เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

เรื่องภิกษุหลายรูป (ฉันหลายหน) เรื่องอาหารเดน (การปวารณา-ห้ามภัต) โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๕ 2552
 

(13) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๔๙๙]- [๕๐๓]

เรื่องภิกษุหลายรูป เรื่องอาหารเดน (โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๕)

เรื่องภิกษุหลายรูป
มีภิกษุหลายรูปรวมถึงพระฉัพพัคคีย์ เข้าไปฉันภัตตาหาร ณ ตระกูลหนึ่ง เมื่อฉันอิ่มแล้ว ก็ยังพากัน ไปฉันโภชนะที่อื่นอีก ประชาชนต่างเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า " ไฉน พระภิกษุ ฉันเสร็จ บอกห้ามภัตแล้ว จึงยังฉันโภชนะในที่อื่นอีกเล่า"

พระบัญญัติ ก็ภิกษุใดฉันแล้ว บอกห้ามภัตตาหาร (ปฏิเสธการยกมาประเคนเพิ่ม) แล้ว เคี้ยวของ เคี้ยว หรือฉันของฉันอันมิใช่เดน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ (ให้ฉันหนเดียว)
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องอาหารเดน
มีภิกษุหลายรูปนำอาหารประณีตจากบิณฑบาตไปถวายภิกษุอาพาธ แต่ภิกษุอาพาธนั้นฉันได้น้อย เนื่องจากป่วย ภิกษุทั้งหลายจึงนำบิณฑบาตที่เหลือนั้นไปเททิ้ง ทำให้นกกาพากันมารุมกิน และ ส่งเสียงร้องเกรียวกราว เหตุเป็นเพราะ ภิกษุกลัวล่วงละเมิดพระบัญญัติ จึงไม่กล้าฉันอาหารเหลือ อาหารเดน ของภิกษุไข้

พระอนุบัญญัติ พระพุทธเจ้าทรงตำหนิว่าการทิ้งอาหารประณีต เป็นการทำลายของสมณะ จากนั้น ทรงอนุญาตให้ภิกษุทำอาหารนั้น ให้เป็นเดนก่อนแล้วจึงฉันได้ โดยให้ภิกษุไข้หรือภิกษุอื่นกล่าวว่า "ทั้งหมดนั่นพอแล้ว" (หรือทำกิริยาให้เป็นของเหลือ) และทรงปรับเปลี่ยนพระบัญญัติ ให้ภิกษุ สามารถฉันอาหารที่เป็นเดนของภิกษุไข้ หรือภิกษุทำเดนแล้วได้โดยไม่ต้องอาบัติ

องค์ประกอบของการปวารณา (ห้ามภัต) ไว้ ๕ ประการ ซึ่งต้องครบทั้งหมด จึงจะถือว่า ภิกษุรูปนั้นปวารณาแล้ว
1. กำลังฉันอยู่ ภิกษุกำลังเคี้ยวหรือกลืนอาหาร (โภชนะ ๕) อยู่ในตอนนั้น
2. มีอาหารมาเพิ่ม มีทายกนำอาหาร (โภชนะ ๕) เข้ามาถวายเพิ่มเข้ามาใน
3. หัตถบาส ทายกผู้นำมา ยืนอยู่ในระยะที่เอื้อมมือถึง (หัตถบาส) เพื่อจะประเคน
4. น้อมถวาย ทายกแสดงอาการน้อมอาหารนั้นเข้ามาจะถวายจริงๆ
5. เอ่ยปากห้าม ภิกษุเอ่ยปากปฏิเสธ หรือแสดงอาการปฏิเสธ (เช่นโบกมือ/พูดว่า พอแล้ว)


หัวข้อเรื่อ(โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๕)
1) เรื่องภิกษุหลายรูป
2) ทรงสอบถาม
3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท
4) พระบัญญัติ
5) เรื่องอาหารเดน
6) ทรงอนุญาตให้ฉันอาหาร เป็นเดนภิกษุไข้
7) พระอนุบัญญัติ
8) สิกขาบทวิภังค์
9) ลักษณะห้ามภัต
10) ลักษณะของไม่เป็นเดน
11) ลักษณะของเป็นเดน
12) ลักษณะของเคี้ยว
13) ลักษณะของฉัน
14) บทภาชนีย์ ติกปาจิตตีย์
15) ทุกกฏ
16) ไม่ต้องอาบัติ
17) อนาปัตติวาร


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 

(13) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อ [๔๙๙]- [๕๐๓] หน้าที่ ๔๔๖-๔๕๐
มหาวิภังค์ ภาค ๒

1)
๔. โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๕
เรื่องภิกษุหลายรูป (เรื่องที่1)

            [๔๙๙] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อาราม ของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น พราหมณ์คนหนึ่งนิมนต์ภิกษุ ทั้งหลายให้ฉัน. ภิกษุทั้งหลายฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว ไปสู่ตระกูลญาติ. บางพวกก็ฉันอีก บางพวกก็รับบิณฑบาตไป. หลังจากเลี้ยงพระแล้ว พราหมณ์ได้กล่าวเชิญชวนพวก เพื่อนบ้านว่า ท่านทั้งหลายข้าพเจ้าเลี้ยงภิกษุ ให้อิ่มหนำแล้ว มาเถิด ข้าพเจ้าจักเลี้ยง ท่านทั้งหลาย ให้อิ่มหนำบ้าง.

            พวกเพื่อนบ้าน พากันกล่าวแย้งอย่างนี้ว่า ท่านจักเลี้ยงพวกข้าพเจ้า ให้อิ่ม ได้อย่างไร แม้ภิกษุทั้งหลาย ที่ท่านนิมนต์ให้ฉันแล้ว ยังต้องไปที่เรือนของพวกข้าพเจ้า บางพวกก็ฉันอีกบางพวกก็รับบิณฑบาตไป.

            จึงพราหมณ์นั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญทั้งหลาย ฉันที่เรือนของเราแล้ว ไฉนจึงได้ฉัน ณ ที่แห่งอื่นอีกเล่า ข้าพเจ้าไม่มีกำลังพอจะถวาย ให้พอแก่ความต้องการหรือ

            ภิกษุทั้งหลาย ได้ยินพราหมณ์นั้นเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ บรรดาที่เป็น พวกมักน้อย ... ต่างก็เพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉนภิกษุทั้งหลายฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว จึงได้ฉัน ณที่แห่งอื่นอีกเล่า ... แล้วกราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค.


2) ทรงสอบถาม

            พระผู้มีพระภาค ทรงสอบถามภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข่าวว่า ภิกษุทั้งหลายฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว ยังฉัน ณ ที่แห่งอื่นอีก จริงหรือ?

            ภิกษุทั้งหลายทูลรับว่า จริง พระพุทธเจ้าข้า.

3) ทรงติเตียนแล้วบัญญัติสิกขาบท

            พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงติเตียนว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ไฉน ภิกษุโมฆบุรุษ เหล่านั้น ฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว จึงได้ฉัน ณ ที่แห่งอื่นอีกเล่า การกระทำของภิกษุ โมฆบุรุษเหล่านั้น นั่นไม่เป็นไปเพื่อความเลื่อมใสของชุมชน ที่ยังไม่เลื่อมใส หรือเพื่อ ความเลื่อมใสยิ่ง ของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ... .

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-


4) พระบัญญัติ

            ๘๔. ๕. ก. อนึ่ง ภิกษุใดฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี เป็นปาจิตตีย์.

            ก็สิกขาบทนี้ ย่อมเป็นอันพระผู้มีพระภาค ทรงบัญญัติแล้วแก่ภิกษุทั้งหลาย ด้วยประการฉะนี้.

เรื่องภิกษุหลายรูป จบ.


5) เรื่องอาหารเดน (เรื่องที่2)

            [๕๐๐] ก็โดยสมัยนั้นแล ภิกษุทั้งหลายนำบิณฑบาต อันประณีตไปถวายพวก ภิกษุอาพาธ. พระภิกษุอาพาธฉัน ไม่ได้ดังใจประสงค์. ภิกษุทั้งหลายจึงทิ้งบิณฑบาต เหล่านั้นเสีย. พระผู้มีพระภาค ทรงสดับเสียงนกการ้องเกรียวกราว ครั้นแล้วได้รับสั่ง ถามท่านพระอานนท์ว่า ดูกรอานนท์ เสียงนกการ้องเกรียวกราวนั้น อะไรกันหนอ.

            จึงท่านพระอานนท์กราบทูลเรื่องนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.

            ภ. ดูกรอานนท์ ก็ภิกษุทั้งหลายฉันอาหาร อันเป็นเดนของภิกษุอาพาธหรือ?
            อา. มิได้ฉัน พระพุทธเจ้าข้า.


6) ทรงอนุญาตให้ฉันอาหาร เป็นเดนภิกษุไข้

            ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วรับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

             ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ฉันอาหาร อันเป็นเดนของภิกษุผู้อาพาธ และมิใช่ผู้อาพาธได้ แต่พึงทำให้เป็นเดน อย่างนี้ว่า ทั้งหมดนั่นพอแล้ว.

            ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-


7) พระอนุบัญญัติ

            ๘๔. ๕. ข. อนึ่ง ภิกษุใดฉันเสร็จแล้ว ห้ามภัตแล้ว เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดีซึ่งของ เคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี อันมิใช่เดน เป็นปาจิตตีย์.

เรื่องอาหารเดน จบ.


8) สิกขาบทวิภังค์

            [๕๐๑] บทว่า อนึ่ง ... ใด ความว่าผู้ใด คือผู้เช่นใด ... .
            บทว่า ภิกษุ ความว่า ที่ชื่อว่า ภิกษุ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ขอ ... นี้ ชื่อว่าภิกษุที่ ทรงประสงค์ในอรรถนี้.

            ที่ชื่อว่า ฉันเสร็จ คือ ฉันโภชนะ ๕ อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่สุดแม้ด้วย ปลายหญ้าคา.


9) ลักษณะห้ามภัต

            ที่ชื่อว่า ห้ามภัตแล้ว คือ
๑. กำลังฉันอาหารอยู่
๒. ทายกนำโภชนะมาถวายอีก
๓. ทายกอยู่ในหัตถบาส
๔. ทายกน้อมถวาย
๕. ภิกษุห้ามเสีย

10) ลักษณะของไม่เป็นเดน

            ที่ชื่อว่า มิใช่เดน คือ
๑. ของที่ยังมิได้ทำให้เป็นกัปปิยะ
๒. ภิกษุมิได้รับประเคน
๓. ภิกษุมิได้ยกขึ้นส่งให้
๔. ทำนอกหัตถบาส
๕. ภิกษุฉันยังไม่เสร็จทำ
๖. ภิกษุฉันเสร็จ ห้ามภัตแล้ว ลุกจากอาสนะแล้ว ทำ
๗. ภิกษุมิได้พูดว่า ทั้งหมดนั่นพอแล้ว
๘. ของนั้นมิใช่เป็นเดนภิกษุอาพาธ
             นี้ชื่อว่า มิใช่เดน.


11) ลักษณะของเป็นเดน

            ที่ชื่อว่า เป็นเดน คือ
๑. ของที่ทำให้เป็นกัปปิยะแล้ว
๒. ภิกษุรับประเคนแล้ว
๓. ภิกษุยกขึ้นส่งให้
๔. ทำในหัตถบาส
๕. ภิกษุฉันแล้ว
๖. ทำ
๗. ฉันเสร็จห้ามภัตแล้ว ยังไม่ลุกจากอาสนะ ทำ
๘. ภิกษุพูดว่า ทั้งหมดนั่นพอแล้ว
๙. เป็นเดนภิกษุอาพาธ
            นี้ชื่อว่า เป็นเดน

12) ลักษณะของเคี้ยว

            ที่ชื่อว่า ของเคี้ยว คือ
๑. เว้นโภชนะห้า
๒. ของที่เป็นยามกาลิก
๓. สัตตาหกาลิก
๔. ยาวชีวิก
            นอกนั้นชื่อว่า ของเคี้ยว.

13) ลักษณะของฉัน

            ที่ชื่อว่า ของฉัน ได้แก่โภชนะ ๕ คือ
๑. ข้าวสุก
๒. ขนมสด
๓. ขนมแห้ง
๔. ปลา
๕. เนื้อ
            ภิกษุรับประเคนด้วยตั้งใจว่า จักเคี้ยว จักฉัน ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ขณะกลืน ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ทุกๆ คำกลืน

14) บทภาชนีย์
ติกปาจิตตีย์

            [๕๐๒] ของไม่เป็นเดน ภิกษุสำคัญว่า ไม่เป็นเดน เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยว ก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี ต้องอาบัติปาจิตตีย์.

            ของไม่เป็นเดน ภิกษุสงสัย เคี้ยวก็ดี ฉันก็ดี ซึ่งของเคี้ยวก็ดี ซึ่งของฉันก็ดี ต้อง อาบัติปาจิตตีย์.

15) ทุกกฏ

            ภิกษุรับประเคนของที่เป็นยามกาลิก สัตตาหกาลิก ยาวชีวิก เพื่อประสงค์เป็น อาหาร,ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ขณะกลืน ต้องอาบัติทุกกฏ ทุกๆ คำกลืน.
            ของเป็นเดน ภิกษุสำคัญว่ามิใช่เดน ... ต้องอาบัติทุกกฏ.
            ของเป็นเดน ภิกษุสงสัย ... ต้องอาบัติทุกกฏ.

16) ไม่ต้องอาบัติ

            ของเป็นเดน ภิกษุสำคัญว่าเป็นเดน ... ไม่ต้องอาบัติ.

17) อนาปัตติวาร

            [๕๐๓]
๑. ภิกษุให้ทำเป็นเดนแล้วฉัน
๒.ภิกษุรับประเคนไว้ด้วยตั้งใจว่าจักให้ทำเป็นเดนแล้วจึงฉัน
๓.ภิกษุรับไปเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุอื่น
๔.ฉันอาหารที่เหลือของภิกษุอาพาธ
๕.ฉันยามกาลิก สัตตาหกาลิก ยาวชีวิก ในเมื่อมีเหตุอันสมควร
๖.ภิกษุวิกลจริต
๗.ภิกษุอาทิกัมมิกะ

ไม่ต้องอาบัติแล.

โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๕ จบ.





 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์