เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๗ หลักเกณฑ์การบวชให้แก่สตร เช่น ห้ามบวชให้สตรีมีครรภ์ ลูกยังดื่มนม 2570
 

11/3) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ข้อที่ [๓๖๔] - [๓๙๘]

ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๗
(หลักเกณฑ์และขอบเขตการบวชให้แก่สตรี เพื่อความเรียบร้อยและป้องกันข้อครหา)

1) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๑ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
2) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๒ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
3) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๓ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
4) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๔ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
5) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๕ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
6) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๖ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
7) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๗ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
8) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๘ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
9) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๙ เรื่องภิกษุณีหลายรูป
10) คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๑๐ เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๗

๑. สิกขาบทที่ ๑ ห้ามบวชให้สตรีมีครรภ์
มีภิกษุณีบวชให้สตรีมีครรภ์ ต่อมาเมื่อนางออกบิณฑบาต
มนุษย์เห็นท้องโตจึงเพ่งโทษติเตียน โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๒. สิกขาบทที่ ๒ ห้ามบวชให้สตรีที่มีลูกยังดื่มนม
สาเหตุเมื่อบวชเข้ามาแล้ว เด็กส่งเสียงร้องรบกวนในวัด ชาวบ้านตำหนิว่า
ภิกษุณีเลี้ยงเด็ก เหมือนหญิงชาวบ้าน โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๓. สิกขาบทที่ ๓ ห้ามบวชให้นางสิกขมานาที่ยังศึกษาธรรมไม่ครบ ๒ ปี
สาเหตุ มีการบวชสตรีเข้ามาโดยเร็วเกินไป ทำให้ไม่มีความรู้ความเข้าใจ
ในธรรมวินัย โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๔. สิกขาบทที่ ๔ ห้ามบวชให้นางสิกขมานาที่ศึกษาครบแล้วแต่สงฆ์ยังไม่ได้สวดสมมติ
ห้ามบวชให้นางสิกขมานาที่แม้จะศึกษาธรรมครบ ๒ ปีแล้ว แต่ยังไม่ได้รับ "วุฏฐานสมมติ" (รับรองจากสงฆ์) โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๕. สิกขาบทที่ ๕ ห้ามบวชเด็กหญิงอายุหย่อนกว่า ๑๒ ปี
ห้ามภิกษุณีบวชเด็กหญิงชาวบ้าน (ที่มีสามีแล้ว) แต่มีอายุต่ำกว่า ๑๒ ปี
สาเหตุ เด็กหญิงอายุน้อย เกินไป ไม่อดทนต่อความหนาว ความร้อน ความหิว
และแดดลิ้นลม โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๖. สิกขาบทที่ ๖ ห้ามบวชเด็กหญิง อายุครบ ๑๒ ปี แต่ยังศึกษาธรรมไม่ครบ ๒ ปี
ห้ามภิกษุณีบวชเด็กหญิง (ที่มีสามีแล้ว) อายุครบ ๑๒ ปี แต่ยังไม่ได้เข้ารับการศึกษา
ธรรม ๖ ข้อตลอด ๒ ปีโทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๗. สิกขาบทที่ ๗ ห้ามบวชเด็กหญิงอายุครบ ๑๒ ปี แต่สงฆ์ยังไม่สวดสมมติ
ห้ามบวชเด็กหญิงอายุครบ ๑๒ ปีที่ศึกษาธรรมครบ ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สวด
ให้การรับรอง โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๘. สิกขาบทที่ ๘ ห้ามให้บวชสตรีติดต่อกันทุกปี
ห้ามภิกษุณีผู้เป็นอุปัชฌาย์อุปสมบทแก่สตรี ติดต่อกันทุกๆ ปี โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๙. สิกขาบทที่ ๙ ห้ามละเลยไม่ดูแลผู้ที่ตนบวชให้ตลอด ๒ ปี
สาเหตุ มีภิกษุณีใหม่ที่ไม่มีคนคอยดูแล ไม่รู้สิ่งอันควรหรือไม่ควร โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

๑๐. สิกขาบทที่ ๑๐ ห้ามบวชให้แล้วไม่ยอมพาศิษย์หลีกไป
สาเหตุ พระถุลลนันทาบวชให้ศิษย์แล้วไม่พาหลีกไป จนเจ้าหนี้มาพบเข้า
จึงจับตัวศิษย์ไป โทษ ปรับอาบัติปาจิตตีย์

เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

11/3) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๓ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๓ ข้อที่ [๓๖๔] - [๓๙๘]
ภิกขุนีวิภังค์

ปาจิตตีย์ วรรคที่ ๗
คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๑
เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๖๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย พากันบวชสตรีมีครรภ์. นางบวชแล้วเที่ยวไปบิณฑบาต คนทั้งหลายพูดกันอย่างนี้ว่า ขอท่านทั้งหลาย จงถวายภิกษา แก่แม่เจ้า เพราะแม่เจ้ามีครรภ์แก่ แล้วพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณี จึงได้ให้สตรีมีครรภ์บวชเล่า

            ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็นผู้มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้บวชสตรีมีครรภ์เล่า.

ทรงสอบถาม
พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่าพวกภิกษุณี ให้สตรีมีครรภ์บวช จริงหรือ?

ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉนพวกภิกษุณี จึงได้ให้สตรีมีครรภ์บวชเล่า การกระทำของพวกนางนั่น ไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใส ของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ...

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลภิกษุณีทั้งหลาย จงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-

พระบัญญัติ
            ๑๑๖. ๑. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังสตรีมีครรภ์ให้บวช เป็นปาจิตตีย์.

            [๓๖๕] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่า ผู้ใด คือ ผู้เช่นใด ... บทว่า ภิกษุณี ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุณี เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ชื่อว่า ภิกษุณี ที่ประสงค์ในอรรถนี้.

ที่ชื่อว่า สตรีมีครรภ์ ได้แก่หญิงที่เรียกกันว่ามีบุตรมาเกิด.
บทว่า ให้บวช คือ ให้อุปสมบท.

ตั้งใจว่าจักให้บวช แล้วแสวงหาคณะก็ดี อาจารย์ก็ดี บาตรก็ดี จีวรก็ดี สมมติสีมาก็ดี ต้องอาบัติทุกกฏ จบญัตติต้องอาบัติทุกกฏ จบกรรมวาจา ๒ ครั้ง ต้องอาบัติทุกกฏ ๒ ตัว จบกรรมวาจาครั้งสุด ภิกษุณีผู้อุปัชฌาย์ ต้องอาบัติปาจิตตีย์ คณะและอาจารย์ ต้องอาบัติทุกกฏ.

บทภาชนีย์
            [๓๖๖] สตรีมีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่ามีครรภ์ ให้บวช ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
สตรีมีครรภ์ ภิกษุณีสงสัย ให้บวช ต้องอาบัติทุกกฏ.
สตรีมีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีครรภ์ ให้บวช ไม่ต้องอาบัติ.
สตรีไม่มีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่ามีครรภ์ ต้องอาบัติทุกกฏ.
สตรีไม่มีครรภ์ ภิกษุณีสงสัย ต้องอาบัติทุกกฏ.
สตรีไม่มีครรภ์ ภิกษุณีสำคัญว่าไม่มีครรภ์ ไม่ต้องอาบัติ.

อนาปัตติวาร
            [๓๖๗] สตรีมีครรภ์ สำคัญว่าไม่มีครรภ์ ให้บวช ๑ สตรีไม่มีครรภ์สำคัญว่า ไม่มีครรภ์ให้บวช ๑ วิกลจริต ๑ อาทิกัมมิกา ๑ ไม่ต้องอาบัติแล.

2)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๒

เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๖๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย พากันบวชสตรีแม่ลูกอ่อน. นางบวชแล้ว เที่ยวไปบิณฑบาต. คนทั้งหลายพูดกันอย่างนี้ ว่า ขอท่านทั้งหลายจงถวายภิกษาแก่แม่เจ้า เพราะแม่เจ้ามีลูก แล้วพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ให้สตรีมีลูกอ่อนบวชเล่า.

            ภิกษุณีทั้งหลาย ได้ยินคนพวกนั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็น ผู้มักน้อย ...ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้ให้สตรีแม่ลูกอ่อนบวชเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๑๗. ๒. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังสตรีมีลูกอ่อนให้บวช เป็นปาจิตตีย์.

3)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๓
เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๗๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย พากันบวชสิกขมานา ผู้ยังมิได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปี สิกขมานาพวกนั้น จึงเป็นคนเขลา ไม่ฉลาด ไม่รู้สิ่งที่ควรหรือไม่ควร.

            บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้บวชสิกขมานา ผู้ยังมิได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปีเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๑๘. ๓. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังสิกขมานาผู้ยังมิได้ศึกษาสิกขา ในธรรม ๖ ประการตลอด สองฝน ให้บวช เป็นปาจิตตีย์.

4)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๔
เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๗๖] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย พากันบวชสิกขมานาผู้ได้ศึกษาสิกขา ในธรรม ๖ ประการครบ ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ. ภิกษุณีทั้งหลาย กล่าวอย่างนี้ว่า มานี่สิกขมานา เธอจงรู้สิ่งนี้ จงประเคนสิ่งนี้ จงนำสิ่งนี้มา เราต้องการสิ่งนี้ จงทำสิ่งนี้ให้เป็นกัปปิยะ

            นางเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ข้าแต่แม่เจ้า ดิฉันไม่ใช่สิกขมานา พวกดิฉันเป็นภิกษุณี.

            บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้บวชสิกขมานา ผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ครบ ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๑๙. ๔. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังสิกขมานา ผู้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการตลอดสองฝนแล้ว อันสงฆ์ยังมิได้สมมติ ให้บวช เป็นปาจิตตีย์.

5)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๕

เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๘๐] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย พากันบวชเด็กหญิงชาวบ้าน ผู้มีอายุยังไม่ครบ ๑๒ ปี เด็กหญิงเหล่านั้น เป็นผู้อดทนไม่ได้ต่อความหนาว ความร้อน ความหิว ความกระหาย ไม่อดทนต่อสัมผัสแ ห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เสือกคลาน มักไม่อดกลั้น ต่อถ้อยคำที่เขากล่าวร้าย หยาบคาย มีปกติไม่อดทน ต่อทุกขเวทนา ที่เกิดในสรีระอย่างแรงกล้า หยาบช้าเผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ไม่น่าพอใจ อันอาจพร่าชีวิตเสีย.

            บรรดาภิกษุณี ที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้บวชเด็กหญิงชาวบ้าน ผู้มีอายุยังไม่ครบ ๑๒ ปีเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๒๐. ๕. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังเด็กหญิงชาวบ้าน ผู้มีอายุหย่อนสิบสองฝน ให้บวช เป็นปาจิตตีย์.

6)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๖
เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๘๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย พากันบวชเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๒ ปีผู้ยังมิได้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปี. เธอเหล่านั้นเป็นคนเขลา ไม่ฉลาด ไม่รู้จักสิ่งที่ควรหรือไม่ควร.

            บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงได้พากันบวชเด็กหญิง มีอายุครบ ๑๒ ปี ผู้ยังมิได้ศึกษาสิกขา ในธรรม ๖ ประการตลอด ๒ ปีเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๒๑. ๖. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังเด็กหญิงมีอายุ ๑๒ ปีบริบูรณ์ผู้ยังมิได้ศึกษาสิกขา ในธรรม ๖ ประการตลอดสองฝน ให้บวช เป็นปาจิตตีย์.

7)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๗
เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๘๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย พากันบวชเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๒ ปี ผู้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปีแล้วแต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติ. ภิกษุณีทั้งหลาย กล่าวอย่างนี้ว่า มานี่ สิกขมานา เธอจงรู้สิ่งนี้ จงประเคนสิ่งนี้ จงนำสิ่งนี้มา ฉันต้องการสิ่งนี้เ ธอจงทำสิ่งนี้ ให้เป็นกัปปิยะ.

            เธอเหล่านั้นกล่าวอย่างนี้ว่า แม่เจ้า พวกดิฉันไม่ใช่ สิกขมานา พวกดิฉัน เป็นภิกษุณี.

            บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณี ทั้งหลาย จึงพากันบวชเด็กหญิงมีอายุครบ ๑๒ ปี ผู้ศึกษาสิกขาในธรรม ๖ ประการ ตลอด ๒ ปีแล้ว แต่สงฆ์ยังไม่ได้สมมติเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๒๒.๗. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังเด็กหญิง มีอายุครบสิบสองปี ผู้ได้ศึกษาสิกขาในธรรม๖ ประการ ตลอดสองฝนแล้ว อันสงฆ์ยังมิได้สมมติ ให้บวช เป็นปาจิตตีย์.

8)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๘
เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

            [๓๙๒] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทา บวชสหชีวินีแล้ว ไม่อนุเคราะห์เอง ไม่ให้ผู้อื่นอนุเคราะห์ ตลอด ๒ ปี สหชีวินีเหล่านั้นจึงเป็นคนเขลา ไม่ฉลาด ไม่รู้จักสิ่งที่ควรหรือไม่ควร.

            บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา บวชสหชีวินีแล้ว จึงไม่อนุเคราะห์เอง ไม่ให้ผู้อื่นอนุเคราะห์ ตลอด ๒ ปีเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๒๓.๘. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังสหชีวินีให้บวชแล้ว ไม่อนุเคราะห์ ไม่ยังผู้อื่นให้อนุเคราะห์ สิ้นสองฝน เป็นปาจิตตีย์.

9)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๙
เรื่องภิกษุณีหลายรูป

            [๓๙๕] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีทั้งหลาย ไม่ติดตามปวัตตินีผู้ให้บวชถึง ๒ ปี.เธอจึงเป็นคนเขลา ไม่ฉลาด ไม่รู้จักสิ่งที่ควรหรือไม่ควร.

            บรรดาภิกษุณีที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุณีทั้งหลาย จึงไม่ติดตามปวัตตินี ผู้ให้บวชตลอด ๒ ปีเล่า ...

พระบัญญัติ
๑๒๔. ๙. อนึ่ง ภิกษุณีใด ไม่ติดตามปวัตตินี ผู้ให้บวชสิ้นสองฝน เป็นปาจิตตีย์.

10)

คัพภินีวรรค สิกขาบทที่ ๑๐
เรื่องภิกษุณีถุลลนันทา

            [๓๙๘] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า ประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ บิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น ภิกษุณีถุลลนันทา บวชสหชีวินีไว้แล้ว ไม่พาหลีกไปเองด้วย ไม่ให้ผู้อื่น พาหลีกไปด้วย นายได้จับตัวไป.

            บรรดาภิกษุณี ที่เป็นผู้มักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนแม่เจ้าถุลลนันทา บวชสหชีวินี ไว้แล้ว จึงไม่พาหลีกไปเองด้วย ไม่ให้ผู้อื่น พาหลีกไปด้วยเล่า นายได้จับตัวไป ถ้าภิกษุณีนี้พึงไปด้วย นายก็จะไม่พึงจับตัวไปได้ ...

พระบัญญัติ
๑๒๕. ๑๐. อนึ่ง ภิกษุณีใด ยังสหชีวินีให้บวชแล้ว ไม่พาหลีกไปเอง ไม่ให้พาหลีกไป โดยที่สุดแม้สิ้นระยะทาง ๕-๖ โยชน์ เป็นปาจิตตีย์.

 

 

 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์