เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

มหาวรรค ภาค ๒ พระโสณกุฏิกัณณะขอบวชกับพระมหากัจจานะ ทำอย่างไรผมจึงจะรู้ทั่วถึงธรรม 2576
 

3/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๒๐] - [๒๐]

มหาวรรค ภาค ๒ เรื่อง เรื่องพระโสณกุฏิกัณณะ
เป็นเนื้อหาใน จัมมขันธกะ ว่าด้วยเรื่อง พระโสณกุฏิกัณณะ
(คนละรูปกับพระโสณโกฬิวิสะดีดพิณ)
1) เรื่องพระโสณกุฏิกัณณะ
2) พระโสณเถระรำพึงแล้วอำลาเข้าเฝ้า
3) อาณัติกพจน์ของพระอุปัชฌายะ ๕ ประการ
4) พระโสณะเถระเข้าเฝ้า
5) ถวายเทศน์ในพระวิหาร
6) ทรงเปล่งพระอุทาน
7) กราบทูลอาณัติกพจน์ ของพระอุปัชฌายะ ๕ ประการ
8) พระพุทธานุญาตพิเศษ
9) กำหนดเขตปัจจันตชนบท และมัชฌิมชนบท


1. อุบาสกโสณะขอคฤหัสถ์บวช
อุบาสกโสณกุฏิกัณณะ กล่าวกะ พระมหากัจจานะ ว่า ทำอย่างไรกระผมจึงจะรู้ทั่วถึงธรรม อันบุคคลที่ยังครองเรือนอยู่ จะประพฤติให้บริสุทธิ์โดยส่วนเดียวได้ ท่านมหากัจจานะ กล่าวว่า ทำได้ยากนักแล เอาเถอะ โสณะ จงเป็นคฤหัสถ์อยู่ในจังหวัดนี้แหละ แล้วประกอบ ตามคำสอน ของพระศาสดา
อุบาสกโสณะยังคงมีความตั้งใจแน่วแน่ ยิ่งเพียรขออุปสมบท เป็นครั้งที่สอง และสาม จนพระมหากัจจานะ ยอมบวชให้เป็นสามเณร

2. ความยากลำบาก ในการอุปสมบทในปัจจันตชนบท
ปัญหาขาดแคลนพระสงฆ์ ในยุคนั้น อวันตีชนบท ถือเป็นปัจจันตชนบท (พื้นที่ห่างไกล) มีพระภิกษุ อยู่น้อยมาก การจะหาพระสงฆ์ให้ครบ เป็นคณะสงฆ์ตามพระวินัย เพื่อทำพิธีอุปสมบท (พระกรรม วาจาจารย์ และพระอนุสาวนาจารย์) นั้นยากลำบากยิ่ง ท่านพระมหากัจจานะ ต้องใช้เวลา แสวงหา พระภิกษุ จากที่ต่างๆ นานถึง ๓ ปี จึงสามารถรวบรวมคณะสงฆ์ ปักษ์ครบจำนวน ๑๐ รูป เพื่อทำพิธี อุปสมบท ให้ท่านพระโสณะเป็นพระภิกษุสำเร็จ

3. การเดินทางไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
หลังจากจำพรรษาแล้ว พระโสณะปรารถนาจะไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้า เพราะเคยได้ยินแต่คำ เล่าลือ แต่ยังไม่เคยเห็นพระองค์จริง พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งพระอุทาน อารยชนเห็นโทษในโลก ทราบธรรมที่ปราศจากอุปธิแล้ว ฉะนั้น จึงไม่ยินดีในบาป เพราะคนสะอาดย่อมไม่ยินดีในบาป.
---------------------------------------------------------------------------------------
พระพุทธานุญาต ๕ ข้อ สำหรับปัจจันตชนบท (พื้นที่ห่างไกล)

๑. อุปสมบทด้วยสงฆ์ ๕ รูป
  เดิม ต้องใช้พระสงฆ์อย่างน้อย ๑๐ รูป (ทสวรรค)
  ใหม่ ในปัจจันตชนบท หาพระยาก อนุญาตให้ใช้พระสงฆ์เพียง ๕ รูป ทำพิธีได้

๒. อนุญาตสวมรองเท้าหลายชั้น
  เดิม ห้ามภิกษุสวมรองเท้าที่หนาหรือมีหลายชั้น
  ใหม่ พื้นดินในปัจจันตชนบทหยาบกระด้างและร้อนมาก อนุญาตให้สวมรองเท้าหนาหลายชั้นได้

๓. อนุญาตให้อาบน้ำได้บ่อยๆ
  เดิม ในมัชฌิมประเทศ (ภาคกลาง) ห้ามอาบน้ำบ่อยเกินไป (เว้นแต่เป็นหน้าแล้งหรือเจ็บป่วย)
  ใหม่ ในอวันตีชนบท ผู้คนให้ความสำคัญกับการอาบน้ำอนุญาตให้ภิกษุ อาบน้ำได้เป็นนิตย์

๔. อนุญาตใช้เครื่องลาดทำด้วยหนังสัตว์
  เดิม ห้ามใช้เครื่องลาดที่ทำด้วยหนังโค หนังแพะ หนังแกะ
  ใหม่ ในอวันตีชนบท มีเครื่องลาดทำด้วยหนังสัตว์แพร่หลาย อนุญาตให้ใช้เครื่องลาดหนังสัตว์ได้

๕. อนุญาตการรับผ้าจีวรเกินกำหนด
  เดิม หากภิกษุละทิ้งผ้าจีวรที่ครองเกินกำหนด ต้องอาบัติ
  ใหม่ ชาวบ้านในปัจจันต นิยมถวายผ้าฝากอนุญาตให้ภิกษุ รับและเก็บผ้าไว้ได้

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


3/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๒๐] - [๒๐]
มหาวรรค ภาค ๒

1)
เรื่องพระโสณกุฏิกัณณะ

            [๒๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ท่านพระมหากัจจานะอยู่ ณ ปปาตะบรรพต เขต กุรรฆระ นคร ในอวันตีชนบท ก็คราวนั้นอุบาสก ชื่อโสณกุฏิกัณณะ เป็นอุปัฏฐากของ ท่าน พระมหากัจจานะ นมัสการแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง อุบาสกโสณกุฏิกัณณะ นั่งอยู่ ณ ที่นั้นแล ได้กราบเรียนคำนี้กะท่านพระมหากัจจานะว่า

            ท่านขอรับ ด้วยวิธีอย่างไรๆ กระผมจึงจะรู้ทั่วถึงธรรม ที่พระคุณเจ้าแสดงแล้ว อันบุคคลที่ยังครองเรือนอยู่ จะประพฤติพรหมจรรย์นี้ ให้บริบูรณ์โดยส่วนเดียว ให้บริสุทธิ์ โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่ขัดแล้ว ทำไม่ได้ง่าย กระผมปรารถนาจะปลงผมและหนวด ครองผ้ากาสายะ ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต ขอพระคุณเจ้ากรุณา โปรดให้กระผม บวชเถิด ขอรับ เมื่ออุบาสกโสณกุฏิกัณณะ กราบเรียนเช่นนี้แล้ว

            ท่านมหากัจจานะ ได้กล่าวคำนี้กะอุบาสกโสณกุฏิกัณณะว่า โสณะ การประพฤติ พรหมจรรย์ ซึ่งต้องนอนผู้เดียว บริโภคอาหารหนเดียวจนตลอดชีพ ทำได้ยากนักแล เอาเถอะ โสณะ คุณจงเป็นคฤหัสถ์ อยู่ในจังหวัดนี้แหละ แล้วประกอบ ตามพระพุทธศาสนา ประกอบตามพรหมจรรย์ ซึ่งต้องนอนผู้เดียว บริโภคอาหารหนเดียว ควรแก่กาลเถิด.

            คราวนั้น ความตั้งใจบรรพชา ซึ่งได้เกิดแก่อุบาสก โสณกุฏิกัณณะ นั้นสงบลงแล้ว
            แม้ครั้งที่สองแล อุบาสกโสณกุฏิกัณณะ ....
            แม้ครั้งที่สามแล อุบาสกโสณกุฏิกัณณ ะได้เข้าไปหาท่านพระมหากัจจานะ นมัสการแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง อุบาสกโสณกุฏิกัณณะ นั่งอยู่ ณ ที่นั้นแล ได้กราบเรียนคำนี้กะ ท่านพระมหากัจจานะว่า ท่านขอรับ ด้วยวิธีอย่างไรๆ กระผมจึงจะรู้ ทั่วถึงธรรม ที่พระคุณเจ้าแสดงแล้ว อันบุคคลที่ยังครองเรือนอยู่ จะประพฤติพรหมจรรย์ ให้บริบูรณ์โดยส่วนเดียวให้บริสุทธิ์ โดยส่วนเดียว ดุจสังข์ที่ขัดแล้ว ทำไม่ได้ง่าย กระผม ปรารถนาจะปลงผมและหนวด ครองผ้ากาสายะ ออกจากเรือน บวชเป็นบรรพชิต ขอพระคุณเจ้ากรุณาโปรด ให้กระผมบวชเถิดขอรับ

            ครั้นนั้น ท่านมหากัจจานะ ให้อุบาสกโสณกุฏิกัณณะ บรรพชาแล้ว.

            ก็สมัยนั้น อวันตีชนบท อันตั้งอยู่แถบใต้ มีภิกษุน้อยรูป ท่านพระมหากัจจานะ จัดหาพระภิกษุสงฆ์แต่ที่นั้นๆ ให้ครบองค์ประชุมทสวรรค ได้ยากลำบาก ต่อล่วงไปถึง ๓ ปี จึงอุปสมบท ให้ท่านพระโสณะได้.


2)
พระโสณเถระรำพึงแล้วอำลาเข้าเฝ้า

            ครั้งนั้น ท่านพระโสณะจำพรรษาแล้ว ไปในที่สงัดหลีกเร้นอยู่ ได้มีความปริวิตก แห่งจิต เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เราได้ยินมาอย่างชัดเจนว่า เป็นผู้เช่นนี้และเช่นนี้ แต่เรามิได้เฝ้าต่อพระพักตร์ เราควรไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันต สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น หากพระอุปัชฌายะ จะพึงอนุญาตแก่เรา ครั้นเวลาสายัณห์ ท่านออกจากที่หลีกเร้นแล้ว จึงเข้าไปหาท่านพระมหากัจจานะ ไหว้แล้วนั่ง ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง แล้วกราบเรียนว่า

            ท่านขอรับ กระผมไปในที่สงัดหลีกเร้นอยู่ ณ ตำบลนี้ได้มีความปริวิตกแห่งจิต เกิดขึ้นอย่างนี้ว่า พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น เราได้ยินมาอย่างชัดเจนว่า เป็นผู้เช่นนี้ และเช่นนี้ แต่เรามิได้เฝ้าต่อพระพักตร์ เราควรไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมา สัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น หากพระอุปัชฌายะ จะพึงอนุญาตแก่เรา ท่านขอรับ กระผมจะ ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น หากท่านพระอุปัชฌายะ จะอนุญาตแก่กระผม.

3)
อาณัติกพจน์ของพระอุปัชฌายะ ๕ ประการ

            ท่านมหากัจจานะ กล่าวว่าดีละ ดีละ คุณโสณะ คุณจงไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์นั้น คุณจักเห็นพระองค์ ผู้น่าเลื่อมใส ผู้เป็นที่ตั้งแห่ง ความเลื่อมใส มีพระอินทรีย์สงบ มีพระทัยสงบ ทรงถึงความฝึกกาย และความสงบจิต อันสูงสุด ทรงทรมานแล้วคุ้มครองแล้ว มีอินทรีย์อันสำรวมแล้ว ผู้ไม่ทำบาป คุณโสณะ ถ้าเช่นนั้น คุณจงถวายบังคมพระบาทยุคล ของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า ตามฉัน สั่งว่า ท่านมหากัจจานะ อุปัชฌายะของข้าพระพุทธเจ้า ถวายบังคม พระบาทยุคล ของพระผู้มีพระภาคด้วยเศียรเกล้าพระพุทธเจ้าข้าดังนี้ และคุณจงกราบทูลอย่างนี้ว่า

            ๑. พระพุทธเจ้าข้า จังหวัดอวันตีทักขิณาบถ มีภิกษุน้อยรูป ข้าพระพุทธเจ้า ได้จัดหาภิกษุสงฆ์แต่ที่นั้นๆ ให้ครบองค์ประชุมทสวรรค ได้ยากลำบาก นับแต่วัน ข้าพระพุทธเจ้าบรรพชาล่วงไป ๓ ปี จึงได้อุปสมบท ถ้ากระไรเฉพาะ ในอวันตีทักขิณาบถ พึงทรงอนุญาตอุปสมบท ด้วยคณะสงฆ์น้อยรูปกว่านี้ได้.

            ๒. พระพุทธเจ้าข้า พื้นดินในอวันตีทักขิณาบถ มีดินสีดำมาก ขรุขระดื่นดาด ด้วยระแหงกีบโค ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาต รองเท้าหลายชั้น.

            ๓. พระพุทธเจ้าข้า คนทั้งหลาย ในอวันตีทักขิณาบถ นิยมการอาบน้ำ ถือว่า น้ำทำให้บริสุทธิ์ถ้ากระไร เฉพาะในอวันติทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตการอาบน้ำได้เป็นนิตย์.

            ๔. พระพุทธเจ้าข้า ในอวันตีทักขิณาบถ มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะหนังมฤค ในมัชฌิมชนบท มีหญ้าตีนกา หญ้าหางนกยูง หญ้าหนวดแมว หญ้าหางช้าง แม้ฉันใดในอวันตีทักขิณาบถ ก็มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค ฉันนั้นเหมือนกันแลถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค.

            ๕. พระพุทธเจ้าข้า เดี๋ยวนี้คนทั้งหลาย ฝากถวายจีวรเพื่อหมู่ภิกษุ ผู้อยู่นอกสีมา ด้วยคำว่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอถวายจีวรผืนนี้ แก่ท่านผู้มีชื่อนี้ ดังนี้ ภิกษุผู้รับฝากมาบอกว่า อาวุโส คนทั้งหลายมีชื่อนี้ ถวายจีวรแก่ท่านแล้ว พวกภิกษุ ผู้รับคำบอกเล่า รังเกียจไม่ยินดีรับ ด้วยคิดว่า พวกเราไม่ต้องการของ เป็นนิสสัคคีย์ ถ้ากระไร ขอพระผู้มีพระภาค พึงตรัสชี้แจงในเรื่องจีวร.

4)
พระโสณะเถระเข้าเฝ้า

            ท่านพระโสณะรับสนองคำ ของท่านพระมหากัจจานะ ว่าปฏิบัติตามอย่างนั้น ขอรับ แล้วลุกจากอาสนะอภิวาท ท่านพระมหากัจจานะ ทำประทักษิณแล้ว เก็บเสนา สนะ ถือบาตรจีวรเดินไปทาง ที่จะไปพระนครสาวัตถี ถึงพระนครสาวัตถี พระวิหารเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกคหบดี โดยลำดับ เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

            ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค รับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เธอจงจัด เสนาสนะต้อนรับ ภิกษุอาคันตุกะรูปนี้ จึงท่านพระอานนท์คิดว่า พระผู้มีพระภาค ทรงพระบัญชาใช้เรา เพื่อภิกษุรูปใดว่า ดูกรอานนท์ เธอจงจัดเสนาสนะ ต้อนรับภิกษุ อาคันตุกะรูปนี้ ดังนี้ พระผู้มีพระภาค ย่อมปรารถนา จะประทับอยู่ในพระวิหาร แห่งเดียว กับภิกษุรูปนั้น พระผู้มีพระภาค ปรารถนาจะประทับอยู่ในพระวิหาร แห่งเดียวกับท่าน พระโสณะเป็นแน่ ดังนี้ จึงจัดเสนาสนะ ต้อนรับท่านพระโสณะในพระวิหาร อันเป็น ที่ประทับ ของพระผู้มีพระภาค.

5)
ถวายเทศน์ในพระวิหาร

            [๒๑] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ประทับอยู่ในที่แจ้งจนดึก จึงเสด็จเข้าพระวิหาร แม้ท่านพระโสณะ ก็ยับยั้งอยู่ในที่แจ้ง จนดึกจึงเข้าพระวิหาร ครั้นเวลาปัจจุสมัย แห่งราตรี พระผู้มีพระภาคทรง ตื่นพระบรรทม แล้วทรงอัชเฌสนาท่านพระโสณะว่า ดูกรภิกษุ เธอจงกล่าวธรรมตามถนัดท่ านพระโสณะกราบทูลสนองพระพุทธบัญชาว่า อย่างนั้น พระพุทธเจ้าข้า แล้วได้สวดพระสูตรทั้งหลาย อันมีอยู่ในอัฏฐกวรรค จนหมดสิ้นโดยสรภัญญะ

            ครั้นจบสรภัญญะ ของท่านพระโสณะพระผู้มีพระภาค ทรงพระปราโมทย์โปรด ประทานสาธุการว่า ดีละ ดีละ ภิกษุ สูตรทั้งหลาย ที่มีในอัฏฐกวรรคเธอ เรียนมาดีแล้ว ทำไว้ในใจดีแล้ว ทรงจำได้แม่นยำดี เธอเป็นผู้ประกอบด้วย วาจาไพเราะเพราะพริ้ง ไม่มีโทษ ให้เข้าใจรู้ความได้แจ่มชัด เธอมีพรรษาเท่าไร ภิกษุ?

            ท่านพระโสณะกราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้า มีพรรษาเดียว พระพุทธเจ้าข้า
            ภ. เพราะเหตุไร เธอจึงมัวประพฤติชักช้า เช่นนั้นเล่า ภิกษุ?
            โส. ข้าพระพุทธเจ้า เห็นโทษ ในกามทั้งหลายนานแล้ว แต่เพราะฆราวาส คับแคบ มีกิจมาก มีกรณียมาก จึงได้ประพฤติชักช้าอยู่ พระพุทธเจ้าข้า.


6)
ทรงเปล่งพระอุทาน

            ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรง ทราบความข้อนี้แล้ว จึงทรงเปล่งพระอุทานนี้ ในเวลานั้นว่าดังนี้:-

            อารยชนเห็นโทษในโลก ทราบธรรมที่ปราศจากอุปธิแล้ว ฉะนั้น จึงไม่ยินดีในบาป เพราะคนสะอาดย่อมไม่ยินดีในบาป.


7)
กราบทูลอาณัติกพจน์ ของพระอุปัชฌายะ ๕ ประการ

            [๒๒] ลำดับนั้น ท่านพระโสณะคิดว่า พระผู้มีพระภาคกำลังโปรดปรานเรา เวลานี้ควรกราบทูลถ้อยคำ ที่พระอุปัชฌายะของเราสั่งมา ดังนี้ แล้วลุกจากที่นั่ง ห่มจีวรเฉวียงบ่า หมอบลงที่พระบาท ยุคลของพระผู้มีพระภาค ด้วยเศียรเกล้า แล้วได้กราบทูลคำนี้ ต่อพระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า ท่านพระมหากัจจานะ อุปัชฌายะของข้าพระพุทธเจ้า ขอถวายบังคมพระบาทยุคล ของพระองค์ด้วยเศียรเกล้า และสั่งให้ข้าพระพุทธเจ้า กราบทูลอย่างนี้ว่า

            ๑. พระพุทธเจ้าข้า จังหวัดอวันตีทักขิณาบถ มีภิกษุน้อยรูป ข้าพระพุทธเจ้าได้จัดหาภิกษุสงฆ์แต่ที่นั้นๆ ให้ครบองค์ประชุมทสวรรค ได้ยากลำบาก นับแต่วันข้าพระพุทธเจ้าบรรพชาล่วงไป ๓ ปี จึงได้อุปสมบท ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตอุปสมบท ด้วยคณะสงฆ์น้อยรูปกว่านี้ได้

            ๒. พระพุทธเจ้าข้า พื้นดินในอวันตีทักขิณาบถ มีดินสีดำมาก ขรุขระดื่นดาดด้วยระแหงกีบโค ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตรองเท้าหลายชั้น

            ๓. พระพุทธเจ้าข้า คนทั้งหลาย ในอวันตีทักขิณาบถนิยมการอาบน้ำ ถือว่าน้ำทำให้บริสุทธิ์ ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตอาบน้ำได้เป็นนิตย์

            ๔. พระพุทธเจ้าข้า ในอวันตีทักขิณาบถ มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะหนังมฤค ในมัชฌิมชนบท มีหญ้าตีนกา หญ้าหางนกยูง หญ้าหนวดแมว หญ้าหางช้าง แม้ฉันใด ในอวันตีทักขิณาบถ ก็มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค ฉันนั้นเหมือนกันแล ถ้ากระไร เฉพาะในอวันตีทักขิณาบถ ขอพระผู้มีพระภาค พึงทรงอนุญาตหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค

            ๕. พระพุทธเจ้าข้า เดี๋ยวนี้คนทั้งหลาย ฝากถวายจีวรแก่หมู่ภิกษุ ผู้อยู่นอกสีมา ด้วยคำว่าข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอถวายจีวรผืนนี้ แก่ท่านผู้มีชื่อนี้ ดังนี้ ภิกษุผู้รับฝากมาบอกว่า อาวุโส คนทั้งหลาย มีชื่อนี้ถวายจีวรแก่ท่านแล้ว พวกภิกษุผู้ได้รับคำบอกเล่า รังเกียจไม่ยินดีรับ ด้วยคิดว่าพวกเราไม่ต้องการของ เป็นนิสสัคคีย์ ถ้ากระไร ขอพระผู้มีพระภาค พึงตรัสชี้แจงในเรื่องจีวร.


8)
พระพุทธานุญาตพิเศษ

            [๒๓] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลาย ว่าดังนี้:-

            ๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย จังหวัดอวันตีทักขิณาบถ มีภิกษุน้อยรูป เราอนุญาตการ อุปสมบท ด้วยคณะสงฆ์มีวินัยธรเป็นที่ ๕ ได้ ทั่วปัจจันตชนบท (หัวเมืองชั้นนอก)


9)
กำหนดเขตปัจจันตชนบท และมัชฌิมชนบท

            บรรดาชนบทเหล่านั้น ปัจจันตชนบท มีกำหนดเขต ดังนี้:-
ในทิศบูรพามีนิคมชื่อกชังคละ ถัดนิคมนั้นมาถึงมหาสาลนคร นอกนั้นออกไปเป็นปัจจันตชนบท ร่วมในเป็น มัชฌิมชนบท ( เมืองที่เป็นศูนย์กลาง ประเทศ)

            ในทิศอาคเนย์ มีแม่น้ำชื่อสัลลวตี นอกแม่น้ำสัลลวตีนั้นออกไป เป็นปัจจันต ชนบท ร่วมในเป็นมัชฌิมชนบท

            ในทิศทักษิณ มีนิคมชื่อเสตกัณณิกะ นอกนิคมนั้นออกไปเป็นปัจจันตชนบท ร่วมในเป็นมัชฌิมชนบท

            ในทิศปัจฉิม มีพราหมณคามชื่อถูนะ นอกนั้นออกไป เป็นปัจจันตชนบท ร่วมใน เป็นมัชฌิมชนบท

            ในทิศอุดร มีภูเขาชื่ออุสีรธชะ นอกนั้นออกไป เป็นปัจจันตชนบท ร่วมในเป็น มัชฌิมชนบท

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตการอุปสมบท ด้วยคณะสงฆ์มีวินัยธรเป็นที่ ๕ ได้ ทั่วปัจจันตชนบทเห็นปานนี้

            ๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย พื้นดินในอวันตีทักขิณาบถ มีดินสีดำมาก ดื่นดาดด้วย ระแหงกีบโค เราอนุญาตรองเท้าหลายชั้น ทั่วปัจจันตชนบท

            ๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย คนทั้งหลายในอวันตีทักขิณาบถ นิยมการอาบน้ำ ถือว่า น้ำทำให้บริสุทธิ์ เราอนุญาตการอาบน้ำได้เป็นนิตย์ทั่วปัจจันตชนบท

            ๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในอวันตีทักขิณาบถ มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะหนังมฤค ในมัชฌิมชนบท มีหญ้าตีนกา หญ้าหางนกยูง หญ้าหนวดแมว หญ้าหางช้าง แม้ฉันใดในอวันตีทักขิณาบถ ก็มีหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค ฉันนั้นเหมือนกันแลเ ราอนุญาตหนังเครื่องลาด คือ หนังแกะ หนังแพะ หนังมฤค ทั่วปัจจันตชนบท

            ๕. ดูกรภิกษุทั้งหลาย อนึ่ง คนทั้งหลายในโลกนี้ ฝากถวายจีวรเพื่อหมู่ภิกษุ ผู้อยู่นอกสีมาด้วยคำว่า ข้าพเจ้าทั้งหลาย ถวายจีวรผืนนี้ แก่ภิกษุผู้มีชื่อนี้ ดังนี้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ยินดีได้ จีวรนั่นยังไม่ควรนับราตรี ตลอดเวลา ที่ยังไม่ถึงมือ.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์