เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องการฉันอาหารในโรงทาน ภิกษุฉันอาหารในโรงทานได้ครั้งหนึ่งถ้าฉันยิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์ 2547
 

(11) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๔๗๐] - [๔๗๔]

การฉันอาหารในโรงทาน (โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑)

พระฉัพพัคคีย์ (และพวกรวม 6 คน) บิณฑบาตแล้วไม่ได้อาหาร
จึงพากันไปฉันในโรงทานเป็นประจำทุกวัน ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า ไฉนพวก พระสมณะ เชื้อสาย พระศากยบุตร จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ อาหารใน โรงทาน เขามิได้จัดไว้ เฉพาะท่านเหล่านี้, เขาจัดไว้เพื่อคนทั่วๆ ไป


พระบัญญัติ ภิกษุพึงฉันอาหารในโรงทาน ได้ครั้งหนึ่ง ถ้าฉันยิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์ ยกเว้น ภิกษุผู้อาพาธ


หัวข้อเรื่อง
1) เรื่องพระฉัพพัคคีย์ (โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑)
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) เรื่องพระสารีบุตร
6) ทรงอนุญาตให้ภิกษุอาพาธฉันอาหารในโรงทานได้
7) พระอนุบัญญัติ
8) สิกขาบทวิภังค์
9) บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์
10) ทุกะทุกกฏ
11) ไม่ต้องอาบัติ
12) อนาปัตติวาร

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 

 

(11) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๔๗๐] - [๔๗๔] หน้าที่ ๔๒๓-๔๒๕.
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)
ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๔
๔. โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑

เรื่องพระฉัพพัคคีย์

           [๔๗๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของ อนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ณ สถานอันไม่ห่างจากพระนครสาวัตถีนั้น มีประชาชนหมู่หนึ่ง ได้จัดตั้งอาหารไว้ในโรงทาน. พระฉัพพัคคีย์ครองผ้า เรียบร้อย แล้ว ถือบาตรจีวรเข้าไปบิณฑบาต ยังพระนครสาวัตถี, เมื่อไม่ได้อาหาร ได้พากันไปสู่ โรงทาน. ประชาชนตั้งใจอังคาสด้วยดีใจว่า แม้ต่อนานๆ ท่านจึงได้มา.

           ครั้นวันที่ ๒ และวันที่ ๓ เวลาเช้า พระฉัพพัคคีย์ ครองอันตรวาสกแล้ว ถือบาตร จีวร เข้าไปบิณฑบาตยังพระนครสาวัตถี, เมื่อไม่ได้อาหาร ได้พากันไปฉันในโรงทาน.

           ครั้นแล้วได้ปรึกษากันว่า พวกเราจักพากันไปสู่อารามทำอะไรกัน แม้พรุ่งนี้ ก็จักต้องมาที่นี่อีก จึงพากันอยู่ในโรงทานนั้นแหละ, ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ. พวกเดียรถีย์พากันหลีกไป.

            ประชาชนจึงเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนา ว่า ไฉนพวก พระสมณะ เชื้อสาย พระศากยบุตร จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำ อาหารใน โรงทานเขามิได้จัดไว้ เฉพาะท่านเหล่านี้, เขาจัดไว้เพื่อคนทั่วๆ ไป.

           ภิกษุทั้งหลายได้ยินประชาชนเหล่านั้น เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่. บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนพระฉัพพัคคีย์ จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทานเป็นประจำเล่า ... .

2) ทรงสอบถาม

           พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามพระฉัพพัคคีย์ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า พวกเธออยู่ฉันอาหาร ในโรงทานเป็นประจำ จริงหรือ?
           พระฉัพพัคคีย์ทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

           พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรโมฆบุรุษทั้งหลาย ไฉนพวกเธอ จึงได้อยู่ฉันอาหารในโรงทา นเป็นประจำเล่า การกระทำของพวกเธอนั่น ไม่เป็นไปเพื่อ ความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชน ที่เลื่อมใสแล้ว ... .

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

4) พระบัญญัติ

           ๘๐.๑. ก. ภิกษุพึงฉันอาหารในโรงทาน ได้ครั้งหนึ่ง ถ้าฉันยิ่งกว่านั้น เป็น ปาจิตตีย์.

           ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

เรื่องพระฉัพพัคคีย์ จบ.


5) เรื่องพระสารีบุตร (อาพาธ)

           [๔๗๑] สมัยต่อมา ท่านพระสารีบุตร เดินทางไปพระนครสาวัตถี ในโกศลชนบท ได้ไปยังโรงทานแห่งหนึ่ง. ประชาชนตั้งใจอังคาส(ถวายอาหาร)ด้วยดีใจว่า แม้ต่อนานๆ พระเถระ จึงได้มา.

           ครั้นท่านพระสารีบุตร ฉันอาหารแล้ว บังเกิดอาพาธหนัก ไม่สามารถจะหลีกไป จากโรงทานนั้นได้. ครั้นวันที่ ๒ ประชาชนพวกนั้นได้กราบเรียนท่านว่า นิมนต์ฉันเถิด เจ้าข้า.

           จึงท่านพระสารีบุตร รังเกียจอยู่ว่า พระผู้มีพระภาค ทรงห้ามการอยู่ฉันอาหาร ในโรงทานเป็นประจำ ดังนี้ จึงไม่รับนิมนต์ท่าน ได้ยอมอดอาหารแล้ว.

           ครั้นท่านเดินทางไปถึงพระนครสาวัตถีแล้ว ได้แจ้งเรื่องนั้นแก่ภิกษุทั้งหลายๆ ได้กราบทูลเนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

6) ทรงอนุญาตให้ภิกษุอาพาธฉันอาหารในโรงทานได้

           ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุ ผู้อาพาธ อยู่ฉันอาหาร ในโรงทานเป็นประจำได้.

           ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

7) พระอนุบัญญัติ

           ๘๐.๑. ข. ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธ พึงฉันอาหาร ในโรงทานได้ครั้งหนึ่ง ถ้าฉัน
ยิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องพระสารีบุตร จบ.


8) สิกขาบทวิภังค์

           [๔๗๒] -ที่ชื่อว่า มิใช่ผู้อาพาธ คือ สามารถจะหลีกไปจากโรงทานนั้นได้.
           -ที่ชื่อว่า ผู้อาพาธ คือ ไม่สามารถจะหลีกไปจากโรงทานนั้นได้.
           -ที่ชื่อว่า อาหารในโรงทาน ได้แก่ โภชนะ ๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งเขาจัดตั้งไว้
ณ ศาลา ปะรำ โคนไม้ หรือที่กลางแจ้งมิได้จำเพาะใคร มีพอแก่ความต้องการ.

           ภิกษุมิใช่ผู้อาพาธฉันได้ครั้งหนึ่ง หากฉันเกินกว่านั้น รับประเคนด้วยตั้งใจว่า จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ กลืนกิน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน.

9) บทภาชนีย์
ติกปาจิตตีย์

           [๔๗๓] -มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่ามิใช่ผู้อาพาธ ฉันอาหารในโรงทาน ยิ่งกว่านั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
           -มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสงสัย ฉันอาหารในโรงทาน ยิ่งกว่านั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
           -มิใช่ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่าผู้อาพาธ ฉันอาหารในโรงทาน ยิ่งกว่านั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

10) ทุกะทุกกฏ

           ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่ามิใช่ผู้อาพาธ ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
           ผู้อาพาธ ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

11) ไม่ต้องอาบัติ

           ผู้อาพาธ ภิกษุสำคัญว่าผู้อาพาธ ... ไม่ต้องอาบัติ.


12) อนาปัตติวาร

           [๔๗๔]
           ๑.ภิกษุอาพาธ
           ๒.ภิกษุไม่อาพาธฉันครั้งเดียว
           ๓.ภิกษุเดินทางไป หรือเดินทางกลับมาแวะฉัน
           ๔. เจ้าของนิมนต์ให้ฉัน
           ๕.ภิกษุฉันอาหารที่เขาจัดไว้จำเพาะ
           ๖.ภิกษุฉันอาหารที่เขามิได้จัดไว้มากมาย
           ๗.ภิกษุฉันอาหารทุกชนิดเว้นโภชนะห้า
           ๘.ภิกษุวิกลจริต
           ๙.ภิกษุอาทิกัมมิกะ
           ไม่ต้องอาบัติแล.

โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๑ จบ.

 

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์