เป็นกุลุปกะของอุบาสก ใจร้ายคนหนึ่ง ครั้นเวลาเช้า ภิกษุใจร้ายรูปนั้นนุ่งอันตรวาสก ถือบาตรจีวร แล้วเดินเข้าไปในบ้านของอุบาสกใจร้าย คนนั้น แล้วนั่งบนอาสนะที่เขาจัดไว้ จึงอุบาสกใจร้ายคนนั้น เข้าไปหาภิกษุใจร้ายรูปนั้น นมัสการแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง

            ก็สมัยนั้น ลูกโคของอุบาสกใจร้ายคนนั้น เป็นสัตว์กำลังรุ่น รูปร่างเข้าทีน่าดู น่าชม งามคล้ายลูกเสือเหลือง จึงภิกษุใจร้ายรูปนั้น จ้องมองดูมันด้วยความสนใจ ทีนั้นอุบาสกใจร้ายได้กล่าวกะภิกษุใจร้ายว่า พระคุณเจ้าจ้องมองดูมันด้ วยความสนใจ เพื่อประสงค์อะไรขอรับ? ภิกษุใจร้ายรูปนั้น ตอบว่า อาวุโส อาตมาต้องประสงค์หนัง ของมัน ทีนั้น อุบาสกใจร้ายจึงฆ่ามันแล้วได้ถลกหนัง ถวายแก่ภิกษุใจร้ายรูปนั้น ภิกษุใจร้ายรูปนั้นได้เอาผ้าสังฆาฏิห่อหนังเดินไป

            ครั้งนั้น แม่โค มีความรักลูก จึงเดินตามภิกษุใจร้ายรูปนั้น ไปข้างหลังๆ ภิกษุทั้งหลาย ถามภิกษุใจร้ายรูปนั้นว่า อาวุโส ทำไมแม่โคตัวนี้ จึงเดินตามท่านมา ข้างหลังๆ ขอรับ? ภิกษุใจร้ายรูปนั้นตอบว่า อาวุโสทั้งหลาย แม้ผมเองก็ไม่ทราบว่า มันเดินตามผมมาข้างหลังๆด้วยเหตุอะไร ขณะนั้นผ้าสังฆาฏิของภิกษุใจร้ายรูปนั้น เปื้อนเลือด ภิกษุทั้งหลาย จึงถามภิกษุใจร้ายรูปนั้นว่า อาวุโส ก็ผ้าสังฆาฏิผืนนี้ท่านห่อ อะไรไว้ ขอรับ?

            ภิกษุใจร้ายรูปนั้น ได้แจ้งความนั้น แก่ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุทั้งหลายถามว่า อาวุโสก็ท่านชักชวน ให้เขาฆ่าสัตว์หรือขอรับ? ภิกษุใจร้ายตอบว่า อย่างนั้นขอรับ บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อยต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุจึงชักชวน ให้เขา ฆ่าสัตว์เล่า พระผู้มีพระภาคทรงติเตียนการฆ่าสัตว์ ทรงสรรเสริญการงดจาก การฆ่าสัตว์ โดยอเนกปริยาย มิใช่หรือ แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

4)
พระพุทธบัญญัติห้ามใช้หนังโค

            [๑๘] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งให้ประชุมภิกษุสงฆ์ ในเพราะเหตุ เป็น เค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วทรงสอบถามภิกษุใจร้ายนั้นว่า ดูกรภิกษุ ข่าวว่า เธอชักชวนให้เขาฆ่าสัตว์ จริงหรือ?

            ภิกษุใจร้ายนั้นกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอจึงได้ชักชวน ให้เขาฆ่าสัตว์เล่า ดูกรโมฆบุรุษ เราติเตียนการฆ่าสัตว์ สรรเสริญการงดเว้น จากการฆ่าสัตว์ไว้ โดยอเนกปริยายมิใช่หรือ การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส ของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส .... ครั้นแล้วทรงทำธรรมีกถา รับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึง ชักชวน ในการฆ่าสัตว์ รูปใดชักชวน พึงปรับอาบัติตามธรรม.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง หนังโคอันภิกษุ ไม่พึงใช้ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ หนังอะไรๆ ภิกษุไม่พึงใช้ รูปใดใช้ ต้องอาบัติทุกกฏ.

            สมัยต่อมา เตียงก็ดี ตั่งก็ดี ของชาวบ้าน เขาหุ้มด้วยหนัง ถักด้วยหนัง ภิกษุทั้งหลาย รังเกียจ ไม่นั่งทับ แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

             พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ให้นั่งทับเตียงตั่ง ที่เป็นอย่างคฤหัสถ์ แต่ไม่อนุญาตให้นอนทับ.

            สมัยต่อมา วิหารทั้งหลาย เขาผูกรัดด้วยเชือกหนัง ภิกษุทั้งหลายรังเกียจ ไม่นั่งพิงแล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้นั่งพิงเฉพาะเชือก.

5)
พระพุทธบัญญัติห้ามสวมรองเท้าเข้าบ้าน

            [๑๙] ก็โดยสมัยนั้นแล พระฉัพพัคคีย์ สวมรองเท้าเข้าบ้าน คนทั้งหลาย เพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า เหมือนเหล่าคฤหัสถ์ผู้บริโภคกาม. ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติ ห้ามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุไม่พึงสวมรองเท้าเข้าบ้าน รูปใดสวมเข้าไป ต้องอาบัติทุกกฏ.

6)
พระพุทธานุญาตให้ภิกษุอาพาธสวมรองเท้าเข้าบ้าน

            สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ เว้นรองเท้าเสียไม่อาจเข้าบ้านได้ ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาต แก่ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุอาพาธ สวมรองเท้า เข้าบ้านได้.


 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์