(12) พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๒ ข้อที่ [๔๙๔] - ๔๙๘] หน้าที่ ๔๔๑-๔๔๕.
มหาวิภังค์ ภาค ๒
1)
๔. โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๔
เรื่องอุบาสิกาชื่อกาณมาตา (เรื่องที่1)
[๔๙๔] โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคหบดี เขตพระนครสาวัตถี. ครั้งนั้น อุบาสิกาชื่อ กาณมาตา เป็นสตรีผู้มีศรัทธาเลื่อมใส ได้ยกบุตรีชื่อ กาณา ให้แก่ชายผู้หนึ่ง ในตำบลบ้านหมู่หนึ่ง
ครั้งนั้น นางกาณาได้ไปเรือนมารดา ด้วยธุระบางอย่าง ฝ่ายสามีของนางกาณา ได้ส่งทูตไปในสำนักนางกาณาว่า แม่กาณาจงกลับมา, ฉันปรารถนาให้แม่กาณากลับ จึงอุบาสิกาชื่อ กาณมาตาคิดว่า การที่บุตรีจะกลับไปมือเปล่า ดูกระไรอยู่ จึงได้ทอดขนม เมื่อขนมสุกแล้ว ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตรูปหนึ่ง ได้เข้ามาถึงบ้าน อุบาสิกากาณมาตา จึงอุบาสิกากาณมาตา สั่งให้ถวายขนมแก่ภิกษุรูปนั้น ภิกษุรูปนั้น ออกไปแล้ว ได้บอกแก่ภิกษุรูปอื่น นางก็ได้สั่งให้ถวายขนม แม้แก่ภิกษุรูปนั้น ภิกษุรูปนั้น ออกไปแล้ว ได้บอกแก่ภิกษุรูปอื่น นางก็ได้สั่งให้ถวายขนม แม้แก่ ภิกษุรูปนั้น ขนมตามที่จัดไว้ได้หมดสิ้นแล้ว.
แม้คราวที่สอง สามีของนางกาณาก็ได้ส่งทูต ไปในสำนักนางกาณาว่า แม่กาณา จงกลับมาฉันปรารถนาให้แม่กาณากลับ.
แม้คราวที่สอง อุบาสิกากาณมาตาก็คิดว่า การที่บุตรีจะกลับไปมือเปล่า ดูกระไรอยู่จึงได้ทอดขนม เมื่อขนมสุกแล้ว ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตรูปหนึ่ง ได้เข้ามาถึงบ้านอุบาสิกากาณมาตา จึงอุบาสิกากาณมาตา ได้สั่งให้ถวายขนม แก่ภิกษุรูปนั้น ภิกษุรูปนั้นออกไป แล้วได้บอกแก่ภิกษุรูปอื่น นางก็ได้สั่งให้ถวายขนม แม้แก่ภิกษุรูปนั้น ขนมตามที่จัดไว้ได้หมดสิ้นแล้ว.
แม้คราวที่สาม สามีของนางกาณา ก็ได้ส่งทูตไปในสำนักนางกาณาว่า แม่กาณาจงกลับมาฉันปรารถนา ให้แม่กาณากลับมา ถ้าแม่กาณาไม่กลับ ฉันจักนำหญิงอื่นมาเป็นภรรยา.
แม้คราวที่สาม อุบาสิกากาณมาตา ก็คิดว่า การที่บุตรีจะกลับไปมือเปล่า ดูกระไรอยู่ จึงได้ทอดขนม เมื่อขนมสุกแล้ว ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตรูปหนึ่ง ได้เข้ามาถึงบ้านอุบาสิกากาณมาตา จึงอุบาสิกากาณมาตา สั่งให้ถวายขนมแก่ภิกษ ุรูปนั้นๆ ออกไปแล้วได้บอกภิกษุรูปอื่น นางก็ได้สั่งให้ถวายขนม แม้แก่ภิกษุรูปนั้นๆ ออกไปแล้ว ได้บอกแก่ภิกษุรูปอื่น นางก็ได้สั่งให้ถวายขนม แม้แก่ภิกษุรูปนั้น ขนมตามที่จัดไว้ได้หมดสิ้นแล้ว.
ครั้นสามีของนางกาณานำหญิงอื่น มาเป็นภรรยาแล้ว พอนางกาณาทราบข่าว ว่า สามีได้นำหญิงอื่น มาเป็นภรรยา นางได้ยืนร้องไห้อยู่.
ขณะนั้นแลเป็นเวลาเช้า, พระผู้มีพระภาค ทรงอันตรวาสกแล้ว ทรงบาตรจีวร เสด็จเข้าไปถึงบ้านอุบาสิกากาณมาตา. ครั้นแล้ว ได้ประทับนั่งเหนือ พุทธอาสน์ ที่เขาปูลาดถวาย.
ทันใดอุบาสิกากาณมาตา ได้เข้าเฝ้าพระผู้มีพระภาค ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาค ตรัสถามอุบาสิกากาณมาตา ผู้นั่ง ณ ที่ควรส่วน ข้างหนึ่งว่า นางกาณานี้ร้องไห้ทำไม? จึงอุบาสิกากาณมาตา กราบทูลเรื่องนั้น แด่พระผู้มีพระภาค พระผู้มีพระภาค ทรงชี้แจงให้ อุบาสิกากาณมาตา เห็นแจ้ง สมาทาน อาจหาญ ร่าเริง ด้วยธรรมีกถาแล้ว ทรงลุกจากที่ประทับเสด็จกลับ.
เรื่องอุบาสิกาชื่อกาณมาตา จบ.
2) เรื่องพ่อค้า (เรื่องที่1)
[๔๙๕] ก็โดยสมัยนั้นแล พ่อค้าเกวียนพวกหนึ่งประสงค์จะเดินทาง ไปยังถิ่น ตะวันตกจากพระนครราชคฤห์ ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตรูปหนึ่ง ได้เข้าไปบิณฑบาต ถึงพวก พ่อค้าเกวียนหมู่นั้น อุบาสกคนหนึ่งได้สั่งให้ ถวายข้าวสัตตุ แก่ภิกษุนั้นๆ ออกไปแล้วได้บอกแก่ภิกษุรูปอื่นอุบาสกก็ได้สั่งให้ถวายข้าวสัตตุแม้แก่ภิกษุรูปนั้นๆ ออกไปแล้ว ได้บอกแก่ภิกษุรูปอื่น อุบาสกก็ได้สั่งให้ถวายข้าวสัตตุแก่ภิกษุรูปนั้น เสบียงตามที่เขาได้จัดเตรียมไว้ได้หมดสิ้นแล้ว จึงอุบาสกนั้นได้บอกแก่คนพวกนั้นว่า วันนี้ท่านทั้งหลายจงรอก่อน เพราะเสบียงตามที่เราได้จัดเตรียมไว้ได้ถวาย พระคุณเจ้า ทั้งหลายไปหมดแล้ว ข้าพเจ้าจักจัดเตรียมเสบียงก่อน
คนพวกนั้นกล่าวว่า พวกกระผมไม่สามารถจะคอยได้ ขอรับ เพราะพวก พ่อค้า เกวียนเริ่มเดินทางแล้ว ดังนี้ แล้วได้พากันไป.
เมื่ออุบาสกนั้นตระเตรียมเสบียงเสร็จแล้ว เดินทางไปภายหลัง พวกโจรได้ แย่งชิง.
ประชาชนพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ไฉน พระสมณะเชื้อสาย พระศากยบุตร จึงได้รับอย่างไม่รู้ประมาณ อุบาสกนี้ถวายเสบียงแก่ พระสมณะเหล่านี้ แล้ว จึงเดินทางไปภายหลังได้ถูกพวกโจรแย่งชิง.
ภิกษุทั้งหลายได้ยินประชาชนเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาอยู่ ... จึงกราบทูล เนื้อความนั้นแด่พระผู้มีพระภาค.
3) ทรงบัญญัติสิกขาบท
ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคทรงทำธรรมีกถา ในเพราะเหตุเป็นเค้ามูลนั้น ในเพราะเหตุแรกเกิดนั้น แล้วตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล เราจักบัญญัติสิกขาบท แก่ภิกษุทั้งหลาย อาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ ประการ คือ เพื่อความรับว่าดีแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อความสำราญแห่งสงฆ์ ๑ เพื่อข่มบุคคลผู้เก้อยาก ๑ เพื่ออยู่สำราญแห่งภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก ๑ เพื่อป้องกันอาสวะอันจะบังเกิดในปัจจุบัน ๑ เพื่อกำจัดอาสวะอันจักบังเกิดในอนาคต ๑ เพื่อความเลื่อมใสของชุมชนที่ยังไม่เลื่อมใส ๑ เพื่อความเลื่อมใสยิ่งของชุมชนที่เลื่อมใสแล้ว ๑ เพื่อความตั้งมั่นแห่งพระสัทธรรม ๑ เพื่อถือตามพระวินัย ๑.
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลพวกเธอพึงยกสิกขาบทนี้ขึ้นแสดงอย่างนี้ ว่าดังนี้:-
4) พระบัญญัติ
๘๓. ๔. อนึ่ง เขาปวารณาเฉพาะภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล ด้วยขนมก็ดีด้วยสัตตุผง ก็ดี เพื่อนำไปได้ตามปรารถนา ภิกษุผู้ต้องการพึงรับได้เต็ม ๒-๓ บาตร ถ้ารับยิ่งกว่านั้น เป็นปาจิตตีย์ ครั้นรับเต็ม ๒-๓ บาตรแล้ว นำออกจากที่นั้นแล้วพึงแบ่งปันกับ ภิกษุ ทั้งหลายนี้ เป็นสามีจิกรรมในเรื่องนั้น.
เรื่องพ่อค้าเกวียน จบ.
5) สิกขาบทวิภังค์
[๔๙๖] คำว่า อนึ่ง ... เฉพาะภิกษุผู้เข้าไปสู่ตระกูล ความว่า ที่ชื่อว่าตระกูล ได้แก่ตระกูล ๔ คือ ตระกูลกษัตริย์ ตระกูลพราหมณ์ ตระกูลแพศย์ ตระกูลศูทร.
บทว่า ผู้เข้าไป คือผู้เข้าไปในตระกูลนั้น.
ที่ชื่อว่า ขนม ได้แก่ ของกินชนิดใดชนิดหนึ่งที่เขาจัดเตรียมไว้ เพื่อต้องการ เป็นของกำนัล.
ที่ชื่อว่า สัตตุผง ได้แก่ ของกินอย่างใดอย่างหนึ่งที่เขาจัดเตรียมไว้ เพื่อ ต้องการเป็นเสบียง.
คำว่า เขาปวารณา ... เพื่อนำไปได้ตามปรารถนา คือ เขาปวารณาไว้ว่า ท่านประสงค์เท่าใด จงรับไปเท่านั้น.
บทว่า ผู้ต้องการ คือ ผู้อยากได้.
บทว่า พึงรับได้เต็ม ๒-๓ บาตร ความว่า พึงรับได้เต็ม ๒ บาตร ๓ บาตร.
คำว่า ถ้ารับยิ่งกว่านั้น ความว่า รับเกินกว่ากำหนดนั้น ต้องอาบัติปาจิตตีย์ ครั้นรับเต็ม ๒-๓ บาตรแล้ว ออกจากที่นั้นไปพบภิกษุแล้วพึงบอกว่า ณ สถานที่โน้น กระผมรับเต็ม๒-๓ บาตรแล้ว ท่านอย่ารับ ณ ที่นั้นเลย ถ้าพบแล้วไม่บอก ต้องอาบัติ ทุกกฏ ถ้าเมื่อบอกแล้ว ภิกษุผู้รับบอกยังขืนรับ ต้องอาบัติทุกกฏ.
คำว่า นำออกจากที่นั้นแล้ว พึงแบ่งปันกับภิกษุทั้งหลาย คือนำไปสู่โรงฉันแล้ว พึงแบ่งปันกัน.
บทว่า นี้เป็นสามีจิกรรมในเรื่องนั้น หมายความว่า นี้เป็นการถูกต้องตาม ธรรมเนียม ในเรื่องนั้น.
6 บทภาชนีย์
ติกปาจิตตีย์
[๔๙๗] -ของเต็มเกิน ๒-๓ บาตร ภิกษุสำคัญว่าเกิน รับ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
-ของเต็มเกิน ๒-๓ บาตร ภิกษุสงสัย รับ, ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
-ของเต็มเกิน ๒-๓ บาตร ภิกษุสำคัญว่าหย่อน รับ ต้องอาบัติปาจิตตีย์.
7) ทุกทุกกฏ
ของหย่อนกว่า ๒-๓ บาตร ภิกษุสำคัญว่าเกิน รับ ต้องอาบัติทุกกฏ.
ของหย่อนกว่า ๒-๓ บาตร ภิกษุสงสัย รับ ต้องอาบัติทุกกฏ.
8) ไม่ต้องอาบัติ
ของหย่อนกว่า ๒-๓ บาตร ภิกษุสำคัญว่าหย่อน รับ ไม่ต้องอาบัติ.
9) อนาปัตติวาร
[๔๙๘]
๑.ภิกษุรับเต็ม ๒-๓ บาตร
๒. ภิกษุรับหย่อนกว่า ๒-๓ บาตร
๓. เขาไม่ได้ถวายของที่เตรียมไว้เพื่อต้องการเป็นของกำนัล
๔.เขาไม่ได้ถวายของที่เตรียมไว้เพื่อต้องการเป็นเสบียง
๕.เขาถวายของที่เหลือจากที่เขาเตรียมไว้เพื่อต้องการเป็นของกำนัล หรือเพื่อต้องการ เป็นเสบียง เมื่อเขาระงับการไปแล้วถวาย
๖.รับของพวกญาติ
๗.รับของคนปวารณา
๘.รับเพื่อประโยชน์แก่ภิกษุอื่น
๙.จ่ายมาด้วยทรัพย์ของตน
๑๐.ภิกษุวิกลจริต
๑๑.ภิกษุอาทิกัมมิกะ
ไม่ต้องอาบัติแล.
โภชนวรรค สิกขาบทที่ ๔ จบ.
|