เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ปาฏิเทสนียกัณฑ์ ห้ามภิกษุณี เอ่ยปากขอโภชนะ 8 อย่าง มี เนยใส น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ปลา เนื้อ นมสด นมส้ม (ยกเว้นป่วยไข้ หรือชาวบ้านถวายให้เองโดยไม่ได้ขอ) 2572
 

14/3) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ข้อที่ [๔๘๔]

ปาฏิเทสนียกัณฑ์
ห้ามภิกษุณีผู้ไม่เป็นไข้ (ไม่เจ็บป่วย) เอ่ยปากขอโภชนะประณีต 8 อย่าง นำมาฉัน


มูลเหตุการบัญญัติสิกขาบท (นิทานวัตถุ) เรื่องเกิดขึ้นที่ พระเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี กลุ่มภิกษุณีฉัพพัคคีย์ (กลุ่มภิกษุณีผู้ประพฤติไม่เรียบร้อย) ได้เอ่ยปากขอ "เนยใส" จากชาวบ้าน มาฉัน ทำให้ชาวบ้านพากันเพ่งโทษ ติเตียน และโพนทะนาว่า "ไฉนพระภิกษุณีจึงขออาหารดีๆ มาฉันเอง อาหารอร่อยๆ ใครก็ชอบกันทั้งนั้น" เมื่อเรื่องทราบถึงพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงทรงเรียก ประชุมสงฆ์ ตำหนิกลุ่มภิกษุณีนั้น และทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามไว้ โดยเนื้อความในสิกขาบทต่อๆ มาถูกบัญญัติขึ้นในลักษณะเดียวกัน เมื่อมีการขอโภชนะประณีตชนิดอื่น

สิกขาบททั้ง 8 ข้อนี้ มีเนื้อหาและข้อบังคับเหมือนกันทุกประการ ต่างกันเพียงประเภทของ "โภชนะประณีต" ที่ทรงห้ามขอตามลำดับสิกขาบท ดังนี้

สิกขาบทที่ 1 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
เนยใสมาฉัน
สิกขาบทที่ 2 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
น้ำมัน มาฉัน
สิกขาบทที่ 3 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
น้ำผึ้ง มาฉัน
สิกขาบทที่ 4 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
น้ำอ้อย มาฉัน
สิกขาบทที่ 5 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
ปลา มาฉัน
สิกขาบทที่ 6 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
เนื้อมาฉัน
สิกขาบทที่ 7 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
นมสด มาฉัน
สิกขาบทที่ 8 ห้ามภิกษุณีที่ไม่เป็นไข้ ขอ
นมส้ม มาฉัน

ข้อยกเว้น
ภิกษุณีที่เป็นไข้
(มีความจำเป็นต้องฉันเพื่อรักษาโรคหรือบำรุงร่างกาย)
ภิกษุณีที่ไม่ได้ขอ แต่ชาวบ้านปวารณา
(ออกปากนิมนต์ไว้ก่อน) หรือถวายด้วยศรัทธาเอง
ภิกษุณีขอต่อเครือญาติ ของตนเอง
(บิดามารดา พี่น้อง หรือญาติที่ปวารณาไว้)
ภิกษุณีนำโภชนะที่เหลือของภิกษุณีอื่นที่เป็นไข้ มาฉัน
ภิกษุณีผู้เป็นต้นบัญญัติ
(ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ในคราวแรกที่ยังไม่มีพระวินัยข้อนี้)

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

14/3) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ข้อที่ [๔๘๔]
ภิกขุนีวิภังค์

ปาฏิเทสนียกัณฑ์

แม่เจ้าทั้งหลาย อนึ่ง ธรรม คือปาฏิเทสนียะ ๘ สิกขาบทเหล่านี้แลมาสู่อุเทศ.

ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๑
เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

          [๔๘๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาค พุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอเนยใส เขามาฉัน. คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณี ทั้งหลาย จึงได้ขอเนยใสเขามาฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อย ใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้ มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอ เนยใส เขามาฉันเล่า ...

ทรงสอบถาม
          พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอเนยใสเขามาฉัน จริงหรือ?
          ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
          พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณี ฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอเนยใสเขามาฉันเล่า การกระทำของพวกนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใส ของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส ...

          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลายจงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

พระบัญญัติ
          ๒๒๒. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด ขอเนยใสมาฉัน ภิกษุณีนั้นพึงแสดงคืนว่า แม่เจ้าดิฉัน ต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอัน พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

เรื่องภิกษุณีอาพาธ

          [๔๘๕] ต่อจากสมัยนั้นแล ภิกษุณีทั้งหลายอาพาธ. พวกภิกษุณีผู้พยาบาลไข้ ได้ถามภิกษุณี ผู้อาพาธทั้งหลายว่า แม่เจ้ายังพอทนอยู่หรือ ยังพอให้อัตภาพ เป็นไปได้ หรือ?

          ภิกษุณีอาพาธทั้งหลาย ตอบว่า แม่เจ้า เมื่อก่อนพวกดิฉัน ขอเนยใสเขามาฉันได้ ด้วยเหตุที่ฉันเนยใสนั้น พวกดิฉันจึงมีความผาสุก แต่บัดนี้ พวกดิฉันรังเกียจอยู่ว่า พระผู้มีพระภาค ทรงห้ามเสียแล้ว จึงไม่กล้าขอ เพราะเหตุที่ไม่ได้ฉันเนยใสนั้น ความ ผาสุก จึงไม่มีแก่พวกดิฉัน.

          ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค ...

ทรงอนุญาตเนยใส
          พระผู้มีพระภาค ทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุณี ผู้อาพาธขอเนยใสเขามาฉันได้.
          ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

พระอนุบัญญัติ
          ๒๒๒. ๑. ก. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่เป็นไข้ ขอเนยใสมาฉัน ภิกษุณีนั้น พึงแสดงคืน ว่า แม่เจ้า ดิฉันต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

สิกขาบทวิภังค์
          [๔๘๖] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ...
          บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณีที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.
          ที่ชื่อว่า ไม่เป็นไข้ คือเว้นเนยใสก็มีความผาสุก.
          ที่ชื่อว่า เป็นไข้ คือ เว้นเนยใสแล้วไม่มีความผาสุก.
          ที่ชื่อว่า เนยใส ได้แก่ เนยใสที่เกิดจากโคก็ดี ที่เกิดจากแพะก็ดี           ที่เกิดจากกระบือก็ดี หรือเนยใส แห่งสัตว์ที่มีมังสะ เป็นกัปปิยะ.

          ภิกษุณีไม่เป็นไข้ ขอมาเพื่อประโยชน์ตน เป็นทุกกฏในประโยค ได้มารับประเคน ไว้ ด้วยหมายใจว่า จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ ทุกๆ คำกลืน.

บทภาชนีย์
ติกะปาฏิเทสนียะ

           [๔๘๗] ภิกษุณีไม่เป็นไข้ สำคัญว่าไม่เป็นไข้ ขอเนยใสมาฉัน ต้องอาบัติ ปาฏิเทสนียะ.
          ภิกษุณีไม่เป็นไข้ มีความสงสัย ขอเนยใสมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ.
          ภิกษุณีไม่เป็นไข้ สำคัญว่าเป็นไข้ ขอเนยใสมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ.

ทุกะทุกกฏ
          ภิกษุณีเป็นไข้ สำคัญว่าไม่เป็นไข้ ต้องอาบัติทุกกฏ.
          ภิกษุณีเป็นไข้ มีความสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ.

ไม่ต้องอาบัติ
          ภิกษุณีเป็นไข้ สำคัญว่าเป็นไข้ ไม่ต้องอาบัติ.

อนาปัตติวาร
          [๔๘๘] อาพาธ ๑ อาพาธขอได้มา หายอาพาธแล้วจึงฉัน ๑ ฉันเนยใสที่เหลือ ของภิกษุณีผู้อาพาธ ๑ ฉันเนยใสของญาติ ๑ ฉันเนยใสของคนปวารณา ๑ ขอเพื่อประโยชน์ผู้อื่น ๑ จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.


2)
ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๒

เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

          [๔๘๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอน้ำมัน เขามาฉัน. คนทั้งหลายพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ขอน้ำมันเขามาฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อย ใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้น พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอน้ำมันเขามาฉันเล่า ...

พระบัญญัติ
          ๒๒๓. ๒. อนึ่ง ภิกษุณีใด ขอน้ำมันมาฉัน ภิกษุณีนั้นพึงแสดงคืนว่า แม่เจ้าดิฉัน ต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้


3)

ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๓
เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

          โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอน้ำผึ้งเขามาฉัน. คนทั้งหลายพากัน เพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ขอน้ำผึ้งเขามาฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อย ใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้นพากัน เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอน้ำผึ้งเขามาฉันเล่า ...

พระบัญญัติ
          ๒๒๔. ๓. อนึ่ง ภิกษุณีใดขอน้ำผึ้งเขามาฉัน ภิกษุณีนั้น พึงแสดงคืนว่า แม่เจ้าดิฉันต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการ


4)

ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๔
เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

          โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอน้ำอ้อยเขามาฉัน. คนทั้งหลาย พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ขอน้ำอ้อยเขามาฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อยใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้น พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์จึงได้ขอน้ำอ้อยเขามาฉันเล่า ...

พระบัญญัติ
          ๒๒๕. ๔. อนึ่ง ภิกษุณีใด ขอน้ำอ้อยมาฉัน ภิกษุณีนั้นพึงแสดงคืนว่า แม่เจ้าดิฉันต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.


5)

ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๕
เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

          โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอปลาเขามาฉัน. คนทั้งหลาย พากันเพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ขอปลา เขามา ฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อย ใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้น พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดา ที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอ ปลาเขามาฉันเล่า ...

พระบัญญัติ
          ๒๒๖. ๕. อนึ่ง ภิกษุณีใด ขอปลามาฉัน ภิกษุณีนั้น พึงแสดงคืนว่า แม่เจ้า ดิฉัน ต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอัน พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการ


6)

ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๖
เรื่องภิกษุฉัพพัคคีย์

          โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอเนื้อเขามาฉัน.

          คนทั้งหลายพากันเพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอ เนื้อเขา ฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อย ใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลายได้ยินคนพวกนั้น พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดา ที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอ เนื้อเขามาฉันเล่า ...

พระบัญญัติ
          ๒๒๗. ๖. อนึ่ง ภิกษุณีใด ขอเนื้อมาฉัน ภิกษุณีนั้น พึงแสดงคืนว่า แม่เจ้า ดิฉันต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปยะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.


7)

ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๗
เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

          โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอนมสดเขามาฉัน คนทั้งหลาย พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอนมสด เขามาฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อยใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้นพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดา ที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอนมสดเขามาฉันเล่า ...

พระบัญญัติ
          ๒๒๘. ๗. อนึ่ง ภิกษุณี ขอนมสดมาฉัน ภิกษุณีนั้นพึงแสดงคืนว่า แม่เจ้า ดิฉัน ต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.


8)

ปาฏิเทสนียะ สิกขาบทที่ ๘
เรื่องภิกษุณีฉัพพัคคีย์

          โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ ขอนมส้มเขามาฉัน. คนทั้งหลาย พากันเพ่งโทษติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ขอนมส้ม เขามาฉันเล่า อาหารที่พร้อมมูล ใครจะไม่พอใจ อาหารที่อร่อยใครจะไม่ชอบ.

          ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้น พากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดา ที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน ภิกษุณีฉัพพัคคีย์ จึงได้ขอนมส้มเขามาฉันเล่า ...

พระบัญญัติ
          ๒๒๙. ๘. อนึ่ง ภิกษุณีใด ขอนมส้มมาฉัน ภิกษุณีนั้นพึงแสดงคืนว่า แม่เจ้าดิฉัน ต้องธรรมที่น่าติ ไม่เป็นสัปปายะ ควรจะแสดงคืน ดิฉันแสดงคืนธรรมนั้น.

          ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุณีทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์