เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

พระสัตตรสวัคคีย์ได้ไปดูมหรสพบนยอดเขา ได้ฉันอาหารและของคบเคี้ยวในเวลาวิกาล 2554
 

(13) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๕๐๔]-[๕๐๗]

โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๗
เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์


พระสัตตรสวัคคีย์ฉันอาหารและของเคี้ยวในเวลาวิกาล
ครั้งนั้น ในพระนครราชคฤห์ มีมหรสพบนยอดเขา พระสัตตรสวัคคีย์ได้ไปดูมหรสพด้วยประชาชน เห็นภิกษุ จึงนิมนต์ให้สรงน้ำ ให้ลูบไล้ของหอม ให้ฉันอาหาร แล้วได้ถวายของเคี้ยวไปด้วย. พระสัตตรสวัคคีย์นำของเคี้ยวไปถึงอาราม บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ..ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า ไฉน พระสัตตรสวัคคีย์ จึงได้ฉันอาหารในเวลาวิกาลเล่า

พระบัญญัติ
อนึ่ง ภิกษุใด เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี ในเวลาวิกาล เป็นปาจิตตีย์

หัวข้อเรื่อง
1) เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) สิกขาบทวิภังค์
6) บทภาชนีย์ ติกะปาจิตตีย์
7) ทุกกฏ
8) ไม่ต้องอาบัติ
9) อนาปัตติวาร

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

13) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๕๐๘]- [๕๑๑] หน้าที่ ๔๕๕-๔๕๗.
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)
๔. โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๗
เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์

            [๕๐๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์. ครั้งนั้น ในพระนคร ราชคฤห์ มีมหรสพบนยอดเขา. พระสัตตรสวัคคีย์ได้ไปดูมหรสพบนยอดเขา.

            ประชาชน เห็นพระสัตตรสวัคคีย์ จึงนิมนต์ให้สรงน้ำ ให้ลูบไล้ของหอม ให้ฉันอาหารแล้ว ได้ถวายของเคี้ยวไปด้วย. พระสัตตรสวัคคีย์นำของเคี้ยวไปถึง อารามแล้ว ได้กล่าวคำนี้ กะ พระฉัพพัคคีย์ว่า อาวุโสทั้งหลายนิมนต์รับของเคี้ยว ไปขบฉันเถิด.

            พระฉัพพัคคีย์ถามว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกท่านได้ของเคี้ยวมาจากไหน?
            พระสัตตรสวัคคีย์ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่พระฉัพพัคคีย์.
            ฉ. อาวุโสทั้งหลาย ก็พวกท่านฉันอาหารในเวลาวิกาลหรือ
            ส. เป็นอย่างนั้น อาวุโสทั้งหลาย.

            พระฉัพพัคคีย์จึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระสัตตรสวัคคีย์ จึงได้ฉันอาหารในเวลาวิกาลเล่า แล้วแจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลาย.

            บรรดาภิกษุผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสัตตรสวัคคีย์ จึงได้ฉันอาหารในเวลาวิกาลเล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่ พระผู้มีพระภาค.

2) ทรงสอบถาม

            พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามพระสัตตรสวัคคีย์ว่า
            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธอฉันอาหารในเวลาวิกาล จริงหรือ?
            พระสัตตรสวัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า
             ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอจึงได้ฉันอาหารในเวลาวิกาลเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชน ที่เลื่อมใสแล้ว ... .
            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4) พระบัญญัติ

            ๘๖. ๗. อนึ่ง ภิกษุใด เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี ในเวลาวิกาล เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระสัตตรสวัคคีย์ จบ.


5) สิกขาบทวิภังค์

            [๕๐๙] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... .
            บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุที่ทรง ประสงค์ ในอรรถนี้.
            ที่ชื่อว่า เวลาวิกาล หมายตั้งแต่เวลาเที่ยงวันล่วงแล้วไปจนถึงอรุณขึ้น.
            ที่ชื่อว่า ของเคี้ยว คือ เว้นโภชนะ ๕ ของที่เป็นยามกาลิก สัตตาหกาลิก ยาวชีวิกนอกนั้นชื่อว่า ของเคี้ยว.
            ที่ชื่อว่า ของฉัน ได้แก่โภชนะ ๕ คือ ข้าวสุก ขนมสด ขนมแห้ง ปลา เนื้อ.
            ภิกษุรับไว้ด้วยตั้งใจว่า จักเคี้ยว จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ ขณะกลืน ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน.

6) บทภาชนีย์
ติกะปาจิตตีย์

            [๕๑๐] เวลาวิกาล ภิกษุสำคัญว่า เวลาวิกาล เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
            เวลาวิกาล ภิกษุสงสัย เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
            เวลาวิกาล ภิกษุสำคัญว่าในกาล เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดีต้องอาบัติปาจิตตีย์.

7) ทุกกฏ

            ภิกษุรับยามกาลิก สัตตาหกาลิก ยาวชีวิกไว้ เพื่อประสงค์เป็นอาหาร ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ขณะกลืน ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำกลืน.
            ในกาล ภิกษุสำคัญว่าวิกาล ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ในกาล ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

8) ไม่ต้องอาบัติ

            ในกาล ภิกษุสำคัญว่าในกาล ... ไม่ต้องอาบัติ.

9) อนาปัตติวาร

            [๕๑๑]
            ๑. ภิกษุฉันยามกาลิก สัตตาหกาลิก ยาวชีวิก เมื่อมีเหตุสมควร
            ๒ ภิกษุวิกลจริต
            ๓. ภิกษุอาทิกัมมิกะ
            ไม่ต้องอาบัติแล.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์