เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
 
ค้นหาคำที่ต้องการ          

 
  ญาณวัตถุ ๔๔ 116  
 


วัตถุ ๔๔

(อริยสัจสี่ +ปฏิจจ)

ภิกษุ ท. ! เราจักแสดง ซึ่งญาณวัตถุ ๔๔ อย่าง แก่พวกเธอทั้งหลาย.พวกเธอทั้งหลายจงฟังข้อความนั้น จงกระทำในใจให้สำเร็จประโยชน์, เราจักกล่าวบัดนี้.
ครั้นภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น ทูลรับสนองพระพุทธดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสถ้อยคำเหล่านี้ว่า :-

ภิกษุ ท. ! ก็ ญาณวัตถุ ๔๔ อย่าง เป็นอย่างไรเล่า ?

ญาณวัตถุ ๔๔ อย่างคือ :-

(หมวด ๑)
๑. ญาณ คือความรู้ ในชรามรณะ
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งชรามรณะ
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งชรามรณะ
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งชรามรณะ

(หมวด ๒)
๑. ญาณ คือความรู้ ในชาติ
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งชาติ
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งชาติ
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งชาติ

(หมวด ๓)
๑. ญาณ คือความรู้ ในภพ
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งภพ
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งภพ
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งภพ

(หมวด ๔)
๑. ญาณ คือความรู้ ในอุปาทาน
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งอุปาทาน
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งอุปาทาน
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งอุปาทาน

(หมวด ๕)
๑. ญาณ คือความรู้ ในตัณหา
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งตัณหา
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งตัณหา
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งตัณหา

(หมวด ๖)
๑. ญาณ คือความรู้ ในเวทนา
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งเวทนา
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งเวทนา
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งเวทนา

(หมวด ๗)
๑. ญาณ คือความรู้ ในผัสสะ
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งผัสสะ
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งผัสสะ
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งผัสสะ

(หมวด ๘)
๑. ญาณ คือความรู้ ในสฬายตนะ
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งสฬายตนะ
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งสฬายตนะ
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งสฬายตนะ

(หมวด ๙)
๑. ญาณ คือความรู้ ในนามรูป
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งนามรูป
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งนามรูป
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งนามรูป

(หมวด ๑๐)
๑. ญาณ คือความรู้ ในวิญญาณ
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งวิญญาณ
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งวิญญาณ
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งวิญญาณ

(หมวด ๑๑)
๑. ญาณ คือความรู้ ในสังขารทั้งหลาย
๒. ญาณ คือความรู้ ในเหตุให้เกิดขึ้นแห่งสังขาร
๓. ญาณ คือความรู้ ในความดับไม่เหลือแห่งสังขาร
๔. ญาณ คือความรู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งสังขาร

ภิกษุ ท. ! เหล่านี้เรียกว่า ญาณวัตถุ ๔๔ อย่าง

(พระสูตรนี้ไปไม่ถึง อวิชชา)

https://www.youtube.com/watch?v=7LFPrrogE8U




ความหมายของปฏิจจสมุปบาท แต่ละอาการ
(พูดคลุม อาการของสัตว์ทั้งหลาย ทั้ง ๕ คติ)

ชรามรณะ เป็นอย่างไรเล่า?
ชรา
ความแก่ ความคร่ำคร่า ความมีฟันหลุด มีผมหงอก มีหนังเหี่ยว ความสิ้นไปแห่งอายุ ความแก่รอบแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย ในสัตว์นิกายนั้นๆ ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นๆ

มรณะ เป็นอย่างไรเล่า?
การจุติ ความเคลื่อน การแตกสลาย การหายไป การวายชีพ การตาย การทำกาละ การแตก แห่งขันธ์ทั้งหลาย การทอดทิ้งร่าง การขาดแห่งอินทรีย์คือชีวิต จากสัตว์นิกายนั้น ๆ ของสัตว์ทั้งหลายเหล่านั้น ๆ

ชาติ เป็นอย่างไรเล่า?
การเกิด การกำเนิด การก้าวลง (สู่ครรภ์)
การบังเกิด การบังเกิดโดยยิ่ง ความปรากฏ ของขันธ์ทั้งหลาย การที่สัตว์ได้ซึ่งอายตนะทั้งหลาย ในสัตว์นิกายนั้น ๆ ของสัตว์ ทั้งหลายเหล่านั้น ๆ

ภพ เป็นอย่างไรเล่า?
ภพทั้งหลาย ๓ อย่างเหล่านี้ คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ

อุปาทาน เป็นอย่างไรเล่า?
อุปาทานทั้งหลาย ๔ อย่าง เหล่านี้ คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน สีลัพพัตตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน

ตัณหา เป็นอย่างไรเล่า?
หมู่แห่งตัณหาทั้งหลาย ๖ หมู่ (อายตนะ) เหล่านี้คือ รูปตัณหา สัททตัณหา คันธตัณหา รสตัณหา โผฎฐัพพตัณหา ธัมมตัณหา

เวทนา เป็นอย่างไรเล่า?
หมู่เวทนา ทั้งหลาย ๖ หมู่ (อายตนะ) เหล่านี้ คือ จักขุสัมผัสชาเวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนา ฆานสัมผัสสชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา กายสัมผัสชาเวทนา มโนสัมผัสสชา-เวทนา

ผัสสะ เป็นอย่างไรเล่า?
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! หมู่ผัสสะ ทั้งหลาย ๖ หมู่เหล่านี้ คือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัสส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัส

สฬายตนะ เป็นอย่างไรเล่า?
จักข์วายตนะ โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ มนายตนะ

นามรูป เป็นอย่างไรเล่า?
เวทนา สัญญา เจตนาผัสสะ มนสิการ นี้ เรียกว่า นาม. มหาภูตทั้งสี่ด้วย
รูป ที่อาศัยมหาภูตทั้งสี่ด้วย: นี้ เรียกว่า รูป. นามนี้ด้วย รูปนี้ด้วย ย่อมมีอยู่ดังนี้

วิญญาณ เป็นอย่างไรเล่า?
หมู่วิญญาณทั้งหลาย ๖ หมู่เหล่านี้ คือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณ มโนวิญญาณ

สังขารทั้งหลาย เป็นอย่างไรเล่า?
สังขารทั้งหลาย ๓ อย่างเหล่านี้ คือ กายสังขาร วจีสังขาร จิตตสังขาร

อวิชชา เป็นอย่างไรเล่า?
ความไม่รู้อันใดแล เป็นความไม่รู้ในทุกข์ เป็นความไม่รู้ในเหตุ ให้เกิดขึ้นแห่งทุกข์ เป็นความไม่รู้ในความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ เป็นความไม่รู้ ในข้อปฏิบัติเครื่องทำสัตว์ ให้ลุถึงความดับไม่เหลือแห่งทุกข์