พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ หน้า ๕๐ - ๕๓
มหาวิภังค์ ภาค ๑ (ฉบับหลวง)
บทภาชนีย์ มรรคภาณวาร
(ขยายความในช่องทางอาบัติ มีทั้งคำสอนของพระศาสดา และมีอรรกกถาปะปนมา)
| 1.บุคคลและสัตว์ที่เกี่ยวข้องการเสพเมถุนธรรม ต้องปาราชิก 12 จำพวก |
[๓๘]
1) หญิง ๓ จำพวก คือ
๑. มนุษย์ผู้หญิง
๒. อมนุษย์ผู้หญิง*
๓. สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
*อมุนุษย์ผู้หญิง คือ
เทวดา/นางฟ้า เทพธิดาบนสวรรค์ (ชั้นกามภพที่ยังมีเพศ/เทวดาพรหมจะไม่มีเพศ)
ยักษ์/อสูรกาย อมนุษย์ที่มีฤทธิ์ หรืออยู่ในภพภูมิอื่น
นาค/เปรต สัตว์ในตำนานหรือโอปปาติกะ ที่เป็นเพศเมีย |
2) อุภโตพยัญชนก ๓ จำพวก คือ
๑. มนุษย์อุภโตพยัญชนก* (คนมีสองเพศ)
๒. อมนุษย์อุภโตพยัญชนก (มนุษย์ที่แปลงกาย)
๓. สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก
| |
* อุภโตพยัญชนก คือคำในพระวินัยปิฎกหมายถึง "คนมีสองเพศ" หรือคนที่มีอวัยวะเพศ ทั้งชายและหญิง สมบูรณ์ในร่างกายเดียวกัน สามารถทำหน้าที่เป็นได้ ทั้งหญิงและชาย เป็นบุคคลที่ถูกห้ามอุปสมบท ในพุทธศาสนา โดยจำแนกเป็น 2 ประเภทคือ อิตถีอุภโตพยัญชนก (สตรีที่มีองคชาต) และปุริสอุภโตพยัญชนก บุรุษที่มีอวัยวะเพศหญิง |
3) บัณเฑาะก์ ๓ จำพวก คือ
๑. มนุษย์บัณเฑาะก์ (กระเทย)
๒. อมนุษย์บัณเฑาะก์
๓. สัตว์ดิรัจฉาน บัณเฑาะก์
4) ชาย ๓ จำพวก คือ
๑.มนุษย์ผู้ชาย
๒.อมนุษย์ผู้ชาย
๓.สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้
อมุนุษย์ผู้ชาย คือ
เทพบุตร เทวดาผู้ชาย เทวบุตร (เทวดาชั้นกามภพ)
ยักษ์/อสูรกาย อมนุษย์ที่มีฤทธิ์หรืออยู่ในภพภูมิอื่น
นาค/เปรต สัตว์ในตำนานหรือโอปปาติกะที่เป็นเพศเมีย |
| 2. ลักษณะการเสพเมถุนธรรม ที่ต้องอาบัติปาราชิก |
5) หญิง ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๓ เป็น ๙
๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ * วัจจมรรค
ปัสสาวมรรค
มุขมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
* (วัจจมรรค: หมายถึง ทวารหนัก /
ปัสสาวมรรค: หมายถึง ทวารเบา หรืออวัยวะเพศ (ทั้งชายและหญิง)/ มุขมรรค: หมายถึง ช่องปาก
๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
6) อุภโตพยัญชนก ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๓ เป็น ๙
๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
7) บัณเฑาะก์ ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๒ เป็น ๖
๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ
วัจจมรรค มุขมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ
วัจจมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ
วัจจมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
8) ชาย ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๒ เป็น ๖
๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ วัจจมรรค มุขมรรค ของมนุษย์ผู้ชาย
ต้องอาบัติปาราชิก
๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ วัจจมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์ผู้ชาย
ต้องอาบัติปาราชิก
๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ วัจจมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้
ต้องอาบัติปาราชิก.
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
[๓๙] อาบัติปาราชิก ๓๐
9) มนุษย์ผู้หญิง
๑. เมื่อ เสวนจิต* ปรากฏภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
* (จิตยินดีที่จะเสพกาม)
๒. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
๓. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
10) ของอมนุษย์ผู้หญิง
๔. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
๕. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
๖. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
11) ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
๗. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก
๘. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก
๙. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
12) ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก
๑๐. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก
ต้องอาบัติปาราชิก
๑๑. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
๑๒. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
13) ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก
๑๓. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
๑๔. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
๑๕. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
14) สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก
๑๖. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
๑๗. เมื่อเสวนจิตปรากฏ
ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของสัตว์ดิรัจฉาน อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
๑๘. เมื่อเสวนจิตปรากฏ
ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉาน อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
15) มนุษย์บัณเฑาะก์
๑๙. เมื่อเสวนจิตปรากฏ
ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
๒๐. เมื่อเสวนจิตปรากฏ
ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
๒๑. เมื่อเสวนจิตปรากฏ
ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
16) อมนุษย์บัณเฑาะก์
๒๒. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
๒๓. เมื่อเสวนจิตปรากฏ
ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์
ต้องอาบัติปาราชิก
๒๔. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
----------------------------------------------------------------------------------------
17) มนุษย์ผู้ชาย
๒๕. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของต้องอาบัติปาราชิก
-
๒๖. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์ผู้ชาย ต้องอาบัติปาราชิก
๒๗. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์ผู้ชาย ต้องอาบัติ ปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------
18) อมนุษย์ผู้ชาย
๒๘. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์ผู้ชาย ต้องอาบัติปาราชิก
๒๙. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ต้องอาบัติปาราชิก
๓๐. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ต้องอาบัติปาราชิก
ที่มา : มหาวิภังค์ ภาค ๑ (ฉบับหลวง)
|