เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ภิกษุณีถุลลนันทา ผู้เลื่อมใสพระเทวทัต ออกปากชักชวนให้โยมถวายอาหารแก่พระเทวทัต 2546
 

(10) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๔๖๑] -[๔๖๕]

ภิกษุณีถุลลนันทา ผู้เลื่อมใสพระเทวทัต วันหนึ่งท่านไปบิณฑบาต ที่บ้านเศรษฐี แล้วออกปาก แนะนำ (ชักชวน) ให้โยมถวายอาหารแก่พระเทวทัต โดยอ้างว่าพระเทวทัตเป็นพหูสูต และมี ธรรมวาที พระเทวทัตทราบดีว่าอาหารที่ได้มานั้น เกิดจากการที่ภิกษุณีช่วยพูดโน้มน้าว /แนะนำให้ โยมถวาย แต่ก็ยังรับและฉันอาหารนั้น

พระภิกษุผู้มักน้อยก็ตำหนิพระเทวทัต เพราะถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ที่พระจะฉันอาหาร ที่ได้มาจากการชักชวนของภิกษุณี


พระบัญญัติ ภิกษุใด รู้อยู่ ฉันบิณฑบาตอันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย... เป็นปาจิตตีย์


ข้อยกเว้น (ไม่ต้องอาบัติ)
ภิกษุณีนั้นเป็นญาติ ของภิกษุโยมหรือคฤหัสถ์นั้น ตั้งใจจะถวายอยู่ก่อนแล้ว (แม้ภิกษุณีไม่พูดเขา ก็ถวาย)ภิกษุฉันในที่ที่ ไม่ใช่บิณฑบาต (เช่น ฉันยา หรืออาหารที่ไม่ใช่ของเคี้ยวของฉันหลัก) ภิกษุผู้ไม่รู้ (ไม่ทราบว่าภิกษุณีเป็นคนแนะนำ )ภิกษุผู้วิกลจริต หรือเป็นต้นบัญญัติ

สิกขาบทนี้ ป้องกันไม่ให้พระภิกษุใช้ภิกษุณีเป็น "กระบอกเสียง" เพื่อขออาหารจากชาวบ้าน หรืออาศัยบารมีภิกษุณี มาแสวงหาลาภสักการะ


หัวข้อเรื่อง
1) เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา (โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙)
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง
6) ทรงอนุญาตให้ฉันบิณฑบาต ที่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน
7) พระอนุบัญญัติ
8) สิกขาบทวิภังค์
9) บทภาชนีย์
10) อนาปัตติวาร


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

(10) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๔๖๑] -[๔๖๕] หน้าที่ ๔๑๖-๔๑๙
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)
๓. โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙
เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

            [๔๖๑] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์.

            ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทา เป็นกุลุปิกา ของตระกูลแห่งหนึ่ง เป็นผู้รับ ภัตตาหารประจำอยู่

            ก็แลคหบดีนั้น ได้นิมนต์พระเถระทั้งหลายไว้. ครั้นเวลาเช้า ภิกษุณีถุลลนันทา ครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปสู่ตระกูลนั้น.

            ครั้นแล้วได้ถามคหบดีนั้นว่า ดูกรท่านคหบดี ท่านจัดของเคี้ยวของฉันนี้ ไว้มากมายทำไม
            ค. กระผมได้นิมนต์พระเถระทั้งหลายไว้ ขอรับ.
            ถุ. ดูกรคหบดี พระเถระเหล่านั้นคือใครบ้าง
            ค. คือพระคุณเจ้าสารีบุตร พระคุณเจ้ามหาโมคคัลลานะ พระคุณเจ้ามหา กัจจานะ พระคุณเจ้ามหาโกฏฐิตะ พระคุณเจ้ามหากัปปินะ พระคุณเจ้ามหาจุนทะ พระคุณเจ้าอนุรุทธะ พระคุณเจ้าเรวตะ พระคุณเจ้าอุบาลี พระคุณเจ้าอานนท์ พระคุณเจ้าราหุล.

            ถุ. ดูกรคหบดี ก็เมื่อพระเถระผู้ใหญ่มีปรากฏอยู่ ทำไมท่านจึงนิมนต์พระเล็กๆ เล่า
            ค. พระเถระผู้ใหญ่เหล่านั้นคือใครบ้าง ขอรับ
            ถุ. คือพระคุณเจ้าเทวทัต พระคุณเจ้าโกกาลิกะ พระคุณเจ้ากฏโมรกติสสกะ พระคุณเจ้าขัณฑเทวีบุตร, พระคุณเจ้าสมุทททัต.

            ในระหว่างที่ภิกษุณีถุลลนันทา พูดค้างอยู่เช่นนี้ พอดีพระเถระทั้งหลาย เข้ามาถึง. นางกลับพูดว่า ดูกรคหบดี ถูกแล้ว พระเถระผู้ใหญ่ทั้งนั้น ท่านนิมนต์มาแล้ว.

            ค. เมื่อกี้นี้เองแท้ๆ ท่านพูดว่า พระคุณเจ้าทั้งหลาย เป็นพระเล็กๆ เดี๋ยวนี้ กลับพูดว่าเป็นพระเถระผู้ใหญ่. คหบดีนั้นพูดแล้วขับนางออกจากเรือน และงดอาหาร ที่ถวายประจำ.

            บรรดาภิกษุที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระเทวทัตรู้อยู่จึงฉันบิณฑบาต อันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค ...

2) ทรงสอบถาม

            พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามพระเทวทัตว่า ดูกรเทวทัต ข่าวว่า เธอรู้อยู่ ฉันบิณฑบาตอันภิกษุณี แนะนำให้ถวาย จริงหรือ?
            พระเทวทัตทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษ ไฉนเธอรู้อยู่ จึงได้ฉัน บิณฑบาต อันภิกษุณีแนะนำให้ถวายเล่า การกระทำของเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความ เลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชน ที่เลื่อมใสแล้ว ...

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4) พระบัญญัติ

            ๗๘. ๙. ก. อนึ่ง ภิกษุใด รู้อยู่ ฉันบิณฑบาต อันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย เป็น ปาจิตตีย์.

            ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้ว แก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา จบ.


5) เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง

            [๔๖๒] สมัยนั้นแล ภิกษุรูปหนึ่งบวช มาจากพระนครราชคฤห์แล้ว ได้เดินทาง ไปยังตระกูลญาติ. คนทั้งหลายได้ตั้งใจจัดภัตตาหารถวาย ด้วยดีใจว่า ต่อนานๆ ท่านจึง ได้มา. ภิกษุณีกุลุปิกาของตระกูลนั้น ได้บอกแนะนำคนพวกนั้นว่า ขอพวกท่านจงถวาย ภัตตาหาร แก่พระคุณเจ้าเถิด.

            ฝ่ายภิกษุณีรูปนั้นรังเกียจว่า การที่ภิกษุรู้อยู่ ฉันบิณฑบาตที่ภิกษุณี แนะนำ ให้ถวาย พระผู้มีพระภาค ทรงห้ามไว้แล้วดังนี้ จึงไม่รับประเคน และไม่สามารถจะ เที่ยวไป บิณฑบาต ได้ขาดภัตตาหารแล้ว ครั้นเธอไปถึงพระอาราม แล้วแจ้งความนั้น แก่ภิกษุทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.

6) ทรงอนุญาตให้ฉันบิณฑบาต ที่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน

            ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในเพราะ คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน เราอนุญาตให้ภิกษุผู้รู้อยู่ ฉันบิณฑบาตที่ภิกษุณีแนะนำ ให้เขาถวายได้.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

7) พระอนุบัญญัติ

            ๗๘. ๙. ข. อนึ่ง ภิกษุใดรู้อยู่ ฉันบิณฑบาต อันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย เว้นแต่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องภิกษุรูปหนึ่ง จบ.


8) สิกขาบทวิภังค์

            [๔๖๓] -บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ...
            -บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่า ภิกษุที่ทรงประสงค์ในอรรถนี้.
            -ที่ชื่อว่า รู้ คือ รู้เอง หรือคนอื่นบอกเธอ หรือภิกษุณีนั้นบอก.
            -ผู้ชื่อว่า ภิกษุณี ได้แก่ สตรีผู้อุปสมบทแล้วในสงฆ์ ๒ ฝ่าย.
            -ที่ชื่อว่า แนะนำให้ถวาย คือ ภิกษุณีบอกแก่ผู้ไม่ประสงค์ จะถวายทาน ไม่ประสงค์จะทำบุญไว้แต่แรกว่า ท่านเป็นนักสวด ท่านเป็นผู้คงแก่เรียน ท่านเป็นผู้ เชี่ยวชาญ ในพระสุตตันตปิฎก ท่านเป็นพระวินัยธร ท่านเป็นพระธรรมกถึก ขอท่าน ทั้งหลายจงถวายทาน แก่ท่านเถิด ขอท่านทั้งหลาย จงทำบุญแก่ท่านเถิด ดังนี้ นี้ชื่อว่า แนะนำให้ถวาย.
            -ที่ชื่อว่า บิณฑบาต ได้แก่ โภชนะ ๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง.
            -บทว่า เว้นไว้แต่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน คือ ยกแต่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน.
            -ที่ชื่อว่า คฤหัสถ์ปรารภไว้ คือ เขาเป็นญาติ เป็นผู้ปวารณา หรือเขาจัดแจง ไว้ตามปกติ.
            เว้นจากบิณฑบาตที่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน ภิกษุรับประเคนไว้ด้วยตั้งใจว่าจักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ทุกๆ คำกลืน.

9) บทภาชนีย์

            [๔๖๔] -บิณฑบาตอันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย ภิกษุสำคัญว่าแนะนำให้ถวาย ฉัน เว้นไว้แต่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
            -บิณฑบาตอันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย ภิกษุสงสัย ฉัน เว้นไว้แต่คฤหัสถ์ปรารภ ไว้ก่อนต้องอาบัติทุกกฏ.
            -บิณฑบาตอันภิกษุณีแนะนำให้ถวาย ภิกษุสำคัญว่าไม่ได้แนะนำให้ถวาย ฉัน เว้นไว้แต่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน ไม่ต้องอาบัติ.
            -บิณฑบาตอันภิกษุณีผู้อุปสมบทในสงฆ์ฝ่ายเดียว แนะนำให้ถวาย ภิกษุฉัน เว้นไว้แต่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน ต้องอาบัติทุกกฏ.
            -บิณฑบาตอันภิกษุณีมิได้แนะนำให้ถวาย ภิกษุสำคัญว่าแนะนำให้ถวาย ฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
            -บิณฑบาตอันภิกษุณีมิได้แนะนำให้ถวาย ภิกษุสงสัย ฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
            -บิณฑบาตอันภิกษุณีมิได้แนะนำให้ถวาย ภิกษุสำคัญว่ามิได้แนะนำให้ถวาย ฉัน ไม่ต้องอาบัติ.

10) อนาปัตติวาร

[๔๖๕]
๑. ภิกษุฉันบิณฑบาตที่คฤหัสถ์ปรารภไว้ก่อน
๒. ภิกษุฉันบิณฑบาตอันสิกขมานาแนะนำให้ถวาย
๓. ภิกษุฉันบิณฑบาตอันสามเณรีแนะนำให้ถวาย
๔. ภิกษุฉันอาหารทุกชนิดเว้นโภชนะห้า
๕. ภิกษุวิกลจริต
๖. ภิกษุอาทิกัมมิกะ
ไม่ต้องอาบัติแล.

โอวาทวรรค สิกขาบทที่ ๙ จบ.



 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์