เว็บไซต์ อนาคามี เผยแพร่คำพระศาสดา เผยแพร่คำสอนตถาคต เว็บไซต์เผยแพร่พระสุตรคำสอนของพระพุทธเจ้า คลิปคำสอน คลิปสาธยายธรรม
ค้นหาคำที่ต้องการ            

บทภาชนีย์ มรรคภาณวาร ขยายความเรื่องอาบัติปาราชิก (เป็นพุทธวจนและอรรกกถา) 2505
 

พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ หน้า ๕๐ - ๕๓ มหาวิภังค์ ภาค ๑

บทภาชนีย์ ใน มรรคภาณวาร (ว่าด้วยเรื่องหนทางแห่งการละเมิด)
ของพระวินัยปิฎก เล่ม 1 ส่วนใหญ่เน้นไปที่การขยายความ ปฐมปาราชิก (ข้อห้ามเสพเมถุน) เพื่อให้เห็นขอบเขตว่าการกระทำแบบไหนถึงขั้น "ขาดจากความเป็นพระ"

(AI) บทภาชนีย์ ใน มรรคภาณวาร เป็นการขยายความในช่องทางอาบัติ (คล้ายพจนานุกรม) ซึ่งมีทั้งคำสอนของพระศาสดา และมีอรรกกถาปะปนมา เช่นคำว่า สัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์

สรุปสาระสำคัญ
การจำแนกตามช่องทาง (มรรค)
บทภาชนีย์ระบุว่า "เมถุนธรรม" ที่ทำให้เป็นปาราชิกนั้น ครอบคลุมการร่วมประเวณีผ่าน 3 ช่องทางหลัก ไม่ว่าจะเป็นกับ มนุษย์ อมนุษย์ (มนุษย์ที่แปลงกาย) หรือสัตว์
ทางวัจจมรรค (ทวารหนัก)
ทางปัสสาวมรรค (ทวารเบา)
ทางมุขมรรค (ทางปาก)


1. บุคคลและสัตว์ที่เกี่ยวข้องการเสพเมถุนธรรม ที่ต้องปาราชิก มี 12 จำพวก
 1. หญิง 3 จำพวก
มนุษย์ผู้หญิง อมนุษย์ผู้หญิง สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย (รวม 3 จำพวก)
 2. อุภโตพยัญชนก 3 จำพวก
มนุษย์อุภโตพยัญชนก อมนุษย์อุภโต.. สัตว์ดิรัจฉานอุภโต.. (รวม 3 จำพวก)
 3. บัณเฑาะก์ 3 จำพวก
มนุษย์บัณเฑาะก์ อมนุษย์บัณฑ์เดาะ สัตว์ดิรัจฉานบัณฑ์เดาะ (รวม 3 จำพวก)
 4. ชาย 3 จำพวก คือมนุษย์ผู้ชาย อมนุษย์ผู้ชาย สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ (รวม 3 จำพวก)

2. ลักษณะการเสพเมถุนธรรม ที่ต้องอาบัติปาราชิก มี ๓๐ ประเภท (๑๐ข้อ*๓)
เมื่อเสวนจิตปรากฎกับภิกษุ
(เกิดอารมณ์เพศ)
และกระทำสิ่งนี้ ต้องอาบัติปาราชิก
1. ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าใน
วัจจมรรค /ปัสสาวมรรค /มุขมรรค ของ มนุษย์ผู้หญิง
2. ภิกษุสอดฯ เข้าในวัจจมรรค/ปัสสาวมรรค/มุขมรรค ของ อมนุษย์ผู้หญิง
3. ภิกษุสอดฯ เข้าในวัจจมรรค/ในปัสสาวมรรค/ในมุขมรรค ของ สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
4. ภิกษุสอดฯ เข้าในวัจจมรรค/ในปัสสาวมรรคของ../ในมุขมรรค ของ มนุษย์อุภโตพยัญชนก
5. ภิกษุสอดฯ เข้าในวัจจมรรค /ในปัสสาวมรรค ../ในมุขมรรค ของ มนุษย์อุภโตพยัญชนก
6. ภิกษุสอดฯ เข้าในวัจจมรรค /ในปัสสาวมรรค/ในมุขมรรค ของ สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก
7. ภิกษุสอดฯ เข้าในวัจจมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์/ ในมุขมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์ / ในวัจจมรรค ของ อมนุษย์บัณเฑาะก์
8. ภิกษุสอดฯ เข้าในมุขมรรคของ อมนุษย์บัณเฑาะก์/ในวัจจมรรค ของอมนุษย์บัณเฑาะก์ /เข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์
9. ภิกษุสอดฯ เข้าในวัจจมรรคของ มนุษย์ผู้ชาย /เข้าในมุขมรรคของ มนุษย์ผู้ชาย /เข้าในวัจจมรรคของ อมนุษย์ผู้ชาย
10.ภิกษุสอดฯ เข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์ผู้ชาย /เข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ /เข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้


กลุ่มมนุษย์และสัตว์
มนุษย์ผู้หญิง / มนุษย์ผู้ชาย
อมนุษย์ผู้หญิง / อมนุษย์ผู้ชาย
สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ / สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
มนุษย์อุภโตพยัญชนก
(คนมีสองเพศ) / สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก
อมนุษย์บัณเฑาะก์
(กระเทย) / สัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ (ไม่มีในคำสอนหลัก)


เรื่องสำคัญของพระพุทธเจ้า
การบำเพ็ญบารมีในอดีตชาติ
การประสูติ แสงสว่าง แผ่นดินไหว
แสวงหาสัจจะบำเพ็ญทุกรกิริยา
ปัญจวัคคีย์หลีก สิ่งที่ตรัสรู้
ตรัสรู้ แสดงเทศนาปัญจวัคคีย์
ปลงสังขาร ปรินิพพาน
ลำดับขั้นการปรินิพพาน
เทวดาแสดงฤทธิ์ขณะถวายเพลิง
แบ่งพระสรีระออกเป็น ๘ ส่วน
 
พระไตรปิฎก 45 เล่ม
พระวินัยปิฎก 8 เล่ม
พระสุตตันตปิฎก 25 เล่ม
พระอภิธรรมปิฎก 12 เล่ม
ข้อมูลและโครงสร้างพระไตรปิฎก
ถาม-ตอบ กับ AI

 


 


พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑ พระวินัยปิฎก เล่มที่ ๑ หน้า ๕๐ - ๕๓
มหาวิภังค์ ภาค ๑ (ฉบับหลวง)

บทภาชนีย์ มรรคภาณวาร
(ขยายความในช่องทางอาบัติ มีทั้งคำสอนของพระศาสดา และมีอรรกกถาปะปนมา)

 1.บุคคลและสัตว์ที่เกี่ยวข้องการเสพเมถุนธรรม ต้องปาราชิก 12 จำพวก

            [๓๘]
1) หญิง ๓ จำพวก คือ
๑. มนุษย์ผู้หญิง
๒. อมนุษย์ผู้หญิง*
๓. สัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย

  *อมุนุษย์ผู้หญิง คือ
  เทวดา/นางฟ้า เทพธิดาบนสวรรค์ (ชั้นกามภพที่ยังมีเพศ/เทวดาพรหมจะไม่มีเพศ)
  ยักษ์/อสูรกาย อมนุษย์ที่มีฤทธิ์ หรืออยู่ในภพภูมิอื่น
  นาค/เปรต สัตว์ในตำนานหรือโอปปาติกะ ที่เป็นเพศเมีย

2) อุภโตพยัญชนก ๓ จำพวก คือ
๑. มนุษย์อุภโตพยัญชนก* (คนมีสองเพศ)
๒. อมนุษย์อุภโตพยัญชนก (มนุษย์ที่แปลงกาย)
๓. สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก

  * อุภโตพยัญชนก คือคำในพระวินัยปิฎกหมายถึง "คนมีสองเพศ" หรือคนที่มีอวัยวะเพศ ทั้งชายและหญิง สมบูรณ์ในร่างกายเดียวกัน สามารถทำหน้าที่เป็นได้ ทั้งหญิงและชาย เป็นบุคคลที่ถูกห้ามอุปสมบท ในพุทธศาสนา โดยจำแนกเป็น 2 ประเภทคือ อิตถีอุภโตพยัญชนก (สตรีที่มีองคชาต) และปุริสอุภโตพยัญชนก บุรุษที่มีอวัยวะเพศหญิง

3) บัณเฑาะก์ ๓ จำพวก คือ
๑. มนุษย์บัณเฑาะก์ (กระเทย)
๒. อมนุษย์บัณเฑาะก์
๓. สัตว์ดิรัจฉาน บัณเฑาะก์

4) ชาย ๓ จำพวก คือ
๑.มนุษย์ผู้ชาย
๒.อมนุษย์ผู้ชาย
๓.สัตว์ดิรัจฉานตัวผู้

  อมุนุษย์ผู้ชาย คือ
  เทพบุตร เทวดาผู้ชาย เทวบุตร (เทวดาชั้นกามภพ)
  ยักษ์/อสูรกาย อมนุษย์ที่มีฤทธิ์หรืออยู่ในภพภูมิอื่น
  นาค/เปรต สัตว์ในตำนานหรือโอปปาติกะที่เป็นเพศเมีย

2. ลักษณะการเสพเมถุนธรรม ที่ต้องอาบัติปาราชิก

5) หญิง ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๓ เป็น ๙

๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ * วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก

* (วัจจมรรค: หมายถึง ทวารหนัก / ปัสสาวมรรค: หมายถึง ทวารเบา หรืออวัยวะเพศ (ทั้งชายและหญิง)/ มุขมรรค: หมายถึง ช่องปาก

๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก

๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

6) อุภโตพยัญชนก ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๓ เป็น ๙

๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๓ คือ
วัจจมรรค ปัสสาวมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

7) บัณเฑาะก์ ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๒ เป็น ๖

๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ
วัจจมรรค มุขมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก

๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ
วัจจมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก

๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ
วัจจมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

8) ชาย ๓ จำพวก มีมรรคพวกละ ๒ เป็น ๖

๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ วัจจมรรค มุขมรรค ของมนุษย์ผู้ชาย
ต้องอาบัติปาราชิก

๒. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ วัจจมรรค มุขมรรค ของอมนุษย์ผู้ชาย
ต้องอาบัติปาราชิก

๓. ภิกษุเสพเมถุนธรรมในมรรค ๒ คือ วัจจมรรค มุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้
ต้องอาบัติปาราชิก.

-----------------------------------------------------------------------------------------------------

            [๓๙] อาบัติปาราชิก ๓๐

9) มนุษย์ผู้หญิง
๑. เมื่อ เสวนจิต* ปรากฏภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
* (จิตยินดีที่จะเสพกาม)

๒. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก

๓. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

10) ของอมนุษย์ผู้หญิง
๔. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก

๕. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก

๖. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์ผู้หญิง
ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

11) ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
๗. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก

๘. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก

๙. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวเมีย
ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

12) ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก
๑๐. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก
ต้องอาบัติปาราชิก

๑๑. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

๑๒. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

13) ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก
๑๓. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

๑๔. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

๑๕. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

14) สัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก
๑๖. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานอุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

๑๗. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในปัสสาวมรรค ของสัตว์ดิรัจฉาน อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก

๑๘. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉาน อุภโตพยัญชนก ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

15) มนุษย์บัณเฑาะก์
๑๙. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก

๒๐. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก

๒๑. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

16) อมนุษย์บัณเฑาะก์
๒๒. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์บัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก

๒๓. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก

๒๔. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติปาราชิก
----------------------------------------------------------------------------------------

17) มนุษย์ผู้ชาย
๒๕. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของต้องอาบัติปาราชิก
-
๒๖. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของมนุษย์ผู้ชาย ต้องอาบัติปาราชิก

๒๗. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของอมนุษย์ผู้ชาย ต้องอาบัติ ปาราชิก
-----------------------------------------------------------------------------------------

18) อมนุษย์ผู้ชาย
๒๘. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของอมนุษย์ผู้ชาย ต้องอาบัติปาราชิก

๒๙. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในวัจจมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ต้องอาบัติปาราชิก

๓๐. เมื่อเสวนจิตปรากฏ ภิกษุสอดองค์กำเนิดเข้าในมุขมรรค ของสัตว์ดิรัจฉานตัวผู้ ต้องอาบัติปาราชิก

ที่มา : มหาวิภังค์ ภาค ๑ (ฉบับหลวง)





 
  โครงสร้างสุตตันตปิฎก (๒๕ เล่ม)
สุตตันตปิฎก
แบ่งเป็น ๕ นิกาย
(หมวด)    
ทีฆทิกาย มัชฌิมนิกาย สังยุตตนิกาย อังคุตตรนิกาย ขุททกนิกาย
๕ นิกายโดยย่อ ๕ นิกายแบบลัดสั้น ๒๕ เล่มโดยย่อ ๒๕ เล่มตามหมวด ชุดเต็ม (เล่ม๙-๓๓)
           





หนังสือพุทธวจน ธรรมะของพระศาสดา
90 90 90 90
พุทธประวัติ ขุมทรัพย์ อริยสัจ
ภาคต้น
อริยสัจ
ภาคปลาย
ปฏิจจ ปฐมธรรม ตถาคต อนาคามี อินทรีย์
สังวร
สัตว์
สัตตานัง
ทาน
สกทาคามี
ฆราวาส
ชั้นเลิศ
มรรควิธี
ที่ง่าย
อริยวินัย เดรัจฉานวิชา กรรม สมถะ
วิปัสสนา
โสดาบัน นา
ปานสติ
จิต มโน
วิญญาณ
ก้าวย่าง
อย่างพุทธะ
ตามรอย
ธรรม
ภพ ภูมิ
พุทธวจน
สาธยาย
ธรรม
สังโยชน์