เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องการมอบาตรจีวรของภิกษุมรณะ เรื่องสามเณรมรณะภาพ เรื่องห้ามภิกษุเปลือยกาย 2609
  20/5)พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ  [๑๖๖]-  [๑๖๗]
 


เรื่องให้บาตรจีวรของผู้ถึงมรณะภาพ แก่คิลานุปัฏฐาก

ในจีวรขันธกะ มีใจความสำคัญเกี่ยวกับ การจัดสรรบริขาร ของพระภิกษุ และสามเณรผู้มรณภาพ ให้แก่ผู้พยาบาลไข้ (คิลานุปัฏฐาก) รวมถึงข้อบัญญัติอื่นๆ ในตอนท้ายข้อ ดังนี้

๑. เรื่องการมอบบาตรและจีวร ของภิกษุผู้มรณภาพแก่ผู้พยาบาลไข้
     - มีภิกษุ ๒ รูปเดินทางไกลในโกศลชนบท แล้วเข้าไปพักในอาวาสแห่งหนึ่ง รูปหนึ่งเกิด อาพาธ ภิกษุเจ้าถิ่นในอาวาสนั้นปรึกษากันว่า พระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญการพยาบาลภิกษุไข้ จึงร่วมใจ กันช่วยดูแลพยาบาล จนกระทั่งภิกษุอาพาธรูปนั้น ได้ถึงแก่มรณภาพลง
     -เกี่ยวกับบริขารภิกษุ: พระองค์ทรงบัญญัติให้ "สงฆ์เป็นใหญ่" ในบริขารของผู้มรณภาพ แต่อนุญาตให้สงฆ์มอบไตรจีวรและบาตร แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ เป็นรางวัลในการทำความดี
     -ขั้นตอนและกรรมวาจา การมอบต้องทำอย่างถูกต้องตามพระวินัย โดยการตั้งญัตติ (ประกาศให้สงฆ์ทราบ) และสวดกรรมวาจา (ขอมติจากที่ประชุมสงฆ์) หากไม่มีภิกษุรูปใดคัดค้าน (นิ่ง) ถือว่าสงฆ์อนุมัติ มอบให้โดยชอบธรรม

๒. เรื่องสามเณรผู้ถึงแก่ผู้มรณภาพ
     -การปฏิบัติกรณีสามเณร ในข้อนี้ยังครอบคลุมไปถึงสามเณรผู้ถึงแก่มรณภาพด้วย
     -แนวทางวินัย พระองค์ทรงใช้หลักการเดียวกัน คือให้สงฆ์สวดประกาศมอบบาตรและจีวร ของสามเณรผู้มรณภาพให้แก่ภิกษุ หรือผู้ทำหน้าที่ช่วยพยาบาลไข้

๓. เรื่องอื่นๆ ที่สืบเนื่อง
     -ทรงห้ามการเปลือยกาย มีภิกษุไปประพฤติตน เปลือยกายตามแบบอย่างพวกเดียรถีย์ (นักบวชนอกศาสนา) พระพุทธองค์ทรงตำหนิ ว่าเป็น "โมฆบุรุษ" การกระทำนี้ไม่สมควร ไม่ใช่กิจ ของสมณะ และทรงบัญญัติ ห้ามภิกษุเปลือยกาย โดยเด็ดขาด


หัวข้อประจำเรื่อง
1) เรื่องให้บาตรจีวรของผู้ถึงมรณะภาพ แก่คิลานุปัฏฐาก
2) วิธีให้
3) สามเณรถึงมรณภาพ
4) วิธีให้
5) กรรมวาจาให้จีวรและบาตร
6) ภิกษุและสามเณรช่วยกันพยาบาลไข้
7) วิธีให้
8) สามเณรถึงมรณภาพ
9) วิธีให้
10) กรรมวาจาให้จีวรและบาตร
11) ภิกษุและสามเณรช่วยกันพยาบาลไข้


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

20/5)พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๑๖๗]
มหาวรรค ภาค ๒

1)
เรื่องให้บาตรจีวรของผู้ถึงมรณะภาพ แก่คิลานุปัฏฐาก

            [๑๖๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุ ๒ รูปเดินทางไกล ไปในโกศลชนบท ได้เข้าไป อยู่อาวาสแห่งหนึ่ง บรรดาภิกษุ ๒ รูปนั้น รูปหนึ่งอาพาธ จึงภิกษุเหล่านั้น ได้ปรึกษา ตกลงกันดังนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พระผู้มีพระภาค ทรงสรรเสริญการพยาบาล ภิกษุอาพาธ ผิฉะนั้น พวกเราจงพยาบาลภิกษุรูปนี้เถิด แล้วพากันพยาบาลภิกษุอาพาธ นั้น เธออันภิกษุเหล่านั้นพยาบาลอยู่ได้ถึงมรณภาพ จึงภิกษุเหล่านั้นถือบาตรจีวร ของเธอไปพระนครสาวัตถี แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เป็นเจ้าของบาตรจีวร แต่ภิกษุ ผู้พยาบาล ไข้มีอุปการะมาก เราอนุญาตให้สงฆ์มอบ ไตรจีวรและบาตร แก่ภิกษุ ผู้ พยาบาลไข้.

2)
วิธีให้

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้ไตรจีวรและบาตรอย่างนี้ คือ ภิกษุผู้พยาบาล ไข้ นั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า

            ท่านเจ้าข้า ภิกษุมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้จีวรและบาตรของท่าน ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วย ญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้ไตรจีวรและบาตร ของเธอ ถ้าความพร้อมพรั่ง ของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ไตรจีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้ พยาบาลไข้ นี้เป็นญัตติ

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้ไตรจีวรและบาตร ของเธอ สงฆ์ให้ไตรจีวรและบาตร นี้แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ การให้ไตรจีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.

            สงฆ์ให้จีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้แล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้า ทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.

3)
สามเณรถึงมรณภาพ

            สมัยต่อมา สามเณรรูปหนึ่งถึงมรณภาพ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่ พระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสามเณร ถึงมรณภาพ สงฆ์เป็นเจ้าของบาตรจีวร แต่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ มีอุปการะมาก เราอนุญาตให้สงฆ์ มอบจีวรและบาตรแ ก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้.

4)
วิธีให้

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้จีวรและบาตรอย่างนี้ คือ ภิกษุผู้พยาบาล ไข้นั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า สามเณรชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้จีวรและบาตรของเธอ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติ ทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้

5)
กรรมวาจาให้จีวรและบาตร

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สามเณรมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้จีวรและบาตร ของเธอ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้จีวรและบาตรนี้ แก่ผู้พยาบาล ไข้นี้เป็นญัตติ

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สามเณรมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้จีวรและบาตร ของเธอ สงฆ์ให้จีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ การให้จีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุ ผู้พยาบาลไข้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงพูด.

            สงฆ์ให้จีวรและบาตรนี้แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้แล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.

6)
ภิกษุและสามเณรช่วยกันพยาบาลไข้

            สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่ง สามเณรรูปหนึ่ง ช่วยกันพยาบาลภิกษุอาพาธ เธออัน ภิกษุและสามเณรนั้นพยาบาลอยู่ ได้ถึงมรณภาพ จึงภิกษุผู้พยาบาลไข้นั้น ได้มีความ ปริวิตกว่า เราพึงให้ส่วนจีวรแก่สามเณรผู้พยาบาลไข้อย่างไรหนอ ภิกษุทั้งหลาย กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้มอบส่วนแก่สามเณรผู้พยาบาลไข้เท่าๆ กัน.

            สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งมีของใช้มาก มีบริขารมาก ได้ถึงแก่มรณภาพ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุถึงมรณภาพ สงฆ์เป็นเจ้าของบาตรจีวร แต่ภิกษุผู้พยาบาล ไข้มีอุปการะมาก เราอนุญาตให้สงฆ์มอบไตรจีวรและบาตรให้แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ บรรดาสิ่งของเหล่านั้น สิ่งใดเป็นลหุภัณฑ์ ลหุบริขารสิ่งนั้นเราอนุญาตให้สงฆ์ พร้อมเพรียงกันแบ่ง บรรดาสิ่งของเหล่านั้น สิ่งใดเป็นครุภัณฑ์ครุบริขาร สิ่งนั้นเป็นของ สงฆ์ผู้อยู่ในจตุรทิศ ทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา ไม่ควรแบ่ง ไม่ควรแจก.

            [๑๖๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุ ๒ รูปเดินทางไกล ไปในโกศลชนบทได้เข้าไป อยู่อาวาสแห่งหนึ่ง บรรดาภิกษุ ๒ รูปนั้น รูปหนึ่งอาพาธ จึงภิกษุเหล่านั้น ได้ปรึกษา ตกลงกันดังนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พระผู้มีพระภาค ทรงสรรเสริญการพยาบาล ภิกษุ อาพาธ ผิฉะนั้น พวกเราจงพยาบาลภิกษุรูปนี้เถิด แล้วพากันพยาบาลภิกษุอาพาธนั้น เธออันภิกษุเหล่านั้นพยาบาลอยู่ได้ถึงมรณภาพ จึงภิกษุเหล่านั้นถือบาตรจีวร ของเธอ ไปพระนครสาวัตถี แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงฆ์เป็นเจ้าของบาตรจีวร แต่ภิกษุผู้พยาบาล ไข้มีอุปการะ มาก เราอนุญาตให้สงฆ์มอบ ไตรจีวรและบาตร แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้.

7)
วิธีให้

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้ไตรจีวรและบาตรอย่างนี้ คือ ภิกษุผู้พยาบาล ไข้นั้นพึงเข้าไปหาสงฆ์ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า

            ท่านเจ้าข้า ภิกษุมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้จีวรและบาตรของท่าน ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบด้วย ญัตติทุติยกรรมวาจา ว่าดังนี้

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้ไตรจีวรและบาตร ของเธอ ถ้าความพร้อมพรั่ง ของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้ไตรจีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้ พยาบาลไข้ นี้เป็นญัตติ

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า ภิกษุมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้ไตรจีวรและบาตร ของเธอ สงฆ์ให้ไตรจีวรและบาตร นี้แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ การให้ไตรจีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงพูด.

            สงฆ์ให้จีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้แล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้า ทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.

8)
สามเณรถึงมรณภาพ

            สมัยต่อมา สามเณรรูปหนึ่งถึงมรณภาพ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อสามเณร ถึงมรณภาพ สงฆ์เป็นเจ้าของบาตรจีวร แต่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ มีอุปการะมาก เราอนุญาตให้สงฆ์ มอบจีวรและบาตรแ ก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้.

9)
วิธีให้

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลสงฆ์พึงให้จีวรและบาตรอย่างนี้ คือ ภิกษุผู้พยาบาล ไข้นั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า สามเณรชื่อนี้ถึง มรณภาพ นี้จีวรและบาตรของเธอ ภิกษุผู้ฉลาด ผู้สามารถ พึงประกาศให้สงฆ์ทราบ ด้วยญัตติ ทุติยกรรม วาจา ว่าดังนี้

10)
กรรมวาจาให้จีวรและบาตร

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สามเณรมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้จีวรและบาตร ของเธอ ถ้าความพร้อมพรั่งของสงฆ์ถึงที่แล้ว สงฆ์พึงให้จีวรและบาตรนี้แก่ ผู้พยาบาล ไข้ นี้เป็นญัตติ

            ท่านเจ้าข้า ขอสงฆ์จงฟังข้าพเจ้า สามเณรมีชื่อนี้ถึงมรณภาพ นี้จีวร และบาตร ของเธอ สงฆ์ให้จีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ การให้จีวรและบาตรนี้ แก่ภิกษุ ผู้พยาบาลไข้ ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้นพึงเป็นผู้นิ่ง ไม่ชอบแก่ท่านผู้ใด ท่านผู้นั้น พึงพูด.

            สงฆ์ให้จีวรและบาตรนี้แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้แล้ว ชอบแก่สงฆ์ เหตุนั้นจึงนิ่ง ข้าพเจ้าทรงความนี้ไว้ด้วยอย่างนี้.

11)
ภิกษุและสามเณรช่วยกันพยาบาลไข้

            สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่ง สามเณรรูปหนึ่ง ช่วยกันพยาบาลภิกษุอาพาธ เธออันภิกษุและสามเณรนั้นพยาบาลอยู่ ได้ถึงมรณภาพ จึงภิกษุผู้พยาบาลไข้นั้น ได้มีความปริวิตกว่า เราพึงให้ส่วนจีวรแก่สามเณรผู้พยาบาลไข้อย่างไรหนอ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

             พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้มอบส่วนแก่ สามเณร ผู้พยาบาลไข้เท่าๆ กัน.

            สมัยต่อมา ภิกษุรูปหนึ่งมีของใช้มาก มีบริขารมาก ได้ถึงแก่มรณภาพ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

             พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เมื่อภิกษุถึงมรณภาพ สงฆ์เป็นเจ้า ของบาตรจีวร แต่ภิกษุผู้พยาบาลไข้มีอุปการะมาก เราอนุญาตให้สงฆ์มอบไตรจีวร และ บาตรให้แก่ภิกษุผู้พยาบาลไข้ บรรดาสิ่งของเหล่านั้น สิ่งใดเป็นลหุภัณฑ์ ลหุบริขาร สิ่งนั้น เราอนุญาตให้สงฆ์พร้อมเพรียงกันแบ่ง บรรดาสิ่งของเหล่านั้น สิ่งใดเป็นครุภัณฑ์ ครุบริขาร สิ่งนั้นเป็นของสงฆ์ผู้อยู่ในจตุรทิศ ทั้งที่มาแล้วและยังไม่มา ไม่ควรแบ่ง ไม่ควรแจก.

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์