เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

  2549
 

 

 

 

 

 

 

หัวข้อเรื่อง
1) เรื่องบุรุษเข็ญใจ (1) โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๓
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) เรื่องคิลานสมัย (2)
6) ทรงอนุญาตให้ฉันโภชนะทีหลัง
7) พระอนุบัญญัติ ๑
8) เรื่องจีวรทานสมัย (3)
9) พระอนุบัญญัติ ๒
10) เรื่องจีวรกาลสมัย
11) พระอนุบัญญัติ ๓
12) เรื่องวิกัปภัตตาหารที่หวังว่าจะได้ (4)
13) คำวิกัปภัตตาหาร
14) สิกขาบทวิภังค์
15) บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์
16) ทุกทุกกฏ
17) ไม่ต้องอาบัติ
18) อนาปัตติวาร


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

(12) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๔๘๖] - [๔๙๓] หน้าที่ ๔๓๔-๔๔๐
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)
๔. โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๓
เรื่องบุรุษเข็ญใจ (เรื่องที่1 ในวรรคนี้)

            [๔๘๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน เขตพระนครเวสาลี. ครั้งนั้น ประชาชนได้จัดตั้งลำดับภัตตาหารอันประณีตไว้ ในพระนครเวสาลี.

            คราวนั้น กรรมกรเข็ญใจคนหนึ่งดำริว่า ทานนี้จักไม่เป็นกุศลเล็กน้อย เพราะ ประชาชนพวกนี้ ทำภัตตาหารโดยเคารพ ผิฉะนั้น เราควรทำภัตตาหารบ้าง ดังนั้นเขาจึง เข้าไปหานายกิรปติกะ บอกความจำนงว่าคุณครับ กระผมปรารถนาจะทำภัตตาหาร ถวายภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข, ขอท่านโปรดให้ค่าจ้างแก่กระผม แม้นาย กิรปติกะ นั้น ก็เป็นคนมีศรัทธาเลื่อมใส เขาจึงได้ให้ค่าจ้างแก่กรรมกรเข็ญใจนั้นเกินปกติ ฝ่ายกรรมกรเข็ญใจนั้น ได้เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่สมควร ส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลอาราธนาว่า ขอพระองค์พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ ทรงพระกรุณาโปรดรับภัตตาหารของข้าพระพุทธเจ้า เพื่อเจริญบุญกุศล และปีติ ปราโมทย์ ในวันพรุ่งนี้ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า.

            พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่นัก เธอจงทราบ. กรรมกรนั้น กราบทูลว่า ภิกษุสงฆ์หมู่ใหญ่ก็ไม่เป็นไร พระพุทธเจ้าข้า.             ผลพุทราข้าพระพุทธเจ้าจัดเตรียมไว้มาก อาหารที่เป็นเครื่องดื่ม เจือด้วยพุทราจักบริบูรณ์.

            พระผู้มีพระภาคทรงรับนิมนต์โดยดุษณีภาพ. ครั้นเขาทราบการรับนิมนต์ ของพระผู้มีพระภาคแล้ว ลุกจากที่นั่ง ถวายบังคมพระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณ หลีกไปแล้ว. ภิกษุทั้งหลายทราบข่าวว่า กรรมกรเข็ญใจผู้หนึ่ง นิมนต์ภิกษุสงฆ์มี พระพุทธเจ้า เป็นประมุข เพื่อฉันในวันพรุ่งนี้, อาหารที่เป็นเครื่องดื่ม เจือด้วยผล พุทราจักบริบูรณ์ เธอจึงเที่ยวบิณฑบาตฉันเสียแต่เช้า.

            ชาวบ้านทราบข่าวว่า กรรมกรเข็ญใจผู้หนึ่ง ได้นิมนต์ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้า เป็นประมุข เขาจึงนำของเคี้ยวของฉันเป็นอันมาก ไปช่วยกรรมกรเข็ญใจ. ส่วนกรรมกร เข็ญใจผู้นั้น สั่งให้ตกแต่งขาทนียโภชนียาหาร อันประณีต โดยล่วงราตรีนั้น แล้วให้ไป กราบทูลภัตตกาล แด่พระผู้มีพระภาคว่า ได้เวลาแล้ว พระพุทธเจ้าข้า ภัตตาหาร เสร็จแล้ว.

            ขณะนั้นแลเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงอันตรวาสกแล้ว ทรงบาตรจีวร เสด็จไปยังที่อยู่ของกรรมกรเข็ญใจผู้นั้น ประทับนั่งเหนือพุทธอาสน์ ที่เขาจัดถวาย พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์.จึงกรรมกรเข็ญใจผู้นั้น อังคาสภิกษุทั้งหลายในโรงภัตตาหาร.

            ภิกษุทั้งหลายพากันกล่าวอย่างนี้ว่า อาวุโส จงถวายแต่น้อยเถิด, จงถวาย แต่น้อยเถิด.

            กรรมกรกราบเรียนว่า พระคุณเจ้าทั้งหลาย โปรดอย่าเข้าใจว่า กระผมนี้เป็น กรรมกรเข็ญใจ แล้วรับแต่น้อยๆ เลย เจ้าข้า. ของเคี้ยวของฉันกระผมได้จัดหาไว้ มากมาย ขอพระคุณเจ้าทั้งหลาย ได้โปรดเรียกร้องตามประสงค์เถิด เจ้าข้า.

            ภิกษุทั้งหลายตอบว่า พวกฉันขอรับแต่น้อยๆ มิใช่เพราะเหตุนั้นเลย เพราะ พวกฉันเที่ยวบิณฑบาตฉัน มาแต่เช้าแล้วต่างหาก ฉะนั้น พวกฉันจึงขอรับแต่น้อยๆ.

            ลำดับนั้นแล กรรมกรเข็ญใจผู้นั้นจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระคุณเจ้า ผู้เจริญทั้งหลาย อันข้าพเจ้านิมนต์ไว้แล้ว จึงได้ฉันเสียในที่อื่นเล่า? ข้าพเจ้าไม่สามารถ จะถวายให้เพียงพอแก่ความต้องการหรือ.

            ภิกษุทั้งหลายได้ยินเขาเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ภิกษุทั้งหลายรับนิมนต์ไว้ในที่แห่งหนึ่งแล้ว ไฉนจึงได้ฉันเสีย ในที่อีกแห่งหนึ่งเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

2) ทรงสอบถาม

            พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกภิกษุรับนิมนต์ไว้ ในที่แห่งหนึ่งแล้ว ฉันเสียในที่อีกแห่งหนึ่ง จริงหรือ?

            ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย โมฆบุรุษเหล่านั้น รับนิมนต์ไว้ในที่แห่งหนึ่งแล้ว ไฉนจึงได้ฉันในที่อีกแห่งหนึ่งเล่า การกระทำของ โมฆบุรุษ พวกนั้น นั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชน ที่เลื่อมใสแล้ว ...

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4) พระบัญญัติ

            ๘๒. ๓. ก. เป็นปาจิตตีย์ เพราะโภชนะทีหลัง.ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอัน พระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้.

            เรื่องบุรุษเข็ญใจ จบ.


5) เรื่องคิลานสมัย (เรื่องที่2 ในวรรคนี้)

            [๔๘๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งอาพาธ. ภิกษุอีกรูปหนึ่ง นำบิณฑบาต เข้าไปถวาย ภิกษุผู้อาพาธนั้น แล้วได้กล่าวว่า อาวุโส นิมนต์ฉันเถิด.

            ภิกษุอาพาธปฏิเสธว่า ไม่ต้อง อาวุโส ความหวังจะได้ภัตตาหารของผมมีอยู่.
พอเวลาสาย ทายกนำบิณฑบาต มาถวายภิกษุอาพาธนั้น เธอฉันไม่ได้ตามที่คาดหมาย.
             ภิกษุทั้งหลาย จึงกราบทูลเนื้อความนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

6) ทรงอนุญาตให้ฉันโภชนะทีหลัง

            ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ ภิกษุอาพาธฉันโภชนะทีหลังได้.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

7) พระอนุบัญญัติ ๑

            ๘๒. ๓. ข. เว้นไว้แต่สมัย เป็นปาจิตตีย์ เพราะโภชนะทีหลัง. นี้สมัยในเรื่องนั้น คือ คราวเป็นไข้, นี้สมัยในเรื่องนั้น.

            ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

            เรื่องคิลานสมัย จบ.


8) เรื่องจีวรทานสมัย (เรื่องที่3 ในวรรคนี้)

            [๔๘๘] สมัยนั้นแล เป็นคราวที่ถวายจีวร ประชาชนพากันตกแต่งภัตตาหาร พร้อมด้วยจีวร แล้วนิมนต์ภิกษุทั้งหลายว่า พวกข้าพเจ้าจักนิมนต์ให้ท่านฉันแล้ว จักให้ ครองจีวรภิกษุทั้งหลาย รังเกียจว่าไม่รับนิมนต์ด้วยอ้างว่า โภชนะทีหลัง พระผู้มีพระภาค ทรงห้ามแล้วจีวร จึงเกิดขึ้นเล็กน้อย.
             ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.             พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในคราวที่ถวายจีวรกัน เราอนุญาตให้ฉันโภชนะทีหลังได้.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

9) พระอนุบัญญัติ ๒

            ๘๒. ๓. ค. เว้นไว้แต่สมัย เป็นปาจิตตีย์ เพราะโภชนะทีหลัง. นี้สมัยในเรื่องนั้น คือ คราวเป็นไข้ คราวที่ถวายจีวร, นี้สมัยในเรื่องนั้น.

            ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้.

            เรื่องจีวรทานสมัย จบ.


10) เรื่องจีวรกาลสมัย (เรื่องที่4 ในวรรคนี้)

            [๔๘๙] ต่อมาอีก ประชาชนนิมนต์ภิกษุทั้งหลาย ผู้ทำจีวรฉันภัตตาหาร.             ภิกษุทั้งหลาย รังเกียจไม่รับนิมนต์ด้วยอ้างว่า โภชนะทีหลัง พระผู้มีพระภาค ทรงห้ามแล้ว.
             ภิกษุทั้งหลายกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคทรง อนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในคราวที่ทำ จีวรกัน เราอนุญาตให้ฉันโภชนะทีหลังได้.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

11) พระอนุบัญญัติ ๓

            ๘๒. ๓. ง. เว้นไว้แต่สมัย เป็นปาจิตตีย์ เพราะโภชนะทีหลัง. นี้สมัยใน
เรื่องนั้น คือ คราวเป็นไข้ คราวที่ถวายจีวร คราวที่ทำจีวร, นี้สมัยในเรื่องนั้น.

            ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการ ฉะนี้.

            เรื่องจีวรกาลสมัย จบ.


12) เรื่องวิกัปภัตตาหารที่หวังว่าจะได้ (เรื่องที่5 ในวรรคนี้)

            [๔๙๐] ครั้งนั้นแลเป็นเวลาเช้า พระผู้มีพระภาคทรงอันตรวาสกแล้ว ทรงบาตร จีวร มีท่านพระอานนท์เป็น ปัจฉาสมณะ เสด็จเข้าสู่ตระกูลแห่งหนึ่ง ครั้นแล้วประทับนั่ง เหนือ พุทธอาสน์ที่เขาปูลาดถวาย.

             จึงชาวบ้านเหล่านั้นได้ถวายโภชนาหารแด่พระผู้มีพระภาคและท่าน
พระอานนท์ ท่านพระอานนท์รังเกียจ ไม่รับประเคน.

            พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า รับเถิด อานนท์.
            พระอานนท์กราบทูลว่า ไม่ควร พระพุทธเจ้าข้า, เพราะความหวัง จะได้ ภัตตาหาร ของข้าพระพุทธเจ้ามีอยู่.

            พระผู้มีพระภาครับสั่งว่า อานนท์ ถ้าเช่นนั้น เธอจึง วิกัป(แบ่งอาหารเป็นสองส่วน) แล้วรับเถิด.
            ครั้นแล้ว พระองค์ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้นในเพราะเหตุแรก เกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้วิกัปภัตตาหาร ที่หวังว่าจะได้แล้ว ฉันโภชนะทีหลังได้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุพึงวิกัปอย่างนี้:-

13) คำวิกัปภัตตาหาร

            ข้าพเจ้าให้ภัตตาหารที่หวังว่าจะได้ของข้าพเจ้า แก่ท่านผู้มีชื่อนี้.

            เรื่องวิกัปภัตตาหารที่หวังว่าจะได้ จบ.

14) สิกขาบทวิภังค์

            [๔๙๑] ที่ชื่อว่า โภชนะทีหลัง ความว่า ภิกษุรับนิมนต์ด้วยโภชนะ ๕ อย่างใด อย่างหนึ่งไว้แล้ว เว้นโภชนะนั้น ฉันโภชนะ ๕ อย่างใดอย่างหนึ่งอื่นนี่ชื่อว่า โภชนะ ทีหลัง.

            บทว่า เว้นไว้แต่สมัย คือ ยกเว้นสมัย.
            ที่ชื่อว่า คราวเป็นไข้ คือ ไม่สามารถจะเป็นผู้นั่งบนอาสนะอันเดียวฉันจนอิ่มได้.
ภิกษุคิดว่าเป็นคราวอาพาธ แล้วฉันได้.
            ที่ชื่อว่า คราวที่ถวายจีวร คือ เมื่อกฐินยังไม่ได้กราน ได้ท้ายฤดูฝน ๑ เดือน เมื่อกฐินกรานแล้ว เป็น ๕ เดือน.
            ภิกษุคิดว่าเป็นคราวที่ถวายจีวร แล้วฉันได้.
            ที่ชื่อว่า คราวที่ทำจีวร คือ เมื่อภิกษุทั้งหลายกำลังทำจีวรกันอยู่
            ภิกษุคิดว่า เป็นคราวที่ทำจีวรกัน แล้วฉันได้.
            เว้นไว้แต่สมัย ภิกษุรับประเคนไว้ด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ. ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน.


15) บทภาชนีย์
ติกปาจิตตีย์

            [๔๙๒] โภชนะทีหลัง ภิกษุสำคัญว่าโภชนะทีหลัง เว้นไว้แต่สมัย ฉันต้อง อาบัติปาจิตตีย์.
            โภชนะทีหลัง ภิกษุสงสัย เว้นไว้แต่สมัย ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
            โภชนะทีหลัง ภิกษุสำคัญว่ามิใช่โภชนะทีหลัง เว้นไว้แต่สมัย ฉัน ต้อง อาบัติปาจิตตีย์.

16) ทุกทุกกฏ

            ไม่ใช่โภชนะทีหลัง ภิกษุสำคัญว่าโภชนะทีหลัง ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ไม่ใช่โภชนะทีหลัง ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

17) ไม่ต้องอาบัติ

            ไม่ใช่โภชนะทีหลัง ภิกษุสำคัญว่ามิใช่โภชนะทีหลัง ... ไม่ต้องอาบัติ.

18) อนาปัตติวาร

            [๔๙๓]
ภิกษุฉันในสมัย
ภิกษุวิกัปแล้วฉัน
ภิกษุฉันบิณฑบาตที่รับนิมนต์ ไว้ ๒-๓ แห่งรวมกัน
ภิกษุฉันตามลำดับที่รับนิมนต์
ภิกษุรับนิมนต์ชาวบ้านทั้งมวล แล้วฉัน ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งในตำบลบ้านนั้น
ภิกษุรับนิมนต์หมู่ประชาชนทุกเหล่าแล้วฉัน ณ ที่แห่งใดแห่งหนึ่งในประชาชนหมู่นั้น
ภิกษุถูกเขานิมนต์ แต่บอกว่า จักรับภิกษา
ภัตตาหารที่เขาถวายเป็นนิตย์
ภัตตาหารที่เขาถวายด้วยสลาก
ภัตตาหารที่เขาถวายในปักษ์
ภัตตาหารที่เขาถวายในวันอุโบสถ
ภัตตาหารที่เขาถวายในวันปาฏิบท
ภิกษุฉันอาหารทุกชนิด เว้นโภชนะห้า
ภิกษุวิกลจริต
ภิกษุอาทิกัมมิกะ

ไม่ต้องอาบัติแล






 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์