เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
  ประวัติบุคคล และสถานที่ ในสมัยพุทธกาล
ค้นหาคำที่ต้องการ                    

  พระเจ้ามหานามะ ครองกรุงกบิลพัสดิ์ต่อจากพระเจ้าสุทโธทนะ    เป็นเอตทัคคะผู้ถวายทานอันประณีต พระองค์เป็นโสดาบันประเภทสัตตักขัตตุปรมังเ 121    
ข้อมูลของบุคคล และสถานที่เมื่อครั้งพุทธกาล รวมรวมมาจากหลายๆแหล่ง อาจไม่ใช่คำกล่าวของพระศาสดา หรือของสาวกที่เชื่อถือได้ บางเรื่องไม่ได้กล่าวไว้
ในพระไตรปิฏก บางเรื่องได้แต่งเสริม ทำให้ดูคล้ายนิยายปรำปราที่เล่าสืบต่อกันมา ผู้ที่ศึกษาจึงควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน และพิจารณาตาม “กาลามสูตร



พระเจ้ามหานามะ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

พระเจ้ามหานามศากยราชา เอตทัคคะผู้ถวายทานอันประณีต มีพระอนุชา 1 พระองค์ คือ เจ้าชายอนุรุทธะ เอตทัคคะผู้ได้ตาทิพย์ พระเจ้ามหานามะ ประสูติในพระราชวังกรุงกบิลพัสดุ์ โดยชื่อ มหานามะนั้น สันนิษฐานว่า เป็นชื่อที่ตั้งขึ้นตามชื่อของหนึ่ง ในปัญจวัคคีย์ที่อาศัยอยู่ในกรุง กบิลพัสดุ์ คือท่านมหานามะ ซึ่งต่อมาได้เป็น ท่านพระมหานามะเถระ

สำหรับพระเจ้ามหานามะนั้น อดีตชาติของ ท่านในสมัยพระกัสสป พุทธเจ้าพระองค์ เกิดเป็นมนุษย์ และได้ฟังธรรมที่พระพุทธองค์ทรงแสดง เกี่ยวกับเรื่องอายุขัยของมนุษย์ และพระพุทธเจ้าองค์ต่อไป จึงเกิดความเลื่อมใสแล้ว จึงตั้งจิตอธิษฐาน เพื่อมาเกิดเป็นพระสาวกของพระโคตมพุทธเจ้า หลังจากที่ ตายจากอัตภาพนั้นแล้วได้ท่องเที่ยวอยู่ใน ภพเทวดา และมนุษย์เท่านั้น และในครั้งพุทธกาล ได้มาเกิดเป็นเจ้า ศากยะพระนามว่ามหานามะ


ครองกรุงกบิลพัสดุ์

เมื่อพระโพธิสัตว์โคตมได้ตรัสรู้เป็นอรหันตสัมมาสัมพุทธแล้ว จึงเสด็จมาโปรดพระประยูรญาติ เจ้าชายมหานาม ได้ตั้งใจรอพระผู้มีพระภาค ด้วยจิตที่เลื่อมใส และได้ออกจากพระราชวังไปต้อนรับ พระผู้มี พระภาคด้วยพระองค์ เองเพียงลำพังในเย็นวันนั้นเอง และได้จัดหาที่พักถวายพระบรมศาสดา ภายในอารามของภรัณฑุดาบส จากนั้น เป็นต้นมาพระพุทธองค์ก็ได้ทรงแสดงธรรมโปรดเจ้าชาย มหานามอยู่เรื่อยในเขตพระนครกบิลพัสดุ์นั่นเอง

ครั้นเมื่อพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดาได้เสด็จสวรรคตแล้ว เจ้าชายภัททิยะผู้จะได้ขึ้นครองราชสมบัติ สืบทอดต่อ แต่เจ้าชายอนุรุทธซึ่งเป็นพระสหาย ได้ชวนพระองค์ออกผนวชทำให้ราชสมบัติ ขาดผู้สืบ ทอด บรรดาพราหมณ์ ปุโรหิตทั้งหลาย จึงอัญเชิญเจ้าชายมหานาม เสด็จขึ้นครองราชย์ เป็นพระเจ้า มหานาม ศากยราชาสืบต่อมา ตลอดเวลาที่พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ นิโครธารามพระเจ้ามหานาม ศากยราชา ได้เสด็จเข้าไปฟังธรรมกับ พระบรมศาสดา อย่างสม่ำเสมอ โดยพระองค์จะเสด็จไปพร้อม กับราชองครักษ์ ครั้นเมื่อถึงนิโครธาราม ได้รับสั่งให้ราชองครักษ์ กลับพระนครก่อน ส่วนพระองค์ เสด็จกลับพระนครเพียงลำพัง


ถวายทานมีรสประณีต


ต่อมาสมัยหนึ่ง พระบรมศาสดาเสด็จจำพรรษา ณ เมืองเวรัญชา พร้อมด้วยหมู่พระภิกษุสงฆ์ ตามคำ อาราธนา ของเวรัญชพราหมณ์ ภิกษุสงฆ์ได้รับ ความลำบาก ด้วยการเที่ยวภิกขาจาร เพราะขาดทายก และทายิกา ที่จะ ถวายอาหารบิณฑบาตตลอดทั้งพรรษา

ครั้นออกพรรษาแล้ว พระพุทธองค์ทรงพาภิกษุสงฆ์ เสด็จไปยังกรุงกบิลพัสดุ์ เสด็จเข้า ประทับ ณ นิโครธาราม พระเจ้ามหานามศากยราชา ทรงทราบ จึงเสด็จไปเฝ้า กราบถวายบังคมแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่อันสมควร กราบว่า พระพุทธองค์ และภิกษุสงฆ์ได้รับความลำบากด้วย ภิกขาจารในพรรษาที่ผ่านมา จึงกราบทูลขอพระวโรกาส ถวายภัตตาหารอันมีรสประณีตแด่พระพุทธองค์ พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์ เป็นระยะเวลา 4 เดือน

ครั้นทราบว่า พระพุทธองค์ทรงรับโดยดุษณีภาพแล้ว ตั้งแต่วันรุ่งขึ้น ก็ได้บำรุงภิกษุสงฆ์ โดยมี พระพุทธองค์ เป็นประมุข ด้วยโภชนาหารอันประณีต และของมีรสอร่อย 4 ชนิดทุกๆวัน ครั้นครบ กำหนด 4 เดือนแล้ว ได้กราบทูลขอรับปฏิญญาต่อไปอีก 4 เดือน รวมเป็น 8 เดือน และก็ขอรับปฏิญญา ต่ออีก 4 เดือน รวมทั้งสิ้นเป็น 1 ปี

เมื่อครบกำหนดวาระ 1 ปีแล้ว พระพุทธองค์ไม่ทรงรับอาราธนาเกินไปกว่านั้น ส่วนพระเจ้ามหานาม ศากยราชา ก็ทรงปลื้มปีติยินดี กับสักการทานที่พระองค์ บำเพ็ญถวาย ตลอดระยะเวลา 1 ปีนั้น เกียรติคุณของพระเจ้า มหานาม ก็ฟุ้งขจรไปทั่วทั้งชมพูทวีป

ต่อมา พระพุทธองค์ประทับ ณ วัดพระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้สถาปนาพระเจ้า มหานาม ศากยราชา ในตำแหน่งเอตทัคคะ เป็นผู้เลิศกว่าอุบาสกทั้งหลาย ในฝ่ายผู้ถวายทานอันประณีต


บั้นปลายชีวิต


พระเจ้ามหานามศากยราชา เป็นกษัตริย์ที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก พระองค์ ดำรงขันธ์อยู่พอสมควรจึงเสด็จสวรรคต เพราะพระองค์เป็นโสดาบัน ประเภทสัตตักขัตตุปรมัง จึงไปบังเกิดอีก เจ็ดครั้งเป็นเทวดาชั้นดาวดึงส์ เทวดาชั้นยามา เทวดาชั้นดุสิต เทวดาชั้นนิมมานรดี เทวดาชั้น ปรนิมมิตวสวัตตี และในสองชาติสุดท้าย ได้เกิดเป็นมนุษย์ในเรือนสกุล แล้วจึงเสด็จดับขันธ ปรินิพพาน

โดยพระองค์เสด็จ ปรินิพพาน ภายหลังพระพุทธเจ้าประมาณ 2600 ปี มีข้อสังเกตว่าพระองค์ เป็นโสดาบัน ประเภทสัตตักขัตตุ ปรมัง เหตุใดจึงใช้เวลาแค่ 2600 ปีในการปรินิพพาน ซึ่งอาจเป็น ไปได้ว่าเมื่อครั้งเป็นเทวดา พระองค์อาจมีชีวิต อยู่ไม่ถึงอายุขัยของเทวดาในภพนั้นๆ

   


 
 
 
 
พุทธวจน : อ่านคำสอนพระศาสดาล้วนๆ แบบสบายตา โดยคัดลอกจากหนังสือทั้งเล่มมาจัดทำเป็นเว็บเพจ
พุทธประวัติ
จากพระโอษฐ์
ขุมทรัพย์
จากพระโอษฐ์
อริยสัจ
ภาคต้น-ภาคปลาย
ปฏิจจสมุปบาท
จากพระโอษฐ์
กรรม สมถะ วิปัสสนา โสดาบัน อานาปานสติ