17/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๑๓๕] - [๑๔๐]
มหาวรรค ภาค ๒
1)
พระผู้มีพระภาคเสวยพระโอสถถ่าย
[๑๓๕] ก็โดยสมัยนั้นแล พระกายของพระผู้มีพระภาค หมักหมมด้วย สิ่งอันเป็นโทษ จึงพระผู้มีพระภาครับสั่งกะท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ กายของ ตถาคต หมักหมมด้วยสิ่ง อันเป็นโทษ ตถาคตต้องการจะฉันยาถ่าย.
ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์เดินไปห าชีวกโกมารภัจจ์ ครั้นถึงแล้วได้กล่าวคำนี้กะ ชีวกโกมารภัจจ์ว่า ท่านชีวก พระกายของพระตถาคต หมักหมมด้วยสิ่งอันเป็นโทษ พระตถาคตต้องการ จะเสวยพระโอสถถ่าย ชีวกโกมารภัจจ์กล่าวว่า พระคุณเจ้า ถ้าอย่างนั้น ขอท่านจงโปรดทำพระกาย ของพระผู้มีพระภาค ให้ชุ่มชื่นสัก ๒-๓ วัน
ครั้งนั้น ท่านพระอานนท์ได้ทำพระกาย ของพระผู้มีพระภาคให้ชุ่มชื่น ๒-๓ วัน แล้วเดินไปหาชีวกโกมารภัจจ์ ครั้นถึงแล้วได้กล่าวคำนี้กะชีวกโกมารภัจจ์ว่า
ท่านชีวก พระกายของพระตถาคตชุ่มชื่นแล้ว บัดนี้ ท่านรู้กาลอันควรเถิด
ครั้งนั้น ชีวกโกมารภัจจ์ได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า การที่เราจะพึงทูลถวาย พระโอสถถ่าย ที่หยาบ แด่พระผู้มีพระภาคนั้น ไม่สมควรเลย ถ้ากระไร เราพึงอบ ก้านอุบล ๓ ก้าน ด้วยยาต่างๆ แล้วทูลถวาย พระตถาคต
ครั้นแล้วได้อบก้านอุบล ๓ ก้าน ด้วยยาต่างๆ แล้วเข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ครั้นแล้ว ได้ทูลถวาย ก้านอุบลก้านที่หนึ่ง แด่พระผู้มีพระภาค กราบทูลว่า พระพุทธเจ้า ข้า ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงสูดก้านอุบล ก้านที่ ๑ นี้ การทรงสูดก้านอุบล นี้ จักยัง พระผู้มีพระภาคให้ถ่ายถึง ๑๐ ครั้ง
แล้วได้ทูลถวาย ก้านอุบลก้านที่ ๒ แด่พระผู้มีพระภาคกราบทูลว่า พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงสูดอุบลก้านที่ ๒ นี้ การทรงสูด ก้านอุบลนี้ จักยังพระผู้มีพระภาค ให้ถ่ายถึง ๑๐ ครั้ง
แล้วได้ทูลถวาย ก้านอุบลก้านที่ ๓ แด่พระผู้มีพระภาค กราบทูลว่าพระพุทธ เจ้าข้า
ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงสูดก้านอุบล ก้านที่ ๓ นี้ การทรงสูดก้านอุบลนี้ จักยัง พระผู้มีพระภาค ให้ถ่ายถึง ๑๐ ครั้ง ด้วยวิธีนี้ พระผู้มีพระภาคจักทรงถ่ายถึง ๓๐ ครั้ง
ครั้นชีวกโกมารภัจจ์ ทูลถวายพระโอสถถ่ายแด่พระผู้มีพระภาคเพื่อถ่ายครบ ๓๐ ครั้งแล้ว ถวายบังคม พระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณกลับไป ขณะเมื่อชีวกโกมารภัจจ์ เดินออกไป นอกซุ้มประตูแล้ว ได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า เราทูลถวายพระโอสถถ่าย แด่พระผู้มีพระภาค เพื่อถ่ายครบ ๓๐ ครั้ง พระกายของ พระตถาคตหมักหมม ด้วยสิ่ง อันเป็นโทษ จักไม่ยังพระผู้มีพระภาคให้ถ่ายครบ ๓๐ ครั้ง จักให้ถ่ายเพียง ๒๙ ครั้ง แต่พระผู้มีพระภาค ทรงถ่ายแล้วจักสรงพระกาย ครั้นสรงพระกายแล้ว จักถ่ายอีก ครั้งหนึ่ง อย่างนี้ พระผู้มีพระภาคจักทรงถ่ายครบ ๓๐ ครั้ง
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาค ทรงทราบความปริวิตก แห่งจิตของชีวกโกมารภัจจ์ ด้วยพระทัยแล้ว รับสั่งกะท่าน พระอานนท์ว่า อานนท์ ชีวกโกมารภัจจ์ กำลังเดินออก นอก ซุ้มประตูวิหารนี้ได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า เราถวายพระโอสถถ่ายแด่พระผู้มีพระภาค เพื่อถ่ายครบ ๓๐ ครั้งแล้วพระกายของพระตถาคต หมักหมม ด้วยสิ่งอันเป็นโทษ จักไม่ยังพระผู้มีพระภาคให้ถ่ายครบ ๓๐ ครั้งจักให้ถ่ายเพียง ๒๙ ครั้ง แต่พระผู้มีพระภาค ทรงสรงพระกาย ครั้นสรงพระกายแล้วจักถ่ายอีกครั้งหนึ่ง อย่างนี้ พระผู้มีพระภาคจักทรงถ่ายครบ ๓๐ ครั้ง อานนท์ถ้าอย่างนั้น เธอจงจัดเตรียมน้ำร้อนไว้
พระอานนท์ทูลรับสนอง พระพุทธพจน์แล้ว จัดเตรียมน้ำร้อนไว้ถวายต่อมา ชีวก โกมารภัจจ์ไปในพุทธสำนัก ครั้นถึงแล้วถวายบังคมพระผู้มีพระภาคนั่งอยู่ ณ ที่ควร ส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลถาม พระผู้มีพระภาคว่า พระผู้มีพระภาคทรงถ่าย แล้วหรือ พระพุทธเจ้าข้า
ภ. เราถ่ายแล้ว ชีวก
ชี. พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระพุทธเจ้ากำลังเดินออกไปนอกซุ้ม ประตูพระวิหารนี้ ได้มีความ ปริวิตกดังนี้ว่า เราถวายพระโอสถถ่ายแด่พระผู้มีพระภาคเพื่อถ่ายครบ ๓๐ ครั้งแล้ว พระกายของพระผู้มีพระภาค หมักหมมด้วยสิ่งอันเป็นโทษ จักไม่ยัง พระผู้มีพระภาค ให้ถ่ายครบ ๓๐ ครั้ง แต่พระผู้มีพระภาค ทรงถ่ายแล้วจักสรงพระกาย ครั้นสรงพระกาย แล้วจักถ่ายอีกครั้งหนึ่งอย่างนี้ พระผู้มีพระภาคจักทรงถ่ายครบ ๓๐ ครั้ง พระพุทธเจ้าข้า ขอพระผู้มีพระภาคจงโปรดสรงพระกาย ขอพระสุคตจงโปรด สรงพระกาย
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงสรงน้ำอุ่น ครั้นสรงแล้ว ทรงถ่ายอีกครั้งหนึ่งอย่างนี้ เป็นอัน พระผู้มีพระภาค ทรงถ่ายครบ ๓๐ ครั้ง ลำดับนั้น ชีวกโกมารภัจจ์ได้กราบทูลคำนี้ แด่ พระผู้มีพระภาคว่า พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคไม่ควรเสวยพระกระยาหาร ที่ปรุงด้วย น้ำต้มผักต่างๆ จนกว่าจะมีพระกายเป็นปกติ
ต่อมาไม่นานนัก พระกายของพระผู้มีพระภาคได้เป็นปกติแล้ว.กราบทูลขอพร
ครั้งนั้น ชีวกโกมารภัจจ์ ถือผ้าสิไวยกะคู่นั้น ไปในพุทธสำนัก ครั้นถึงแล้วถวาย บังคม พระผู้มีพระภาค นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ชีวกโกมารภัจจ์นั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูล คำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่า ข้าพระพุทธเจ้า จะขอประทานพร ต่อพระผู้มี พระภาค สักอย่างหนึ่ง พระพุทธเจ้าข้า
ภ. พระตถาคตทั้งหลายเลิกให้พรเสียแล้ว ชีวก
ชี. ข้าพระพุทธเจ้าขอประทานพรที่สมควรและไม่มีโทษ พระพุทธเจ้าข้า
ภ. จงว่ามาเถิด ชีวก
ชี. พระพุทธเจ้าข้า พระผู้มีพระภาคและพระสงฆ์ทรงถือผ้าบังสุกุลเป็นปกติอยู่ ผ้าสิไวยกะ ของข้าพระพุทธเจ้า คู่นี้ พระเจ้าปัชโชตทรงส่งมาพระราชทาน เป็นผ้าเนื้อ ดีเลิศ ประเสริฐมีชื่อเสียงเด่นอุดม และเป็นเยี่ยมกว่า ผ้าทั้งหลายเป็นอันมาก ตั้งหลายคู่ ตั้งหลายร้อยคู่หลายพันคู่ หลายแสนคู่ ขอพระผู้มีพระภาค จงทรงพระกรุณาโปรดรับ ผ้าคู่สิไวยกะของข้าพระพุทธเจ้า และขอจงทรงพระพุทธานุญาตคหบดีจีวร แก่พระสงฆ์ ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคทรงรับผ้าคู่สิไวยกะแล้ว ครั้นแล้วทรงชี้แจงให้ชีวกโกมารภัจจ์ เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา ครั้นชีวกโกมารภัจจ์ อันพระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจง ให้เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถา แล้วลุกจากที่นั่ง ถวายบังคม พระผู้มีพระภาคทำประทักษิณกลับไป.
2)
พระพุทธานุญาตคหบดีจีวร
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะ เหตุแรก เกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต คหบดีจีวร รูปใด ปรารถนา จงถือผ้าบังสุกุล รูปใดปรารถนา จงยินดี คหบดีจีวร แต่เราสรรเสริญ การยินดี ด้วยปัจจัยตามมีตามได้.
[๑๓๖] ประชาชนในพระนครราชคฤห์ได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาค ทรง อนุญาต คหบดี จีวรแก่ภิกษุทั้งหลาย ต่างพากันยินดีร่าเริงว่า บัดนี้แล พวกเราจักถวาย ทาน จักบำเพ็ญบุญ เพราะพระผู้มีพระภาคทรงอนุญาตคหบดีจีวรแก่ภิกษุทั้งหลาย เพียงวันเดียวเท่านั้น จีวรหลายพันผืนได้เกิดขึ้นในพระนครราชคฤห์ ประชาชนชาวชนบท ได้ทราบข่าวว่า พระผู้มีพระภาค ทรงอนุญาตคหบดีจีวร แก่ภิกษุทั้งหลาย ต่างพากัน ยินดี ร่าเริงว่า บัดนี้แล พวกเราจักถวายทาน จักบำเพ็ญบุญเพราะพระผู้มีพระภาค ทรงอนุญาต คหบดีจีวรแก่ ภิกษุทั้งหลาย เพียงวันเดียวเท่านั้น จีวรหลายพันผืนได้เกิดขึ้น แม้ในชนบท.
3)
พระพุทธานุญาตผ้าปาวารและผ้าโกเชาว์
[๑๓๗] ก็โดยสมัยนั้นแล ผ้าปาวารเกิดขึ้นแก่สงฆ์ ภิกษุทั้งหลายกราบทูล เรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ผ้าปาวาร
ผ้าปาวารแกมไหม เกิดขึ้นแก่พระสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายได้กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาต ผ้าปาวารแกมไหม ผ้าโกเชาว์เกิดขึ้นแก่พระสงฆ์ ภิกษุทั้งหลายกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้าโกเชาว์.
ปฐมภาณวาร จบ.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
4)
พระพุทธานุญาตผ้ากัมพล
[๑๓๘] ก็โดยสมัยนั้นแล พระเจ้ากาสี ทรงพระกรุณาส่งผ้ากัมพล มีราคา ครึ่งกาสี คือ ควรราคากึ่งกาสี มาพระราชทาน แก่ชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งนั้น ชีวกโกมารภัจจ์ รับ พระราชทานผ้ากัมพลราคากึ่งกาสีนั้นแล้ว เข้าไปในพุทธสำนัก ครั้นถึงแล้วถวายบังคม พระผู้มีพระภาคนั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ชีวกโกมารภัจจ์ นั่งเฝ้าเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลคำนี้แด่พระผู้มีพระภาคว่าพระพุทธเจ้าข้า ผ้ากัมพลของ ข้าพระพุทธเจ้าผืนนี้ ราคาครึ่งกาสี คือ ควรราคากึ่งกาสีพระเจ้ากาสี ทรงพระกรุณา ส่งมาพระราชทาน ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงพระกรุณา โปรดรับผ้ากัมพลของ ข้าพระพุทธเจ้า เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพระพุทธเจ้า ตลอดกาลนานด้วยเถิด พระพุทธเจ้าข้า.
พระผู้มีพระภาคทรงรับผ้ากัมพล ครั้นแล้วทรงชี้แจง ให้ชีวกโกมารภัจจ์ เห็นแจ้ง สมาทานอาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถา ครั้นชีวกโกมารภัจจ์ อันพระผู้มีพระภาค ทรง ชี้แจง ให้เห็นแจ้งสมาทาน อาจหาญ ร่าเริงด้วยธรรมีกถาแล้วลุกจากที่นั่ง ถวายบังคม พระผู้มีพระภาค ทำประทักษิณกลับไป.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรก เกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตผ้ากัมพล.
5)
พระพุทธานุญาตคหบดีจีวร ๖ ชนิด
[๑๓๙] ก็โดยสมัยนั้นแล จีวรทั้งเนื้อดี และเลวเกิดขึ้นแก่สงฆ์ ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลาย ได้มีความปริวิตกดังนี้ว่า จีวรชนิดไรหนอแล พระผู้มีพระภาคทรงอนุญาต ชนิดไร ไม่ทรงอนุญาตแล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัส อนุญาตว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลายเราอนุญาตจีวร ๖ ชนิด คือ
๑.
จีวรทำด้วยเปลือกไม้
๒. ทำด้วยฝ้าย
๓.
ทำด้วยไหม
๔.
ทำด้วยขนสัตว์
๕. ทำด้วยป่าน
๖. ทำด้วยของเจือกัน
สมัยต่อมา ภิกษุทั้งหลาย ที่ยินดีคหบดีจีวรนั้นพากันรังเกียจ ไม่ยินดีผ้าบังสุกุล ด้วยคิดว่า พระผู้มีพระภาค ทรงอนุญาตจีวรอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ ๒ อย่าง จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุผู้ยินดี คหบดีจีวร ยินดีผ้าบังสุกุลได้ แต่เราสรรเสริญ ความสันโดษด้วยจีวรทั้งสองนั้น.
------------------------------------------------------------------------------------------
6)
เรื่องขอส่วนแบ่ง
[๑๔๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุหลายรูปด้วยกัน เดินทางไกลไปในโกศลชนบท บางพวก แวะเข้าสุสาน เพื่อแสวงหาผ้าบังสุกุล บางพวกไม่รอคอย บรรดาภิกษุ ที่แวะ เข้าสุสาน เพื่อแสวงหาผ้าบังสุกุลนั้น ต่างก็ได้ผ้าบังสุกุล พวกที่ไม่รอคอยนั้น พูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายขอท่าน จงให้ส่วนแบ่งแก่พวกข้าพเจ้าบ้าง ภิกษุพวกนั้น พูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลายเราไม่ให้ส่วนแบ่งแก่พวกท่าน เพราะเหตุไร พวกท่าน จึงไม่รอคอยเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย ผู้ไม่ปรารถนา ไม่ต้องให้ส่วนแบ่ง แก่ภิกษุพวกที่ไม่รอคอย.
สมัยต่อมา ภิกษุหลายรูปด้วยกัน เดินทางไกลไปในโกศลชนบท บางพวกแวะ เข้า สุสาน เพื่อแสวงหาผ้าบังสุกุล บางพวกรอคอยอยู่ บรรดาพวกที่แวะเข้าสุสาน เพื่อแสวงหา ผ้าบังสุกุลนั้นต่างก็ได้ผ้าบังสุกุล พวกภิกษุที่รอคอยอยู่นั้น พูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ขอพวกท่านจงให้ส่วนแบ่ง แก่พวกข้าพเจ้าบ้าง ภิกษุพวกนั้นพูดอย่างนี้ ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกข้าพเจ้าจักไม่ให้ส่วนแบ่งแก่พวกท่าน เพราะเหตุไร พวกท่าน จึงไม่แวะเข้าไปเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัส อนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายผู้ไม่ปรารถนา ก็ต้องให้ ส่วนแบ่ง แก่ภิกษุพวกที่รอคอย.
สมัยต่อมา ภิกษุหลายรูปด้วยกัน เดินทางไกลไปในโกศลชนบท บางพวกแวะ เข้า สุสาน ก่อน เพื่อแสวงหาผ้าบังสุกุล บางพวกแวะเข้าทีหลัง บรรดาภิกษุ ที่แวะเข้า สุสานก่อน เพื่อแสวงหาผ้าบังสุกุลนั้น ต่างก็ได้ผ้าบังสุกุล พวกภิกษุที่แวะเข้าทีหลัง ไม่ได้ จึงพูด อย่างนี้ว่าอาวุโสทั้งหลาย ขอพวกท่านจงให้ส่วนแบ่ง แก่พวกข้าพเจ้าบ้าง ภิกษุเหล่านั้น ตอบอย่างนี้ว่าพวกข้าพเจ้า จักไม่ให้ส่วนแบ่งแก่พวกท่าน เพราะเหตุไร พวกท่านจึงแวะ เข้าไปทีหลังเล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาค ตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย ผู้ไม่ปรารถนาไม่ต้องให้ ส่วนแบ่ง แก่ภิกษุพวก ที่แวะเข้าไปทีหลัง.
สมัยต่อมา ภิกษุหลายรูปด้วยกัน เดินทางไกลไปในโกศลชนบท ภิกษุเหล่านั้น แวะเข้า สุสาน เพื่อแสวงหาผ้าบังสุกุลพร้อมกัน บางพวกได้ผ้าบังสุกุลบางพวกไม่ได้ พวกที่ ไม่ได้พูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ขอพวกท่านจงให้ส่วนแบ่งแก่พวก ข้าพเจ้า บ้าง ภิกษุเหล่านั้นตอบอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกข้าพเจ้า จักไม่ให้ส่วนแบ่งแก่ พวกท่าน ทำไมพวกท่านจึงหาไม่ได้เล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย ไม่ปรารถนาก็ต้องให้ส่วนแบ่งแก่ภิกษุทั้งหลาย ที่แวะเข้าไปพร้อมกัน.
สมัยต่อมา ภิกษุหลายรูปด้วยกัน เดินทางไกลไปในโกศลชนบท ภิกษุเหล่านั้น นัดแนะ กันแล้ว แวะเข้าสุสาน เพื่อแสวงหาผ้าบังสุกุล บางพวกได้ผ้าบังสุกุล บางพวก ไม่ได้ พวกที่ไม่ได้พูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย ขอพวกท่าน จงให้ส่วนแบ่งแก่พวก ข้าพเจ้าบ้าง ภิกษุเหล่านั้นพูดอย่างนี้ว่า อาวุโสทั้งหลาย พวกข้าพเจ้า จักไม่ให้ส่วนแบ่ง แก่พวกท่าน ทำไมพวกท่านจึงหาไม่ได้เล่า แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค. พระผู้มีพระภาคตรัสอนุญาตว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลาย ไม่ปรารถนา ก็ต้องให้ส่วนแบ่งแก่ภิกษุ พวกที่นัดแนะกันไว้แล้วแวะเข้าไป.
|