เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  ม้าอาชาไนย 4 ประเภท 148  
 
ม้าอาชาไนย 4 ประเภท
จำพวกที่ 1
ไม่ต้องรอ ให้นายสารถีเอาปฎักมา แทงหลัง แค่เห็นเงาปฎัก
บางคนรู้ข่าวคนอื่นได้รับทุกข์ หรือถึงแก่ความตาย ก็เร่งขวนขวายทำความดี เพราะรู้ว่าหลีกหนีไม่พ้น
จำพวกที่ 2
แม้เห็นเงาปฎักก็หาได้ยำเกรง ต้องรอให้นายสารถี เอาปฎัก แทงทะลุขุมขน
บางคนรู้ข่าวคนอื่นได้รับทุกข์ หรือตายต่อหน้า ก็เร่งขวนขวายทำความดี เพราะรู้ว่าหลีกหนีไม่พ้น
จำพวกที่ 3
แม้เห็นเงาปฎักนายสารถีก็ไม่รู้สึกรู้สา แม้ถูกปฎักแทงทะลุขุมขน ก็ยังไม่สำเหนียก นายสารถีต้องเอาปฎัก แทงทะลุไปถึงเนื้อ
บางคนรอให้เห็นญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ชิด ได้รับ ทุกข์ หรือ ถึงแก่ความตายเสียก่อน จึงยอมเร่งสร้าง บุญสร้างกุศล เพราะรู้ว่า สิ่งเหล่านั้นหลีกหนีไม่พ้น
จำพวกที่ 4
คือม้าอาชาไนยที่เห็นเงาปฎักก็ไม่กลัว ถูกแทงไปถึงขุมขนก็ไม่ตระหนัก นายสารถี แทงปฎัก ทะลุไปถึงเนื้อ ก็ยังไม่ทำตาม จนกระทั่งปลายปฎัก ทะลุ ไปถึงกระดูกจึงค่อย สลดลง

บางคนได้ข่าวเรื่องทุกข์ หรือความตายของคนอื่นก็เฉยๆ เห็นความทุกข์ ความตายของคนอื่น ก็เฉยๆ
เห็นญาติพี่น้อง คนใกล้ตนประสบความทุกข์ เผชิญความ ตายก็ยังไม่นำพา กระทั่งความทุกข์นั้น มาถึงตนเอง พร้อมความตายที่กำลัง คืบคลาน มาหาอยู่เบื้องหน้า จึงเร่งสร้างบุญสร้างกุศล เพราะรู้ว่า สิ่งเหล่านั้นหลีกหนีไม่พ้น
 


ม้าอาชาไนย ๔ ประเภท
(ปโตทสูตร)


“ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนยตัวเจริญ 4 จำพวกนี้ มีปรากฏอยู่ในโลก 4 จำพวก เป็นไฉน คือม้าอาชาไนยตัวเจริญบางตัวในโลกนี้พอเห็นเงาปฏักเข้า ก็ย่อมสลดถึง ความ สังเวช ว่าวันนี้นายสารถีผู้ฝึกม้าจักให้เราทำเหตุอะไรหนอ เราจักตอบแทน แก่เขาอย่างไร

ดูกรภิกษุทั้งหลายม้าอาชาไนยตัวเจริญบางตัวในโลกนี้แม้เห็นปานนี้ก็มี นี้เป็นม้า อาชาไนยตัวเจริญที่ 1 ที่ปรากฏอยู่ในโลก”

พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
เปรียบ ม้าอาชาไนยจำพวกที่ 1

ว่าพอ เห็นเงาปฎัก ของนายสารถีผู้บังคับม้า ก็ย่อมสำเหนียกรับรู้ว่าจะต้องทำการใด เพื่อสนองแก่นายสารถีโดย ไม่ต้องรอ ให้นายสารถีเอาปฎักมาแทงหลัง
ดุจบุคคล บางคนที่เพียงรู้ข่าวคนอื่นได้รับความทุกข์หรือถึงแก่ความตาย ก็เร่งขวนขวาย ทำความดี เพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นหลีกหนีไม่พ้น

ม้าอาชาไนยจำพวกที่ 2
คือม้าอาชาไนยที่แม้เห็นเงาปฎักก็หาได้ยำเกรง ต้องรอให้นายสารถี เอาปฎักแทง ทะลุ ขุมขน เสียก่อนจึงค่อยสำเหนียกรับรู้ว่า จะต้องทำการใดเพื่อสนองแก่นายสารถี ดุจบุคคลบางคนที่ต่อ
เมื่อได้เห็นบุคคลอื่นได้รับความทุกข์ หรือถึงแก่ความ ตายไป ต่อหน้า  จึงจะเร่งขวนขวายทำความดีเพราะรู้ว่าสิ่งเหล่านั้นหลีกหนีไม่พ้น

ม้าอาชาไนยจำพวกที่ 3
ก็คือม้าอาชาไนยที่แม้เห็นเงาปฎักนายสารถีก็ไม่รู้สึกรู้สา แม้ถูกปฎักแทงทะลุขุมขน ก็ยัง ไม่สำเหนียก นายสารถีต้องเอาปฎักแทงทะลุไปถึงเนื้อจึงยอมสลดจดจำ กระทำตาม ที่นายสารถีบัญชา
ดุจบุคคลบางคนที่รอให้เห็นญาติพี่น้อง หรือคนใกล้ชิด ของตนได้รับ ความทุกข์ หรือ ถึงแก่ความตายเสียก่อน เขาจึงจะยอมเร่งสร้างบุญสร้างกุศล เพราะรู้ว่า สิ่งเหล่านั้นหลีกหนีไม่พ้น

ม้าอาชาไนยจำพวกที่ 4
คือม้าอาชาไนยที่เห็นเงาปฎักก็ไม่กลัว ถูกแทงไปถึงขุมขนก็ไม่ตระหนัก นายสารถี แทง ปฎัก ทะลุไปถึงเนื้อก็ยังไม่ทำตาม จนกระทั่งปลายปฎักทะลุ ไปถึงกระดูก จึงค่อย สลดลง ดุจบุคคลที่ได้ข่าวเรื่องความทุกข์ความตาย ของคนอื่นก็เฉยๆ เห็นความทุกข์ ความตายของคนอื่นก็เฉยๆ เห็นญาติพี่น้อง คนใกล้ตน ประสบความ ทุกข์ เผชิญความ ตายก็ยังไม่นำพา กระทั่งความทุกข์นั้นมาถึงตนเอง พร้อมความ ตาย ที่กำลังคืบคลาน มาหาอยู่เบื้องหน้า จึงเร่งสร้างบุญสร้างกุศลเพราะรู้ว่า สิ่งเหล่า นั้นหลีกหนีไม่พ้น

ฉบับหลวง เล่มที่ ๒๑ สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต หน้าที่ ๑๑๔

ม้าอาชาไนย ๔ ประเภท
(ปโตทสูตร)


           [๑๑๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนยตัวเจริญ ๔ จำพวกนี้มีปรากฏ อยู่ในโลก ๔จำพวกเป็นไฉน

คือ

(1) ม้าอาชาไนย
ตัวเจริญบางตัวในโลกนี้ พอเห็นเงา ปะฏักเข้า ก็ย่อมสลด ถึง ความสังเวชว่า วันนี้นายสารถีผู้ฝึกม้าจักให้เราทำเหตุอะไรหนอ เราจักตอบแทน แก่เขาอย่างไรดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนยตัวเจริญบางตัวในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ ก็มี นี้เป็นม้าอาชาไนยตัวเจริญที่ ๑ มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

อีกประการหนึ่ง
(2) ม้าอาชาไนย ตัวเจริญบางตัวในโลกนี้ เห็นเงาปะฏักแล้วย่อมไม่สลด ไม่ถึง ความสังเวชเลยทีเดียว แต่เมื่อถูกแทงด้วยปะฏักที่ขุมขนจึงสลด ถึงความสังเวช ว่า วันนี้นายสารถีผู้ฝึกม้าจักให้เราทำเหตุอะไรหนอเราจักตอบแทนแก่เขาอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนยตัวเจริญบางตัวในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ก็มี นี้เป็นม้า อาชาไนยตัวเจริญที่ ๒ มีปรากฏอยู่ใน โลก ฯ

อีกประการหนึ่ง
(3) ม้าอาชาไนย ตัวเจริญบางตัวในโลกนี้ เห็นเงาปะฏักแล้วย่อมไม่สลดไม่ถึง ความสังเวช แม้ถูกแทงด้วยปะฏักที่ขุมขนก็ไม่สลดไม่ถึงความสังเวช แต่เมื่อถูกแทง ด้วยปะฏักถึงผิวหนังจึงสลด ถึงความสังเวชว่าวันนี้นายสารถีผู้ฝึกม้า จักให้เราทำ เหตุอะไรหนอ เราจักตอบแทนแก่เขาอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนย ตัวเจริญ บางตัวในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ก็มี นี้เป็นม้า อาชาไนยตัวเจริญที่ ๓ มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

อีกประการหนึ่ง
(4) ม้าอาชาไนย ตัวเจริญ บางตัวในโลกนี้ เห็นเงาปะฏักก็ไม่สลด ไม่ถึงความ สังเวช แม้ถูกแทงด้วยปะฏัก ที่ขุมขนก็ไม่สลด ไม่ถึงความสังเวช แม้ถูกแทงด้วย ปะฏัก ถึงผิวหนังก็ไม่สลด ไม่ถึงความสังเวช แต่เมื่อถูกแทงด้วยปะฏักถึงกระดูก จึงสังเวช ถึงความสลดว่า วันนี้นายสารถีผู้ฝึกม้าจักให้เราทำเหตุอะไรหนอ เราจักตอบแทน แก่เขาอย่างไร ดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนยตัวเจริญบางตัว ในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ ก็มี นี้เป็นม้าอาชาไนยตัวเจริญที่ ๔ มีปรากฏอยู่ในโลก ดูกรภิกษุทั้งหลาย ม้าอาชาไนย ตัวเจริญ ๔ จำพวกนี้แลมีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

---------------------------------------------------------

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๔ จำพวก มีปรากฏอยู่ในโลกฉันนั้น เหมือน กัน ๔ จำพวกเป็นไฉน

คือ

(1) บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ บางคนในโลกนี้ได้ฟังว่า ในบ้านหรือในนิคมโน้น มีหญิง หรือ ชายถึงความทุกข์ หรือทำกาลกิริยาเขาย่อมสลด ถึงความสังเวชเพราะ เหตุนั้น เป็นผู้สลดแล้ว เริ่มตั้งความเพียรไว้โดยแยบคาย มีใจเด็ดเดี่ยว ย่อม กระทำให้แจ้ง ซึ่งปรมสัจจะด้วยนามกาย และเห็นแจ้งแทงตลอด ด้วยปัญญา ม้าอาชาไนยตัวเจริญ พอเห็นเงาปะฏัก ย่อมสลดถึงความ สังเวช แม้ฉันใด เรากล่าวบุรุษอาชาไนยผู้เจริญนี้ เปรียบฉันนั้นดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนย ผู้เจริญบางคนในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ ก็มีนี้เป็นบุรุษ อาชาไนยผู้เจริญที่ ๑ มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ

อีกประการหนึ่ง
(2) บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ บางคนในโลกนี้ ไม่ได้ฟังว่าในบ้านหรือในนิคมโน้น มีหญิง หรือชายถึงความทุกข์ หรือทำกาลกิริยา แต่เขาเห็นหญิงหรือชายผู้ถึง ความทุกข์ หรือทำกาลกิริยาเอง เขาจึงสลด ถึงความสังเวชเพราะเหตุนั้น เป็นผู้สลดแล้ว เริ่มตั้ง ความเพียรไว้ โดยแยบคาย มีใจเด็ดเดี่ยวย่อมกระทำให้แจ้งซึ่ง ปรมสัจจะด้วย นามกาย และเห็นแจ้งแทงตลอดด้วยปัญญาม้าอาชาไนย ตัวเจริญ ถูกแทงด้วย ปะฏัก ที่ขุมขนย่อมสลดถึงความสังเวช แม้ฉันใดเรากล่าวบุรุษ อาชาไนย ผู้เจริญนี้เปรียบ ฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยผู้เจริญบางคนในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ก็มี นี้เป็นบุรุษ อาชาไนยผู้เจริญที่ ๒ มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ


อีกประการหนึ่ง

(3) บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ บางคนในโลกนี้ ไม่ได้ฟังว่าในบ้านหรือในนิคมโน้น มีหญิง หรือชายถึงความทุกข์ หรือทำกาลกิริยา และไม่ได้เห็นหญิงหรือชาย ผู้ถึง ความทุกข์ หรือทำกาลกิริยาเอง แต่ญาติหรือสาโลหิตของเขาถึงความทุกข์ หรือ ทำกาลกิริยา เขาจึงสลด ถึงความสังเวชเพราะเหตุนั้น เป็นผู้สลดแล้ว เริ่มตั้งความ เพียรไว้ โดยแยบคาย มีใจเด็ดเดี่ยว ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งปรมสัจจะ ด้วยนามกาย และเห็นแจ้ง แทงตลอดด้วยปัญญา ม้าอาชาไนยตัวเจริญถูกแทงผิวหนังจึงสลด ถึงความสังเวช แม้ฉันใด เรากล่าวบุรุษอาชาไนยผู้เจริญนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยผู้เจริญบางคนในโลกนี้แม้เห็นปานนี้ก็มี นี้เป็นบุรุษ อาชาไนยผู้เจริญที่ ๓ มี ปรากฏอยู่ในโลก ฯ

อีกประการหนึ่ง
(4) บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ บางคนในโลกนี้ ไม่ได้ฟังว่าในบ้านหรือ ในนิคมโน้น มีหญิงหรือชายถึงความทุกข์ หรือทำกาลกิริยา และไม่ได้เห็นหญิง หรือชาย ผู้ถึง ความทุกข์ หรือทำกาลกิริยาเอง ทั้งญาติหรือสาโลหิตของเขา ก็ไม่ถึงทุกข์ หรือทำ กาลกิริยา แต่เขาเองทีเดียว อันทุกขเวทนาเป็นไปทาง สรีระกล้าแข็ง เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าพอใจ แทบจะนำชีวิตไปเสีย ถูกต้องแล้วเขาจึงสลด ถึงความสังเวช เพราะเหตุนั้น เป็นผู้สลดแล้วเริ่มตั้งความเพียรไว้โดยแยบคายมีใจเด็ดเดี่ยว ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งปรมสัจจะด้วยนามกาย และเห็นแจ้งแทงตลอด ด้วยปัญญาม้า อาชาไนยตัวเจริญถูกแทงด้วยปะฏัก ถึงกระดูก จึงสลดถึงความสังเวช แม้ฉันใด เรากล่าว บุรุษอาชาไนยผู้เจริญนี้เปรียบฉันนั้น ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนย ผู้เจริญ บางคนในโลกนี้ แม้เห็นปานนี้ก็มี นี้เป็นบุรุษอาชาไนยผู้เจริญที่ ๔ มีปรากฏอยู่ในโลก

ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๔ จำพวกนี้แล มีปรากฏอยู่ในโลก ฯ