เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องผ้ากัมพล และ สิกขาบทที่ ๒ เรื่องผ้าโขมพัสตร์ ของพระเจ้าปเสน 2573
 

4/3) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ [๑๓๘] - [๑๔๒]

จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๑
ภิกษุณีถุลลนันทา เป็นพหูสูต แสดงธรรม ได้อย่างองอาจหลักแหลม ในฤดูหนาวพระเจ้าปเสนทิ โกศลได้ทรง ผ้ากัมพล (ผ้าขนสัตว์) ซึ่งราคาแพงมาก เสด็จเข้าไปฟังธรรม เมื่อทรงเลื่อมใส ในธรรมีกถา จึงทรงปวารณาให้ภิกษุณี ถุลลนันทา ขอสิ่งที่ปรารถนาได้ นางจึงทูล ขอ ผ้ากัมพลผืน ที่พระองค์กำลังทรงอยู่นั้นทันที พระราชาทรงเกรงใจจึงถวายให้แล้วเสด็จกลับ ชาวบ้านจึงพากัน ตำหนิโพนทะนาว่า ภิกษุณีมักมาก ไม่สันโดษ
พระบัญญัติ
อนึ่ง ภิกษุณีผู้จะให้เขา จ่ายผ้าห่มหนัก พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๔ กังสะเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้จ่ายยิ่งกว่านั้น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๒
เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อเนื่องกันแต่เป็นฤดูร้อน พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงผ้าโขมพัสตร์ (ผ้าป่านเนื้อ บางเบาละเอียด) มีราคาแพงมาก เสด็จไปฟังธรรมจากภิกษุณีถุลลนันทาเช่นเดิม เมื่อทรงฟังธรรม เสร็จแล้วก็ทรงร่าเริง จึงให้ภิกษุณีถุลลนันทาขอในสิ่งที่ต้องการ นางก็ทูลขอผ้าโขมพัสตร์ ผืนที่พระองค์กำลังทรงอยู่นั้น พระราชาจึงจำต้องถวายให้ทันที ...จึงถูกชาวบ้าน ตำหนิติเตียน ในความไม่รู้จักพอ และความมักมากของนาง เรื่องจึงถูกนำขึ้นกราบทูลพระพุทธเจ้า
พระบัญญัติ
อนึ่ง ภิกษุณีผู้จะให้เขาจ่าย ผ้าห่มเบา พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๒ กังสะกึ่ง (สองกังสะครึ่ง) เป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้จ่าย ยิ่งกว่านั้น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

พระวินัยทั้งสองข้อนี้
บัญญัติขึ้นเพื่อจำกัดมูลค่าและราคาของสิ่งของที่ ภิกษุณี จะพึงขอจากคฤหาสน์ (แม้จะเป็นถึง พระราชา) เพื่อไม่ให้ชาวบ้านเพ่งโทษ โดยกำหนดเกณฑ์มูลค่าสูงสุดไว้คือ ผ้าหนาห้ามเกิน ๔ กังสะ และ ผ้าเบาห้ามเกิน ๒ กังสะครึ่ง ได้ผ้าที่มีราคาเกิน กว่านี้มา จะต้องถูกปรับอาบัตินิสสัคคิย ปาจิตตีย์ (ส่วนกรณีภิกษุสงฆ์ ไม่มีจำกัดมูลค่าเหมือนภิกษุณี)

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


4/3) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ข้อที่ [๑๓๘]
ภิกขุนีวิภังค์

จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๑
เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

            [๑๓๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทา เป็นพหูสูต เป็นคนช่างพูด เป็นผู้องอาจ สามารถ กล่าวถ้อยคำมีหลักฐาน. ครั้นถึงฤดูหนาว พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงสะพักผ้ากัมพลมีค่ามาก เสด็จเข้าไปหา ภิกษุณี ถุลลนันท าถึงสำนัก ทรงอภิวาทภิกษุณีถุลลนันทา แล้วประทับนั่งณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

            ภิกษุณีถุลลนันทา ทูลชี้แจงธรรมีกถาถวาย ให้ท้าวเธอทรงเห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริง. ครั้นท้าวเธอทรงเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ของภิกษุณีถุลลนันทาแล้ว ได้ทรงปวารณา ภิกษุณีถุลลนันทา ดังนี้ว่า ข้าแต่แม่เจ้า ขอท่านได้โปรดบอก สิ่งที่ต้องประสงค์.

            ภิกษุณีถุลลนันทาทูลว่า ขอถวายพระพร ถ้ามหาบพิตรมีพระราชประสงค์ จะพระราชทานแก่อาตมภาพไซร้ ขอได้โปรดพระราชทาน ผ้ากัมพลผืนที่ทรงนี้.

            พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงถวายผ้ากัมพล แก่ภิกษุณีถุลลนันทา ในทันใดนั้นแล แล้วเสด็จลุกจากที่ประทับ ทรงอภิวาทภิกษุณีถุลลนันทา กระทำประทักษิณ แล้วเสด็จกลับ.

            คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ภิกษุณีเหล่านี้เป็นคนมักมาก ไม่สันโดษ ไฉนจึงได้ทูลขอผ้ากัมพลทรงต่อองค์พระราชาเล่า.

            ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทาจึ งได้ทูลขอผ้ากัมพลทรง ต่อองค์พระราชาเล่า.

ทรงสอบถาม
            พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถาม ภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าภิกษุณีถุลลนันทาทูล ขอผ้ากัมพลทรง ต่อองค์พระราชา จริงหรือ?
ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา จึงได้ทูลขอผ้ากัมพล ทรงต่อองค์พระราชาเล่า การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส ของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ...

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

พระบัญญัติ
            ๓๖. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีผู้จะให้เขา จ่ายผ้าห่มหนัก พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๔ กังสะเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้จ่ายยิ่งกว่านั้น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

สิกขาบทวิภังค์
            [๑๓๙] ที่ชื่อว่า ผ้าห่มหนัก ได้แก่ผ้าชนิดหนึ่ง ที่สำหรับห่มในฤดูหนาว.
            บทว่า ผู้จะให้จ่าย คือ ผู้จะขอ.
            บทว่า พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๔ กังสะเป็นอย่างยิ่ง คือ ให้จ่ายผ้ามีราคาเพียง ๑๖ กหาปณะได้.
            คำว่า ถ้าให้จ่ายยิ่งกว่านั้น ความว่า ขอผ้ามีราคาเกินกว่านั้น เป็นทุกกฏใน ประโยค เป็นนิสสัคคีย์ด้วยได้ผ้ามา ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือภิกษุณีรูปหนึ่ง.
            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลผ้าเป็นนิสสัคคีย์นั้น อันภิกษุณีพึงเสียสละอย่างนี้.

วิธีเสียสละ

เสียสละแก่สงฆ์
            ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ ... แม่เจ้า ผ้าห่มหนักผืนนี้ของข้าพเจ้ามี ราคาสูงเกิน ๔ กังสะขอได้มา เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละผ้าห่มหนัก ผืนนี้แก่สงฆ์ ... สงฆ์พึงให้ผ้าห่มหนักผืนนี้ แก่ภิกษุณีชื่อนี้ ดังนี้.

เสียสละแก่คณะ
ภิกษุณีรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุณีหลายรูป ... แม่เจ้าทั้งหลาย พึงให้ผ้าห่มหนักผืนนี้ แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้.

เสียสละแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง
ภิกษุณีรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุณีรูปหนึ่ง ... ข้าพเจ้าให้ผ้าห่มหนักผืนนี้ แก่แม่เจ้า ดังนี้.

บทภาชนีย์
ติกะนิสสัคคิยปาจิตตีย์

            [๑๔๐] ผ้าห่มหนักมีราคาเกิน ๔ กังสะ ภิกษุณีสำคัญว่าเกิน ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

            ผ้าห่มหนักมีราคาเกิน ๔ กังสะ ภิกษุณีสงสัย ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
            ผ้าห่มหนักมีราคาเกิน ๔ กังสะ ภิกษุณีสำคัญว่าหย่อน ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

ทุกะทุกกฏ
            ผ้าห่มหนักมีราคาหย่อน ๔ กังสะ ภิกษุณีสำคัญว่าเกิน ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ผ้าห่มหนักมีราคาหย่อน ๔ กังสะ ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ.

ไม่ต้องอาบัติ
            ผ้าห่มหนักมีราคาหย่อน ๔ กังสะ ภิกษุณีสำคัญว่าหย่อน ไม่ต้องอาบัติ.

อนาปัตติวาร
            [๑๔๑] ขอผ้าห่มหนักมีราคา ๔ กังสะเป็นอย่างยิ่ง ๑ ขอผ้าห่มหนัก มีราคาหย่อน ๔กังสะ ๑ ขอต่อญาติ ๑ ขอต่อคนปวารณา ๑ ขอเพื่อประโยชน์ของผู้อื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ ทายกประสงค์ ให้จ่ายผ้าห่มหนักมีราคาแพง แต่ให้จ่าย ผ้าห่มหนัก มีราคาถูก ๑ วิกลจริต ๑อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.


4/3) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ข้อที่ [๑๔๒]

จีวรวรรค สิกขาบทที่ ๒
เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

            [๑๔๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทา เป็นพหูสูต เป็นคนช่างพูดเป็นผู้องอาจ สามารถ กล่าวถ้อยคำมีหลักฐาน. ครั้นฤดูร้อน พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงสะพักผ้าโขมพัสตร์ มีค่ามาก เสด็จเข้าไปหาภิกษุณีถุลลนันทา ถึงสำนัก ทรงอภิวาท ภิกษุณีถุลลนันทา แล้วประทับนั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่ง

            เมื่อพระเจ้าปเสนทิโกศล ประทับนั่ง ณ ที่สมควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ภิกษุณีถุลลนันทา ทูลชี้แจงธรรมีกถา ถวายให้ท้าวเธอทรงเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ครั้นท้าวเธอทรงเห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา ของภิกษุณีถุลลนันทาแล้ว ได้ทรงปวารณา ภิกษุณีถุลลนันทา ดังนี้ว่า ข้าแต่แม่เจ้า ขอท่านได้โปรดบอก สิ่งที่ต้องประสงค์.

            ภิกษุณีถุลลนันทาทูลว่า ขอถวายพระพร ถ้ามหาบพิตร มีพระราชประสงค์ จะพระราชทาน แก่อาตมภาพไซร้ ขอได้โปรดพระราชทาน ผ้าโขมพัสตร์ผืนที่ทรงนี้.

            พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงถวายผ้าโขมพัสตร์ แก่ภิกษุณีถุลลนันทา ในทันใดนั้นแล แล้วเสด็จลุกจากที่ประทับ ทรงอภิวาทภิกษุณี ถุลลนันทา กระทำประทักษิณ แล้วเสด็จกลับ.

            คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ภิกษุณีเหล่านี้เป็นคนมักมาก ไม่สันโดษ ไฉนจึงได้ทูลขอผ้าโขมพัสตร์ ทรงต่อองค์พระราชาเล่า.

            ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา จึงได้ทูลขอผ้าโขมพัสตร์ทรงต่อองค์พระราชาเล่า ...

ทรงสอบถาม
            พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุณีถุลลนันทาทูลขอผ้าโขมพัสตร์ ทรงต่อองค์พระราชา จริงหรือ?
            ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนภิกษุณีถุลลนันทา จึงได้ทูลขอผ้าโขมพัสตร์ ทรงต่อองค์พระราชา การกระทำของนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจ งยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

พระบัญญัติ
            ๓๗. ๒. อนึ่ง ภิกษุณีผู้จะให้เขาจ่าย ผ้าห่มเบา พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๒ กังสะกึ่งเป็นอย่างยิ่ง ถ้าให้จ่ายยิ่งกว่านั้น เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

สิกขาบทวิภังค์
            [๑๔๓] ที่ชื่อว่า ผ้าห่มเบา ได้แก่ ผ้าชนิดใดชนิดหนึ่ง สำหรับห่มในฤดูร้อน.
            บทว่า ผู้จะให้จ่าย คือ ผู้จะขอ.
            บทว่า พึงให้จ่ายได้เพียงราคา ๒ กังสะกึ่งเป็นอย่างยิ่ง คือ พึงให้จ่ายผ้า มีราคาเพียง๑๐ กหาปณะได้.
            คำว่า ถ้าให้จ่ายยิ่งกว่านั้น ความว่า ขอผ้ามีราคาเกินกว่านั้น เป็นทุกกฏใน ประโยค เป็นนิสสัคคีย์ ด้วยได้ผ้ามา ต้องเสียสละแก่สงฆ์ คณะ หรือภิกษุณีรูปหนึ่ง.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลผ้า เป็นนิสสัคคีย์นั้น อันภิกษุณี พึงเสียสละอย่างนี้.

วิธีเสียสละ
เสียสละแก่สงฆ์

            ภิกษุณีรูปนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ... แม่เจ้า ผ้าห่มเบาผืนนี้ของข้าพเจ้า มีราคา สูงเกิน ๒ กังสะกึ่งขอได้มา เป็นของจำจะสละ ข้าพเจ้าสละผ้าห่มเบาผืนนี้ แก่สงฆ์ ... สงฆ์พึงให้ผ้าห่มเบาผืนนี้ แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้.

เสียสละแก่คณะ
            ภิกษุณีรูปนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุณีหลายรูป ... แม่เจ้าทั้งหลายพึงให้ผ้าห่มเบา ผืนนี้แก่ภิกษุณีมีชื่อนี้ ดังนี้.

เสียสละแก่ภิกษุณีรูปหนึ่ง
            ภิกษุณีรูปนั้นพึงเข้าไป หาภิกษุณีรูปหนึ่ง ... ข้าพเจ้าให้ผ้าห่มเบาผืนนี้ แก่ แม่เจ้า ดังนี้.

บทภาชนีย์
ติกะนิสสัคคิยปาจิตตีย์

            [๑๔๔] ผ้าห่มเบามีราคาเกิน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าเกิน ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
            ผ้าห่มเบามีราคาเกิน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสงสัย ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
            ผ้าห่มเบามีราคาเกิน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าหย่อน ขอได้มา เป็นนิสสัคคีย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

ทุกะทุกกฏ
            ผ้าห่มเบามีราคาหย่อน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าเกิน ต้องอาบัติทุกกฏ.
ผ้าห่มเบามีราคาหย่อน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ.

ไม่ต้องอาบัติ
            ผ้าห่มเบามีราคาหย่อน ๒ กังสะกึ่ง ภิกษุณีสำคัญว่าหย่อน ไม่ต้องอาบัติ.

อนาปัตติวาร
            [๑๔๕] ขอผ้าห่มเบามีราคา ๒ กังสะกึ่งเป็นอย่างยิ่ง ๑ ขอผ้าห่มเบา มีราคาหย่อน ๒กังสะกึ่ง ๑ ขอต่อญาติ ๑ ขอต่อคนปวารณา ๑ ขอเพื่อประโยชน์ ของผู้อื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ ทายกประสงค์ให้จ่ายผ้าห่มเบา มีราคาแพง แต่ให้จ่ายผ้าห่มเบา มีราคาถูก ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.





 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์