13/5) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๕ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๕ ข้อ [๙๒]- [๙๓]
มหาวรรค ภาค ๒
1)
พระพุทธานุญาตมหาประเทศ ๔
[๙๒] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายเกิดความรังเกียจ ในพระบัญญัติบางสิ่ง บางอย่าง ว่าสิ่งใดหนอ พระผู้มีพระภาค ทรงอนุญาตไว้ สิ่งไรไม่ได้ทรงอนุญาต จึงกราบทูล เรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
2)
วัตถุเป็นกัปปิยะ (สมควร/เหมาะสม) และอกัปปิยะ (ไม่สมควร/ไม่หมาะสม)
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสประทานสำหรับอ้าง ๔ ข้อ ดังต่อไปนี้:-
๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่ง ที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย
๒. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เราไม่ได้ห้ามไว้ว่า สิ่งนี้ไม่ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย
๓. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับ สิ่งที่ไม่ควร ขัดกับสิ่งที่ควร สิ่งนั้นไม่ควรแก่เธอทั้งหลาย
๔. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สิ่งใดที่เราไม่ได้อนุญาตไว้ว่า สิ่งนี้ควร หากสิ่งนั้นเข้ากับสิ่งที่ควร ขัดกับสิ่งที่ไม่ควร สิ่งนั้นควรแก่เธอทั้งหลาย.
3)
พระพุทธานุญาตกาลิกระคน
[๙๓] ครั้งนั้น ภิกษุทั้งหลาย ได้มีความปริวิตกว่า ยามกาลิกระคนกับยาวกาลิก ควรหรือไม่ควรหนอ สัตตาหกาลิกระคน กับยาวกาลิก ควรหรือไม่ควรหนอ ยาวชีวิก ระคนกับยาวกาลิก ควรหรือไม่ควรหนอ สัตตาหกาลิก ระคนกับยามกาลิก ควร หรือ ไม่ควรหนอ ยาวชีวิกระคนกับยามกาลิก ควรหรือไม่ควรหนอ ยาวชีวิกระคนกับ สัตตาหกาลิก ควรหรือไม่ควรหนอ แล้วกราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
พระผู้มีพระภาคตรัส ว่าดังนี้:-
๑. ดูกรภิกษุทั้งหลาย ยามกาลิก ระคนกับยาวกาลิก ที่รับประเคนในวันนั้น ควรในกาล ไม่ควรในวิกาล
๒. สัตตาหกาลิกระคนกับยาวกาลิก ที่รับประเคนในวันนั้น ควรในกาล ไม่ควร ในวิกาล
๓. ยาวชีวิก ระะคนกับยาวกาลิก ที่รับประเคนในวันนั้น ควรในกาล ไม่ควรในวิกาล
๔. สัตตาหกาลิก ระคนกับยามกาลิก ที่รับประเคนในวันนั้น ควรชั่วยาม ล่วงยามแล้วไม่ควร.
๕. ยาวชีวิก ระคนกับยามกาลิก ที่รับประเคนในวันนั้น ควรชั่วยาม ล่วงยามแล้ว ไม่ควร.
๖. ยาวชีวิก ระคนกับสัตตาหกาลิก ที่รับประเคนในวันนั้น ควรตลอด ๗ วัน ล่วง ๗ วันแล้วไม่ควร.
|